ยุทธศาสตร์การทําสงครามกับจีนของอเมริกา

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ยุทธศาสตร์การทําสงครามกับจีนของอเมริกา

ตั้งหัวข้อ  SpecialForce on Sat Jan 09, 2010 5:30 pm



แผนการเหล่านี้เป็นรูปแบบที่เตรียมการตั้งแต่ในอดีต-อนาคต แผนการที่สหรัฐอเมริกาจะใช้สู้กับจีน

ซึ่งเชื่อว่าหากไม่ทําตามแผนการ ประเทศจีนจะเป็นมหาอํานาจโลก
avatar
SpecialForce

จำนวนข้อความ : 89
Registration date : 04/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยุทธศาสตร์การทําสงครามกับจีนของอเมริกา

ตั้งหัวข้อ  SpecialForce on Sat Jan 09, 2010 5:31 pm

โลกหลังยุคสงครามเย็นมีสภาพแวดล้อมทางด้านความมั่นคง เปลี่ยนแปลงอย่างหลากหลายอันนำไปสู่การรวมกลุ่มของมหาอำนาจและประเทศที่เป็น พันธมิตรซึ่งอาจก่อให้เกิดสงครามตัวแทน ( Proxy War) เกิดขึ้นโดยทั่วไป การแย่งชิงผลประโยชน์และอำนาจเป็นเป้าหมายของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั่วโลก จนกระทั่งต้องใช้สงครามในการตัดสินแก้ไขปัญหา ประเทศต่าง ๆ ถูกนำมาใช้เป็นตัวแทนในสงครามตัวแทนของมหาอำนาจ การทำสงครามในยุคโลกาภิวัตน์กระทำได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งสงครามที่ใช้กำลังทหารและอาวุธทำลายล้างสูงและเทคโนโลยีสูงนอกจากนั้น สงครามสาระสนเทศยังถูกนำมาใช้ในยุคโลกาภิวัตน์อย่างแพร่หลาย ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ตกอยู่ท่ามกลาง ความขัดแย้งของประเทศมหาอำนาจดังกล่าวข้างต้น การศึกษาทำความเข้าใจอิทธิพล และผลกระทบของโลกาภิวัตน์ สงครามสารสนเทศหรือสงครามข้อมูลข่าวสาร (Information Warfare) ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ การเตรียมการให้พร้อมที่จะเผชิญกับภัยคุกคามในยุคโลกาภิวัตน์รวมทั้งการ เตรียมการให้พร้อมของกองทัพที่จะเผชิญกับสงครามสาระสนเทศ (IW) นอกจากจะแก้ปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยแล้วยัง จะสามารถป้องกันภัยคุกคามอื่น ๆ อันอาจจะเกิดขึ้นจากสงครามสาระสนเทศที่ประเทศไทยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ด้วย

การ พัฒนาทรัพยากรสารสนเทศของกองทัพไทยเพื่อเผชิญกับสงครามสาระ สนเทศในยุค โลกาภิวัตน์ และภัยคุกคามอันเกิดจากผลกระทบของโลกาภิวัตน์ จึงเป็นปัจจัยเร่งด่วนที่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถเป็นอันดับแรก เพราะมันจะมีผลก่อให้เกิดความหวาดระแวงกันจนเกิดการสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ ระหว่างกันขึ้น สงครามสาระสนเทศ ในยุคโลกาภิวัตน์ ประกอบด้วยสงครามสาระสนเทศทั้ง ๗ รูปแบบ รวมทั้งภัยคุกคามอันเกิดจากผลกระทบ ของสงครามสาระสนเทศทั้ง ๗ รูปแบบ รวมทั้งการดำเนินการที่กองทัพไทยได้ดำเนินการไปแล้วที่เกี่ยวข้องกับการ ป้องกันภัยคุกคามจากผลกระทบจากทั้งสองปัจจัย ดังที่กล่าวแล้ว เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการวิเคราะห์มีหัวข้อสำคัญ ดังนี้

๑. ทฤษฎีสงคราม
๒. ตำราพิชัยสงคราม
๓. โลกาภิวัตน์และผลกระทบจากโลกาภิวัตน์
๔. สงครามสารสนเทศ ( Information Warfare )
๕. การดำเนินการที่ผ่านมาของกองทัพไทยเกี่ยวข้องกับการป้องกันภัยคุกคามอันเกิดจากผลกระทบจากโลกาภิวัตน์
และสงครามสาระสนเทศ
๖. ทฤษฎีตัวแบบในการกำหนดตัวแบบการนำเสนอแนวความคิดของโครงสร้าง ของกองทัพไทยที่เกี่ยวกับหน่วยงาน
สงครามสารสนเทศ
avatar
SpecialForce

จำนวนข้อความ : 89
Registration date : 04/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยุทธศาสตร์การทําสงครามกับจีนของอเมริกา

ตั้งหัวข้อ  SpecialForce on Sat Jan 09, 2010 5:31 pm

สถานการณ์ทั่วไปของโลกในยุคสงครามเย็น ดังเช่นในปัจจุบันนี้แม้ว่ามีเหตุการณ์ที่โดดเด่นที่กระทบต่อสภาพแวดล้อม ด้านความมั่นคงของโลกเพียงไม่กี่สถานการณ์ เช่น สถานการณ์การ ก่อการร้ายที่ยังคงแพร่ขยายอิทธิพลสู่ประชาคมโลกอย่างไม่มีทีท่าว่าจะจบสิ้น ลง สถานการณ์สงคราม ในประเทศอิรัก วิกฤตการณ์น้ำมัน ภัยคุกคามจากเชื้อไข้หวัดนก ภัยพิบัติจากธรรมชาติ รวมทั้งวิกฤตการณ์ในบางภูมิภาคที่เกิดขึ้นมายาวนาน ความเป็นจริงแล้ว สถานการณ์ของโลกยังมีความสลับซับซ้อนอยู่เป็นอันมากชวนให้นักการทหารติดตาม ศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะกล่าวถึงพอสังเขปดังต่อไปนี้

โลกหลังสิ้น สุดยุคสงครามเย็นสภาวะแวดล้อมทางยุทธศาสตร์ของโลกมีการเปลี่ยนแปลงไป อันเนื่องมาจากสาเหตุหลายประการด้วยกันพอที่จะจัดกลุ่มของสถานการณ์ที่มี ความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันที่เป็นเรื่องหลักๆ ๓ ประการ คือ

๑. การที่สหรัฐอเมริกากลายเป็นมหาอำนาจขั้วเดี่ยว

๒. การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระบบ สุริยะจักรวาลและโลกรวมทั้งเกิดจากการกระทำของมนุษย์ต่อธรรมชาติของโลก และ

๓. การปะทะกันทางวัฒนธรรมที่มีความรุนแรงขึ้น ซึ่งจะได้กล่าวถึงประเด็นที่สำคัญในแต่ละเรื่องที่มีความสัมพันธ์สืบเนื่องกันและกระทบต่อสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงของโลกในยุคหลังสิ้นสุดสงครามเย็น
avatar
SpecialForce

จำนวนข้อความ : 89
Registration date : 04/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยุทธศาสตร์การทําสงครามกับจีนของอเมริกา

ตั้งหัวข้อ  SpecialForce on Sat Jan 09, 2010 5:32 pm

แนวความคิดในการพัฒนาทรัพยากรในการทำสงครามสารสนเทศกองทัพ ไทย และกองทัพประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชีย เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการเผชิญกับสงครามสารสนเทศในยุคโลกาภิวัตน์ ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงของประเทศต่างๆ ในสังคมโลก รวมทั้งประเทศไทยและประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่กองทัพไทยมีหน้าที่รับผิดชอบ และอยู่ในขีดความสามารถที่กองทัพไทยสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งแนวความคิดในการพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศของกองทัพไทย เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาและข้อขัดแย้งต่างๆ ที่กำลังเผชิญอยู่นั้นเป็นเรื่องจริงหรือกลลวงเพื่อยุแหย่ให้เกิดความแตกแยก จนก่อให้เกิดสงครามตัวแทน ( Proxy War) ให้สามารถรู้เท่าทันต่อสถานการณ์ภายในสังคมโลก เพื่อทำให้การทำสงครามสารสนเทศในยุคโลกาภิวัตน์ เป็นเครื่องมือ (สร้างโอกาสไม่ใช่ปัจจัยคุกคามความมั่นคงของประเทศ) วิเคราะห์ข้อมูล ในการตอบโต้ ยับยั้ง ประเด็นปัญหาข้อขัดแย้งของ
ประเทศต่างๆ ภายในภูมิภาคเอเชียที่ประเทศมหาอำนาจพยายามสร้างให้เกิดสงครามตัวแทนขึ้น

“รูปแบบการก่อตัวของมูลเหตุแห่งสงครามในอนาคต”

ความ สัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาเป็นความสัมพันธ์ของประเทศมหาอำนาจที่มี ความสำคัญถึงขั้นการชี้เป็นชี้ตายของสถานการณ์โลกได้ ถ้าความสัมพันธ์เป็นไปในทางที่เลวร้าย ก็จะนำโลกไปสู่ความเลวร้ายด้วย ถ้าความสัมพันธ์เป็นไปในแนวทางที่นำไปสู่ความสงบสุขโลกทั้งโลก ก็จะมีสันติไปด้วย การวิเคราะห์สถานการณ์ความมั่นคงระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนหลังสงครามอ่าว ครั้งที่ ๒ จึงจะต้องกระทำอย่างระมัดระวังและให้มีความถูกต้องใกล้เคียงความเป็นจริงให้ มากที่สุด การโน้มเอียงทางความเชื่อตามที่สื่อด้านใดด้านหนึ่งนำเสนอแต่เพียงฝ่ายเดียว ย่อมล่อแหลมต่อการทำให้เกิดความผิดพลาดในการวิเคราะห์ เพราะฉะนั้น การวิเคราะห์จึงต้องอาศัยหลักการและหลักฐานที่มีความเป็นจริงที่ประชาคมโลก ยอมรับกันโดยทั่วไป ซึ่งผู้เขียนจะได้ยึดถือหลักการของเนื้อหาประเด็น ต่าง ๆ ในการนำมาวิเคราะห์สถานการณ์อันจะเกิดขึ้นต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ อเมริกาและจีน ที่มีองค์ประกอบหลายประการด้วยกันซึ่งแต่ละองค์ประกอบได้มีการนำทฤษฏีแนว ความคิดและหลักฐานอันเป็นสิ่งที่ชาวโลกเชื่อถือมาใช้ในการวิเคราะห์ทั้งสิ้น ซึ่งจะได้กล่าวพอสังเขปต่อไปนี้
avatar
SpecialForce

จำนวนข้อความ : 89
Registration date : 04/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยุทธศาสตร์การทําสงครามกับจีนของอเมริกา

ตั้งหัวข้อ  SpecialForce on Sat Jan 09, 2010 5:33 pm

วิเคราะห์จุดอ่อนและจุดแข็งของสหรัฐอเมริกาและจีน

ประเทศสหรัฐอเมริกา

๑. กลุ่มอิทธิพลและอำนาจ ๓ กลุ่มเหนือสังคมอเมริกัน
การที่จะเข้าใจที่มาของนโยบายด้านต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริกาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบโครงสร้างอำนาจและอิทธิพลที่ อยู่เบื้องหลังรัฐบาลและสังคมอเมริกันให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อน ที่จริงแล้วโครงสร้างนี้เป็นโครงสร้างที่ถูกปิดลับมานานไม่ได้มีการเปิดเผย ให้สังคมชาวโลกได้รับทราบแต่การศึกษาด้านความมั่นคงจำเป็นที่จะต้องศึกษาถึง ข้อมูลที่เป็นจริงและมีหลักฐานยืนยันอย่างแน่ชัดเพื่อที่จะนำไปสู่การ วิเคราะห์สถานการณ์ที่ถูกต้องเที่ยงตรงต่อไป โครงสร้างอำนาจที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นโครงสร้างที่มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการ ผลักดันนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในทุกยุคทุกสมัย ทั้งนี้เพราะกลุ่มอำนาจและอิทธิพลดังกล่าวได้ใช้ชาวอเมริกันและรัฐบาลสหรัฐ อเมริกาเป็นเครื่องมือในการบรรลุผลประโยชน์ของตนเท่านั้น เมื่อสามารถบรรลุผลประโยชน์ของกลุ่มตนแล้วจึงได้จัดแบ่งผลประโยชน์ส่วนหนึ่ง ให้กับชาวอเมริกันซึ่งเป็นประชาชนรากหญ้าของสหรัฐแห่งอเมริกา โครงสร้างอำนาจต่าง ๆ นั้นประกอบด้วย

ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็น ประเทศที่พึ่งจะก่อตั้งขึ้นมาประมาณ ๒๐๐ ปีเศษซึ่งเป็นตัวแทน ของบรรพบุรุษทางตะวันตกที่ประกอบด้วยประเทศตะวันตกในอดีตหลายประเทศที่เป็น ประเทศมหาอำนาจผู้ล่าอาณานิคม หลังจากที่ประเทศเหล่านั้นเสื่อมอำนาจลงผู้ที่อยู่อาศัยที่เป็นคนชั้นนำ ของประเทศก็ได้เคลื่อนย้ายเข้าไปตั้งรกรากแห่งใหม่ในสหรัฐแห่งอเมริกา ฉะนั้นประเทศสหรัฐอเมริกาจึงเป็นประเทศที่เป็นแหล่งรวมของคุณลักษณะและ บุคลิกลักษณะรวมทั้งอุดมการณ์ของผู้ล่าอาณานิคมเดิมอย่างเต็มเปี่ยม พื้นฐานโครงสร้างทางสังคมของสหรัฐอเมริกาจึงประกอบไปด้วย เฟดเดอรอลรีเสิร์ฟ ( Federal Reserve : FED ) กลุ่มนักธุรกิจชาวยิว และกลุ่มผลประโยชน์ทางศาสนาคือคริสต์ศาสนา นิกายโรมันคาทอลิก ( กลุ่มครูเสด หรือ Crusader Group ซึ่งมีสายสัมพันธ์อันแนบแน่นกับสำนักวาติกัน ที่ทำงานเพื่อศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ) ทั้งสามกลุ่มอิทธิพลดังกล่าวนี้ได้ร่วมกันก่อตั้งและครอบครองธุรกิจขนาดใหญ่ ของโลก ๖ ชนิดมาเป็นเวลานาน ธุรกิจทั้ง ๖ ชนิดซึ่งกลุ่มธุรกิจเหล่านั้นคือ บรรษัทข้ามชาติที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งจะได้กล่าวต่อไป

๑.๑ เฟดเดอรอลรีเสิร์ฟ ( FEDERAL RESERVE :FED) เป็นกลุ่มที่มีกำเนิดมาจาก การก่อตั้งของ ๘ ตระกูลใหญ่ของชาวคาทอลิกที่อาศัยอยู่บริเวณภาคพื้นยุโรป ซึ่งได้มาตั้งถิ่นฐานและ เข้ามามีอิทธิพลเหนือชาวอเมริกันตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสหรัฐอเมริกาด้วยความ เป็นกลุ่มอิทธิพลทางเศรษฐกิจ กลุ่มดังกล่าวจึงได้เข้าครอบครองประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งประเทศได้อย่างเบ็ด เสร็จ ในปี พ.ศ.๒๔๙๐ ( ๑๙๔๗) FED ได้ตั้ง CIA ขึ้นมาเพื่อให้พิทักษ์ผลประโยชน์ให้กลุ่มของตน ตั้งแต่นั้นมา CIA จึงได้ถูกกระจายออกไปทั่วทุกมุมโลกเพื่อที่จะไปแสวงประโยชน์จากเหตุการณ์ ทั้งหลายทั่วโลกและเพื่อที่จะพิทักษ์ผลประโยชน์ของตนทั่วทุกภูมิภาคของโลก ในปัจจุบันนี้ FED ได้มีหน้าที่ที่คนทั่วไปทราบกัน ในนามของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาและเป็นผู้ผลิตธนบัตรเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (ทั้งเงินจริงและปลอม) ในทางความเป็นจริงแล้ว FED เป็นผู้ที่ควบคุมตลาดหุ้นของโลกโดยใช้กลไกทางด้านเศรษฐกิจและใช้เทคโนโลยี ชั้นสูงในการดำเนินการ การครอบครองเศรษฐกิจโลกโดยการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ให้เข้าไปมีอิทธิพลในการชี้นำด้านเศรษฐกิจของโลก การผลักดันให้ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในการเป็นเงินตราสำรองระหว่างประเทศแทนทองคำ FED ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับรัฐวาติกันในการสร้างองค์กร NGOs หรือที่รู้จักกันในนามองค์กรเอกชนต่าง ๆ เพื่อที่จะใช้ในการขับเคลื่อนคำประกาศ “ การจัดระเบียบ โลกใหม่” ซึ่งเป็นระเบียบโลกที่ใช้ในการล่าอาณานิคมในรูปแบบใหม่ของมหาอำนาจสหรัฐ อเมริกา
( อ่านเพิ่มเติม : OLYMPUS The Secret Government Decoded by Ghost Bat :CD หอสมุดแห่งชาติ)

๑. ๒ กลุ่มนักธุรกิจชาวยิว เป็นกลุ่มคนที่มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อสังคมของชาวอเมริกันและรัฐบาลของสหรัฐ อเมริกา ทั้งนี้เพราะ เป็นกลุ่มที่ส่วนใหญ่แล้วมีอิทธิพลในการครอบครองธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมที่ มีเครือข่ายทั่วโลกและโครงการอุตสาหกรรมการผลิตอาวุธเทคโนโลยีสูงทั้งหลาย เป้าหมายทางศาสนาก็ยังเป็นเป้าหมายในการดำเนินงานของกลุ่มนักธุรกิจชาวยิวใน อันที่จะรวบรวมชาวยิวทั่วโลกให้เป็นอันหนึ่ง ตัวอย่างสำหรับธุรกิจขนาดยักษ์เกี่ยวกับสื่อสารโทรคมนาคมทั้งภายในสหรัฐ อเมริกาเองและที่มีเครือข่ายไปทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มธุรกิจชาวยิวยังมีอิทธิพลส่วนหนึ่งครอบคลุมไปถึงธุรกิจด้านการเงินการ ธนาคาร และแม้กระทั่งในธุรกิจการเมืองชาวยิวก็ยังมีอิทธิพลไม่น้อยในสหรัฐอเมริกา ชาวยิวต้องการที่จะรักษารัฐยิวในอิสราเอลไว้ให้ได้จึงร่วมมือกับชาวคาทอลิ คเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวทั้ง ๆ ที่ในอดีตชาวยิวกับชาวคาทอลิกเป็นศัตรูกันมายาวนาน ซึ่งในขณะนี้มีเพียงศัตรูร่วมของทั้ง ๒ ศาสนาคือศาสนาอิสลาม ทั้งสองกลุ่มจึงสร้างชาวมุสลิมให้เป็นผู้ก่อการร้ายของโลกแล้วผลักดันให้ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเป็นผู้สร้างสงครามต่อต้านการก่อการร้ายซึ่งเท่ากับว่า เป็นการสร้างสงครามกับชาวมุสลิมของศาสนาอิสลามนั่นเอง

๑.๓ นครรัฐวาติกัน ( Vatican City State ) สำนักวาติกันมีสถานะ เป็นประเทศประเทศหนึ่ง ( คำสั่งลับวาติกัน VATICAN COUNCIL 2 : บ.ธรรมบาล ) มีอิทธิพลต่อชาวตะวันตกมายาวนานตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมันเป็นต้นมา ซึ่งอิทธิพลของสำนักวาติกันอยู่เหนือรัฐต่าง ๆ ทั้งในอดีตและจนกระทั่งปัจจุบันนี้ สาระสำคัญของสำนักวาติกันที่มีอิทธิพลต่อสหรัฐอเมริกา อิทธิพลด้านศาสนา ที่ชาวตะวันตกมีความยึดมั่นและศรัทธาในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกมายาว นาน ๘ ตระกูลคาทอลิกที่ครอบครองเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ เป็นผู้ช่วยผลักดันอิทธิพลศาสนาให้สูงขึ้น ที่สามารถมีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา อิทธิพลด้านการเงิน วาติกันได้รับเงินได้จากศาสนิกทั่วโลกจำนวนมหาศาลซึ่งได้จากรายได้ร้อยละ ๑๐ ของศาสนิกต่อปีต้องส่งให้วาติกันตามหลักคำสอนศาสนา นอกจากนั้นยังมีการดำเนินธุรกิจของวาติกันในรูปของสหกรณ์เครดิตยูเนียนที่มี อยู่ทั่วโลกที่ปล่อยเงินกู้ให้ประชากรโลกในระดับรากหญ้าแล้วเข้ายึด ครองอสังหาริมทรัพย์และยึดครองทางด้านจิตใจของลูกหนี้ทั่วโลก ( เครดิตยูเนียน มหันตภัยของชาวพุทธ : บ.ธรรมบาล) ทำให้วาติกัน ได้ทั้งศาสนิกใหม่และทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ซึ่งมีอิทธิพลทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกในปัจจุบันอิทธิพลของผู้มี อิทธิพลอำนาจมือในท้องถิ่น วาติกันได้เข้าไปมีอิทธิพลต่อกลุ่มมาเฟียทั่วโลกที่มีอิทธิพลต่อรัฐบาลท้อง ถิ่นในประเทศต่าง ๆ ที่จะสามารถชี้นำทางการเมืองได้แม้แต่กระทั่งในสหรัฐอเมริกา ( Vatican Connection : CD หอสมุดแห่งชาติ ) อิทธิพลของ NGOs การจัดตั้ง NGOs สนับสนุนด้านการเงินแก่กลุ่ม NGOs เคลื่อนไหวทั่วโลกเพื่อกิจกรรมด้านศาสนา ทำให้วาติกันมีอิทธิพลเหนือประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกทำให้สหรัฐอเมริกาเห็น ความสำคัญและต้องร่วมมือกับวาติกันจึงมีการปฏิบัติงานร่วมของ CIA และ NGOs อยู่เสมอ ( NGOs 2000 : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, พุทธวิทยาเพื่อการปฏิวัติฯ : ๒๕๔๓ ) การต่อต้านศาสนาอื่น เนื่องจากศาสนาอิสลามเป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ของวาติกันเพราะการเผยแพร่ ศาสนาอิสลามไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ออกไปรวดเร็วมากซึ่งคุกคามต่อผลประโยชน์ของวาติกัน วาติกันจึงต้องร่วมมือกับศาสนายิวโดยนักธุรกิจชาวยิวในสหรัฐอเมริกาต่อต้าน อิทธิพลของมุสลิม โดยการสร้างสงครามครูเสด ซึ่งสงครามการก่อการร้ายก็คือสงครามครูเสด เป้าหมายของวาติกันคือการเป็นจักรพรรดิเดียวในโลก ( One World Emperor ) จึงจำเป็นต้องกำจัดศาสนาอื่นให้หมดสิ้นไป ( พุทธวิทยาเพื่อการปฏิวัติ : ๒๕๔๓ , คำสั่งลับวาติกัน VATICAN COUNCIL 2 : บ.ธรรมบาล ) ซึ่งถ้ารัฐบาลของประเทศใดไม่ยอมสยบต่อวาติกันจะถูกโค่นล้มโดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลที่มีสถาบันกษัตริย์เป็นประมุขของประเทศ
avatar
SpecialForce

จำนวนข้อความ : 89
Registration date : 04/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยุทธศาสตร์การทําสงครามกับจีนของอเมริกา

ตั้งหัวข้อ  SpecialForce on Sat Jan 09, 2010 5:34 pm

๒. กลุ่มบรรษัทข้ามชาติที่กำลังครอบครองโลกด้วยการใช้พลังอำนาจของสหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องมือดังที่ได้กล่าวแล้วว่า กลุ่มบรรษัทข้ามชาติทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาที่กำลังเข้าครอบครองธุรกิจทั่วโลก ในปัจจุบันนี้เกิดขึ้นจากการร่วมมือของ ๓ กลุ่มอิทธิพลในสังคมอเมริกันทั้งสิ้น โดยมีตัวแสดงหลักคือรัฐบาลสหรัฐเมริกาที่แสดงเป็นประเทศมหาอำนาจที่มีพลัง อำนาจเหนือทุกประเทศในโลกยุคปัจจุบัน ทำให้การขยายธุรกิจในรูปของบรรษัทข้ามชาติดำเนินไปได้อย่างสะดวกและบรรลุ เป้าหมาย ในการดำเนินการทุกประการ และทำให้บรรษัทข้ามชาติมีอิทธิพลครอบครองโลกอยู่ในยุคปัจจุบัน ดังที่จะได้กล่าวถึงกลุ่มบรรษัทข้ามชาติต่าง ๆ พอสังเขปดังนี้

๒.๑ ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมกลายมาเป็นธุรกิจที่มีความ โดดเด่นมากขึ้นโดยลำดับโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันอันเป็นยุคของข้อมูล ข่าวสาร เครื่องมือสื่อสารเทคโนโลยีสูงได้แสดงบทบาทอันสำคัญยิ่งต่อทั้งภาคเอกชนและ ภาครัฐบาลรวมทั้งในส่วนของกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กรเอกชน ( NGOs ) ด้วย ประเทศมหาอำนาจทั้งหลายต่างตระหนักดีว่า ใครครอบครองธุรกิจด้านการสื่อสารโทรคมนาคมได้ก็สามารถที่จะครองข้อมูลข่าว สารได้ ผู้ใดควบคุมข้อมูลข่าวสารได้ ก็จะสามารถครอบครองอำนาจในยุคปัจจุบันได้ และผู้ใดครอบครองอำนาจได้ก็ครอบครองโลกทั้งใบได้นั่นเอง ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้เพื่อสงครามข้อมูล ข้อมูลนั้นโดยทั่วไปมุ่งเน้นต่อการเข้าครอบครองโลกด้วยการครอบครองแนวความ คิดของมนุษยชาติซึ่งจะนำพาไปสู่ การเข้าครอบครองทางด้านอื่น ๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น

๒.๒ ธุรกิจด้านอาหารและยา อาหารและยาเป็นธุรกิจที่มีอิทธิพลทางด้านผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อประเทศ สหรัฐอเมริกาเป็นอย่างยิ่งซึ่งกำลังแพร่กระจายไปทั่วโลกอยู่ ในขณะนี้ ในกลุ่มธุรกิจในเรื่องอาหารและยานี้ไม่เป็นเพียงแต่การผลิตอาหารในรูปแบบ ต่าง ๆ เพื่อเลี้ยงประชากรโลกซึ่งก็ถือเป็นธุรกิจที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อความเป็น อยู่ของมนุษยชาติ นอกจากนั้นกลุ่มธุรกิจดังกล่าวยังได้หมายรวมไปถึงการพัฒนาเชื้อโรคเพื่อที่ จะเป็นข้ออ้างในการผลิตยาเพื่อให้การรักษาโรค ที่ผลิตขึ้นมาอีกด้วย การพัฒนาเชื้อโรคถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถสร้างความเจริญเติบโตให้กับ อุตสาหกรรมการผลิตยา เช่น การพัฒนาเชื่อโรคต่าง ๆ เพื่อการผลิตยารักษาอันเป็นผลตอบแทนทางด้านการเงินและเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น โรคเอดส์ โรคซาร์ซ โรคไข้หวัดนก นอกจากนั้นยังมีธุรกิจยาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด (Bush – Cheney Drug Empire โดย Micheal C. Ruppert ซึ่งตีพิมพ์ ในวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๓ , http://www.covcia.com , โดยกลุ่ม The Wilderness Publications )

๒. ๓ ธุรกิจอุตสาหกรรมด้านการผลิตอาวุธ ธุรกิจค้าอาวุธนำเงินมหาศาลให้กับระบบเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา การสร้างสงครามคือการเปิดตลาดขายอาวุธของกลุ่มธุรกิจนี้ มีหลักฐาน ที่เกี่ยวกับการสร้างสงครามของกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมด้านการผลิตอาวุธกลุ่ม ที่มีบทบาทมากที่สุดคือ กลุ่มคาร์ไลล์ ( Carlyle Group ) และกลุ่ม Skull and Bones ซึ่งมีผู้ร่วมประกอบธุรกิจในกลุ่มนี้จำนวนมากทั้งตระกูล บุช ตระกูลเชนีย์ ตระกูล เบเกอร์ ตระกูล บิน ลาเดนที่มั่งคั่ง อดีตผู้นำประเทศหลายคนของยุโรป นายลี กวน ยิว อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ และ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยร่วมธุรกิจนี้ด้วยหนึ่งคน ซึ่งมีการแสดงหลักฐานโดยแน่ชัดว่าเมื่อสหรัฐฯ เข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามใดในทุกพื้นที่ ของโลกจะต้องมีกลุ่มคาร์ไลล์เข้าไปเป็นตัวหลักในการสร้างสงครามเสมอ ( http://www.carlyle.com , Central Intelligence Agencies TOPSECRET : Decoded by Ben Bravo , CD หอสมุดแห่งชาติ
นำเสนอโดยสำนักข่าวฝรั่งเศส )

๒. ๔ กลุ่มอุตสาหกรรมด้านพลังงาน พลังงานมีหลายรูปแบบ พลังงานน้ำมันเป็นพลังงานที่มีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจโลกยุคนี้เป็นอย่างมาก ถ้าประเทศใดสามารถที่จะครอบครองแหล่งพลังงานด้านน้ำมันได้ ก็เท่ากับว่าสามารถที่จะครอบครองอำนาจทางด้านเศรษฐกิจของโลกได้ ทั้งนี้เนื่องจากว่า ต้นทุนการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคทุกชนิดต้องอาศัยฐานของราคาน้ำมันทั้งสิ้น การขึ้นราคาหรือการลดราคาของน้ำมันในตลาดโลกมีผลต่อการขึ้นลงของสินค้า อุปโภคบริโภคที่มีอยู่ ทั่วโลก การที่สามารถควบคุมราคาน้ำมันของโลกได้คือการควบคุมราคาสินค้าทั้งสิ้นใน ตลาดโลก การควบคุมราคาสินค้าทั้งสิ้นในตลาดโลกได้คือการควบคุมเศรษฐกิจโลกได้ การควบคุมเศรษฐกิจโลกได้คือการควบคุมโลกได้นั่นเอง หนังสือ House of Bush ,House of Saud ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์
อันแนบแน่นระหว่างตระกูลบุช ตระกูลราชวงศ์ซาอุดิอาระเบียและตระกูลบิน ลาเดน ที่ทำธุรกิจร่วมกัน มาเป็นเวลายาวนานถึงกว่า ๒๐ ปี ( http://www.oilempire.us ) ในหนังสือเรื่อง The Bush Dynasty The Bush - Bin Laden business connections - and 9/11 ties - a symbiotic relationship Osama is hiding under a Bush ( http://www.oilempire.us ) ซึ่งแสดงถึงอิทธิพลของกลุ่มธุรกิจน้ำมันที่มีต่อรัฐบาลสหรัฐฯ และนโยบายต่าง ๆ ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศใช้อันกระทบต่อประชาคมโลกในปัจจุบัน

๒.๕ กลุ่มธุรกิจทางด้านการเงิน สหรัฐฯ ผลิตเงินดอลลาร์ปลอม โดย FED การสร้างสงครามทำให้สามารถนำเงินดอลลาร์ไปใช้จ่ายเป็นการฟอกเงินปลอมเป็น เงินจริงได้ การสร้างวิกฤตเศรษฐกิจสามารถฟอกเงินได้ด้วยการนำเงินดอลลาร์ไปซื้ออสังหาริม ทรัพย์ในประเทศที่ล้มละลายทางเศรษฐกิจ การบีบบังคับให้ประเทศที่ประสบวิกฤตเศรษฐกิจต้องแปรรูปรัฐวิสาหกิจแล้วนำ เงินดอลลาร์ไปซื้อก็สามารถฟอกเงินได้ การเข้าซื้อธนาคารของประเทศต่าง ๆ และการเข้าควบคุมระบบการเงินและการคลังของประเทศที่ประสบวิกฤตทางเศรษฐกิจ ทั่วโลกก็อยู่ในเรื่องของสงครามทางการเงิน ที่มีตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือการใช้บริษัทที่ได้รับการสนับสนุนโดย รัฐบาลสหรัฐฯ และองค์กร CIA ที่เข้าโจมตีค่าเงินของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สร้างวิกฤต เศรษฐกิจขึ้นตามมาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๐ หนังสือเรื่อง “The Real Perpetrators behind Sept 11 Atrocities?” โดย Dick Eastman Yakima ซึ่งออกเผยแพร่สู่สาธารณะใน Washington เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๔๔ ซึ่งได้กล่าวถึงการทำลายหลักฐานของเจ้าหน้าที่ FBI ที่อยู่บนตึก เวิร์ลด์เทรด เซ็นเตอร์ ซึ่งอยู่บนชั้นที่ ๒๒ , ๒๓ และ ๒๔ ของตึกดังกล่าวโดยกล่าวถึงความสำคัญของเอกสารที่ต้องการทำลายในการสร้าง เหตุการณ์วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๔ ว่าหลักฐานดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่ออาชญากรรมทางการเงินทั่วโลก ( http://www.rense.com/ , http:// http://www.whatreallyhappened.com/ and http://www.copvcia.com/ )

๒.๖ ธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์เครื่องยนต์และและเครื่องอิเลคทรอนิกส์ ธุรกิจดังกล่าวนี้ เป็นธุรกิจที่มีมูลค่าของการทำธุรกิจที่มีการแย่งชิงกันในตลาดโลกอย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตและการซื้อขายรถยนต์ เครื่องบิน เรือ รวมทั้งเครื่องยนต์กลไกลที่กำลังแข่งขันกันในเวทีโลกอยู่ในปัจจุบันนี้ การค้าขายจำเป็นที่จะต้องนำเอาพลังอำนาจทุกด้านเพื่อใช้ในการสร้างภาพแวด ล้อมให้เกื้อกูลต่อธุรกิจของฝ่ายตน อำนาจของรัฐบาลนับว่าเป็นพลังอำนาจที่สามารถเกื้อกูลให้กับธุรกิจเหล่านี้ ได้ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาเองและเกื้อกูลต่อการแข่งขันในตลาดโลกด้วยจึงจำ เป็นอย่างยิ่งที่นักธุรกิจกลุ่มนี้จะต้องเข้าไปมีอิทธิพลและผลักดันให้ รัฐบาลดำเนินนโยบายเพื่อให้สอดคล้องกับธุรกิจของกลุ่มตนให้ได้
avatar
SpecialForce

จำนวนข้อความ : 89
Registration date : 04/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยุทธศาสตร์การทําสงครามกับจีนของอเมริกา

ตั้งหัวข้อ  SpecialForce on Sat Jan 09, 2010 5:34 pm

๓. องค์กรต่าง ๆ ที่มีบทบาทสำคัญในสังคมอเมริกันและการรุกในทุก ๆ ด้านตามนโยบายของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา

๓. ๑ ซีไอเอ ( Central Intelligence Agencies : CIA) เป็นองค์กรที่ถูกตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๔๙๐ โดย FED ซึ่งมีจุดมุ่งหมายหลักในการตั้งขึ้นคือการรักษาผลประโยชน์ของ FED ในทั่วทุกภูมิภาคของโลก องค์กร ซีไอเอ จึงถูกจัดตั้งขึ้นและกระจายไปสู่ทุกภูมิภาคของโลก ซีไอเอ มีหน้าที่ในเรื่องงานด้านการข่าวแต่สิ่งที่แฝงเร้นไว้คือการสร้างสถานการณ์ ต่าง ๆ เพื่อให้เกื้อกูลต่อผลประโยชน์ของ FED เช่นการแปลงเงินปลอมของ FED ให้เป็นเงินจริง การสร้างสงครามเพื่อให้เกื้อกูลต่อการค้าและการเมืองระหว่างประเทศ การสร้างความอ่อนแอให้กับประเทศต่าง ๆ ซึ่งจะง่ายต่อการที่สหรัฐอเมริกาเข้าแทรกแซงในทุก ๆ ด้าน จะเห็นได้ว่ามีเหตุการณ์ทุก ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในโลกล้วนแล้วแต่มีองค์กร ซีไอเอ เข้าเกี่ยวข้องอยู่ด้วยเสมอ การสงครามทุกครั้งต้องมีเจ้าหน้าที่ขององค์กร ซีไอเอ เข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ด้วยเสมอเช่นกัน ( CIA the foundation of Global Terrist Operation: http://www.thai.net/specialforce/allcon.htm)

๓. ๒ กลุ่มนักยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ( Strategic Defense Group ) เป็นกลุ่มคณะทำงานที่ทำหน้าที่ในการให้คำแนะนำทางด้านยุทธศาสตร์ด้านความ มั่นคงแก่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งประกอบไปด้วยบุคลากรชั้นยอดที่มีความรอบรู้ทางยุทธศาสตร์และเรื่องราว รอบโลกเป็นอย่างดีและมีขีดความสามารถในการวางแผนชั้นยอด เป็นกลุ่มบุคคลที่ได้รับการเลือกสรรแล้วเพื่อให้เข้ามาระดมสมองในการสร้าง กิจกรรมทางยุทธศาสตร์เพื่อการครองดลกและแก้ไขวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประสบอยู่ ซึ่งในอดีตเคยสร้างเรื่อง เรื่อง เพิร์ลฮาร์เบอร์ ( Wag The Dog WWII :CD )
อะพอลโล ๑๑ ( ทฤษฎีลวงโลกอะพอลโล ๑๑ , ชัยวัฒน์ คุประตกุล ๒๕๔๖ ) กรณี ๙/๑๑ (http://www.ThePowerHour.com ) เรื่องโรคซาร์ซ ( SARS A Great Global Scam by Leonard G. Horowitz, D.M.D., M.A., M.P.H.) และไข้หวัดนก

๓. ๓ องค์กรเอกชน ( NGOs ) NGOs ในเบื้องต้นได้รับการจัดตั้งจาก วาติกัน เพื่อดำเนินกิจกรรมด้านศาสนาเป็นหลัก ซึ่งมีการดำเนินกิจกรรมกระจายกันอยู่ทั่วโลกในเวลานี้ หลังจาก NGOs ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการปฏิบัติงานด้านมวลชนในแถบอเมริกากลางและ อเมริกาใต้ ทำให้ชื่อเสียงของ NGOs ขยายออกไปสู่การรับรู้ของชาวโลกอย่างกว้างขวางและสามารถสร้างอิทธิพลถึงขั้น ต่อรองอำนาจกับผู้นำประเทศในหลาย ๆ ประเทศ สหรัฐอเมริกาตระหนักถึงความสำคัญของงานด้านการรวบรวมข่าวสารและงานด้านการ สร้างมวลชนของ NGOs ซึ่งจะมีประโยชน์ต่องานด้านการข่าวของสหรัฐฯ เป็นอย่างมากและสามารถที่จะเสริมประสิทธิภาพการทำงานของ CIA ได้อีกทางหนึ่ง จึงได้ประสานการปฏิบัติงานกันระหว่าง CIA กับ NGOs ซึ่งทั้งสององค์กรนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรร่วมทางการเงินคือรัฐบาล สหรัฐอเมริกาโดย FED และวาติกัน และผลที่ทั้งสองกลุ่มนี้ได้รับก็ต้องมีการแบ่งปันกันอย่างลงตัว
avatar
SpecialForce

จำนวนข้อความ : 89
Registration date : 04/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยุทธศาสตร์การทําสงครามกับจีนของอเมริกา

ตั้งหัวข้อ  SpecialForce on Sat Jan 09, 2010 5:35 pm

วิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งประเทศจีน

๑. จีนเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์และอารยะธรรมมายาวนาน ประเทศจีนมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนานมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก เคยมีประวัติศาสตร์ของความเจริญรุ่งเรืองสูงที่สุดในโลกมาแล้วหลายครั้ง การที่จีนจะกลับมาเป็นมหาอำนาจแข่งกับสหรัฐอเมริกาในยุคปัจจุบันเป็นเรื่อง ที่เป็นไปได้ ทั้งนั้นทั้งนี้จีนต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การเป็นมหาอำนาจให้ได้

๒. ศักยภาพจีนมีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจ ด้านประชากร ด้านการเมืองที่รัฐบาลกลางมีอำนาจเบ็ดเสร็จ การมีความสัมพันธ์ด้านข้อตกลงทางการค้าและด้านความมั่นคงกับมหาอำนาจหลาย ประเทศ ทั้งจีนยังมีพันธมิตรต่อต้านสหรัฐอเมริกาที่กำลังเพิ่มขึ้นทุกวันอันเนื่อง มาจากการขยายอิทธิพลอำนาจที่เอารัดเอาเปรียบประเทศอื่น ๆ ของสหรัฐฯ จึงทำให้จีนได้รับการคาดหมายจากทั่วโลกว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นประเทศมหาอำนาจ อันดับหนึ่งแทนสหรัฐอเมริกาในระยะเวลาอันใกล้นี้

๓. ผลจากปรากฏการณ์การเรียงตัวของดาวพระเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาล เมื่อไม่นานมานี้ได้มีปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ดาวในระบบสุริยะจักรวาล เรียงตัวกันเป็นแนวระนาบ ยังผลทำให้เกิดปรากฏการณ์ขึ้น ๒ ประการคือ เกิด เอล นีโน่ และการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของของเหลวใต้ผิวโลก ทำให้ประเทศไทย จีน และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นพื้นที่ที่มั่งคั่งทางทรัพยากรน้ำมัน และแร่ธาตุ ซึ่งถ้าประเทศใดครอบครองพื้นที่นี้ได้จะครอบครองความมีอำนาจในอนาคตได้อีก ยาวนาน และจีนเป็นประเทศหนึ่งที่อยู่ในภูมิภาคนี้อยู่แล้ว
avatar
SpecialForce

จำนวนข้อความ : 89
Registration date : 04/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยุทธศาสตร์การทําสงครามกับจีนของอเมริกา

ตั้งหัวข้อ  SpecialForce on Sat Jan 09, 2010 5:35 pm

การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาที่อาจก่อตัวให้เกิดสงครามด้วยอาวุธในอนาคต

๑. ฝ่ายสหรัฐอเมริกา

ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาหลังจากเสร็จสิ้นสงครามอ่าวเปอร์เซีย ครั้งที่ ๒ หรือสงครามถล่มอิรักครั้งที่ ๒ ในปี ๒๕๔๖ นั้น โดยเนื้อแท้แล้วสหรัฐอเมริกา ถือว่าจีนเป็นประเทศที่มีศักยภาพอันสามารถที่จะก้าวขึ้นมาเป็นประเทศมหา อำนาจแทนสหรัฐฯ ได้ดังนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจึงเป็นไปในลักษณะการแข่งขันช่วงชิง อำนาจซึ่งกันและกัน บางโอกาสจะเป็นลักษณะเหมือนจะเป็นมิตรที่มีการจับมือกันต่อหน้าประชาคมโลก แต่อีกมือหนึ่ง ซ่อนดาบไว้ด้านหลังพร้อมที่จะทิ่มแทงประหัตประหารซึ่งกันและกันทุกเมื่อ โดยสหรัฐฯ จะเป็นฝ่ายรุกจีนจะเป็นฝ่ายรับ ซึ่งการรุกของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้งสองฝ่ายจะสร้างสงครามทางเศรษฐกิจ สงครามชีวเคมี และสงครามตัวแทนขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ของโลก ในส่วนของสงครามที่ใช้กำลังระหว่างจีนกับสหรัฐฯ น่าที่จะกระทำสงครามระหว่างกันในรูปแบบ ดังนี้

๑.๑ สหรัฐฯ จะรุกจีนโดยใช้วิธีการล่าอาณานิคมยุคใหม่ ( Neo-Colonialism) เพื่อให้บรรลุซึ่งผลประโยชน์แห่งชาติของตน การล่าอาณานิคมยุคใหม่จะประกอบด้วยทั้งด้านการค้า การทหาร และด้านการศาสนา ผู้ที่ผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมคือ กลุ่มอิทธิพลและอำนาจทั้ง ๓ ที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเพื่อสกัดกั้นการเติบโตในทุก ๆ ด้านของจีนและไม่ให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งของสหรัฐฯ

๑.๒ สหรัฐฯ จะใช้ความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีสงครามข้อมูลข่าวสารทำให้ได้เปรียบในสงคราม ยุคใหม่เพื่อปิดล้อมการเติบโตของจีน ซึ่งสงครามข้อมูลข่าวสารมีรูปแบบตามที่สหรัฐฯ กำหนดไว้ ๗ ประการ ได้แก่

สงครามการควบคุมบังคับบัญชา ( Command and control warfare )

สงครามฐานข่าวกรอง ( Intelligence based warfare )

สงครามอิเลคทรอนิกส์ ( Electronics Warfare )

สงครามจิตวิทยา ( Phychology Warfare )

สงครามแฮ็กเกอร์ ( Hackers Warfare )

สงครามข้อมูลทางเศรษฐกิจ ( Economical base )

และสงครามไซเบอร์ ( Cyber warfare )

จะ ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะสกัดกั้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนด้วยการบีบแหล่งน้ำมันที่ตน ยึดครองได้ให้ขึ้นราคา และสร้างสงครามชีวะในจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปล่อยเชื้อโรคที่ร้ายแรงให้เกิดขึ้นในจีนก่อนที่จีนจะเปิดการแข่งขั้น กีฬาโอลิมปิก ๑ เดือน ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับจีนเป็นอันมาก

๑. ๓ สหรัฐฯ จะทำสงครามร้อนที่ต้องใช้กำลังทหารเพื่อผลแตกหักในบางพื้นที่ แม้ว่าการทำสงครามร้อนดังกล่าวจะไม่อยู่บนผืนแผ่นดินจีนก็ตามแต่ผลกระทบก็ เกิดขึ้นกับจีนเสมอ เช่น การสร้างสงครามอิรักทำให้สหรัฐฯ เข้ายึดครองแหล่งน้ำมันที่สำคัญไว้ได้ การยึดครองแหล่งน้ำมันสามารถที่จะปั่นราคาน้ำมันให้สูงหรือให้ต่ำได้ ราคาน้ำมันสูงก็กระทบต่อแผนพัฒนาเศรษฐกิจของจีน ราคาน้ำมันไม่แน่นอนก็กระทบต่อแผนพัฒนาเศรษฐกิจของจีน สถานการณ์โลกไม่มีเสถียรภาพก็กระทบกับการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนเช่นเดียวกัน

๑. ๔ สหรัฐฯ จะวางแผนที่เพื่อทำสงครามด้วยกำลังทหารขนาดใหญ่บนผืนแผ่นดินจีน กล่าวคือ หลังจากการสร้างสงครามขึ้นแล้วอย่างน้อย ๓ ครั้ง หลังจากสงครามอิรักสหรัฐฯ จะสร้างสงครามในตะวันออกกลางอีกอย่างน้อย ๒ ครั้ง และสงครามในคาบสมุทรเกาหลีอีกหนึ่งครั้ง ซึ่งการสร้างสงครามเป็นการเตรียมความพร้อมทั้งทางด้านการทหาร การส่งกำลังบำรุง การเมืองระหว่างประเทศและการเตรียมการด้านอื่น ๆ อย่างเพียงพอในการทำสงครามสำหรับสหรัฐฯ

๒. ฝ่ายจีน หลังจากสงครามอิรักครั้งที่ ๒ ( ๒๕๔๖) จีนเป็นประเทศหนึ่งที่สูญเสียผลประโยชน์ในตะวันออกกลางอย่างมหาศาลทั้งตลาด การค้าสิ่งอุปโภคบริโภคและตลาดน้ำมันที่จีนเคยซื้อจากตะวันออกกลาง จีนจะพยายามกระทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาเพื่อให้เสียกลับ กลายเป็นได้ดังนี้

๒.๑ จีนจะยังคงรักษาท่าทีที่จะไม่แสดงออกถึงการสูญเสียและพ่ายแพ้ การรักษาอาการเช่นนี้จะทำให้ประเทศต่าง ๆ ที่กำลังนิยมฝ่ายจีนยังมีความเชื่อมั่นในความมีอำนาจบารมีของจีนและพร้อมที่ จะร่วมมือกับจีนต่อสู้กับอำนาจของสหรัฐฯ ตามวิถีทางการต่อสู้ของจีน ซึ่งจีนจะหลีกเลี่ยงการทำสงคราม ด้วยกำลังทหารทุกวิถีทาง

๒.๒ จีนจะร่วมมือกับประเทศมหาอำนาจอื่นๆ ที่เสียผลประโยชน์ในสงครามอิรักต่อต้านสหรัฐอเมริกาทุกวิถีทาง วิถีทางหนึ่งที่จะต้องดำเนินการอย่างรีบด่วนคือการสร้างกับดักในอิรักให้ สหรัฐฯ ติดกับและถอนตัวไม่ขึ้นคือการสร้างสงครามกองโจร สงครามประชาชน สงครามท้องถิ่น สงครามยืดเยื้อตามที่จีนถนัดด้วยการผสมผสานยุทธวิธีในพื้นที่คือระเบิดพลี ชีพ การซุ่มยิง ซุ่มโจมตี ซึ่งจะทำให้สหรัฐฯ ต้องเสียหายทั้งทางด้านการทหาร การเศรษฐกิจและชื่อเสียงในประชาคมโลก และจะสามารถบั่นทอนความเป็นมหาอำนาจของสหรัฐฯ ได้เป็นอันมากดังเช่นที่สหรัฐฯ ต้องตกหลุมพรางในสงครามเวียดนามมาแล้ว

๒. ๓ จีนจะตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยสงครามข้อมูลข่าวสารตามแบบของสหรัฐฯ จีนจะร่วมกับประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ ตอบโต้สหรัฐฯ ซึ่งจะเน้นหนักด้านสงครามจิตวิทยาด้วยการเปิดเผยกลลวงการสร้างเหตุการณ์ ๙/๑๑ ของสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อประชาคมโลกทราบถึงหลักฐานอันแน่ชัดว่าสหรัฐฯ เป็นผู้สร้างเหตุการณ์ ๙/๑๑ สร้างการก่อการร้ายทั่วโลก สร้างสงครามต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจของตนเองจะทำให้สหรัฐฯ เสียหายอย่างมหาศาล ซึ่งจะถึงขั้นสามารถเปลี่ยนขั้วอำนาจของโลกได้ในทันที การตอบโต้เช่นนี้กระทำผ่านทางอินเตอร์เน็ทและเครื่องมือเทคโนโลยีสูงอื่นๆ ( IW )

๒.๔ จีนจะร่วมมือกับรัสเซียในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านข้อมูลข่าวสารเพื่อต่อสู้กับสหรัฐฯ

๒. ๕ จีนจะร่วมมือกับประเทศในกลุ่มยูโรพัฒนาความแข็งแกร่งของเงินยูโรเพื่อต่อสู้ กับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อันจะสร้างความสั่นคลอนทางด้านเศรษฐกิจให้กับสหรัฐฯ เป็นอย่างมากเนื่องจากผลกระทบจากค่าเงินดอลลาร์ถูกตีอย่างรุนแรง สภาวะเงินเฟ้อขนาดใหญ่จะเกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในไม่ช้า ความพ่ายแพ้ในสงครามการเงินจะเกิดขึ้นกับสหรัฐอเมริกาในที่สุด

๒.๖ จีนจะร่วมมือกับรัสเซียเพื่อซื้อน้ำมันราคาไม่แพงจากรัสเซียทดแทนการซื้อ น้ำมันราคาแพงจากตะวันออกกลางที่สหรัฐฯ ควบคุมอยู่และปั่นราคาน้ำมันเพื่อให้กระทบกับจีน

๒.๗ จีนจะแสดงความเห็นใจประเทศโลกมุสลิมและช่วยเหลือทุกวิถีทางเพื่อให้ชาว มุสลิมปลดแอกตนเองจากการถูกกล่าวร้ายว่าเป็นผู้ก่อการร้ายของโลก ซึ่งเมื่อทำสำเร็จจีนจะเป็นพันธมิตรที่ดีกับโลกมุสลิมและชาวมุสลิมจะเกลียด ชังสหรัฐอเมริกามากยิ่งขึ้น

๒.๘ จีนจะสถาปนาความสัมพันธ์ที่ดีกับอินเดีย โดยที่จีนจะให้ข้อเสนอที่ดีกับอินเดียเพื่อการเป็นพันธมิตรตะวันออกระหว่าง ทั้ง ๒ ประเทศยักษ์ใหญ่อันจะเป็นพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของโลกตะวันออกที่จะคานอำนาจ ตะวันตกได้ในอนาคตอันใกล้

๒.๙ จีนจะสถาปนาความสัมพันธ์ที่ดีกับญี่ปุ่น ซึ่งจีนจะยื่นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ให้แก่ญี่ปุ่นเพื่อแลกกับการเป็น พันธมิตรที่ดีระหว่างจีนกับญี่ปุ่นอันจะเป็นพลังอำนาจที่สามารถจะต่อสู้กับ สหรัฐฯ ได้ ทั้งนี้เพราะญี่ปุ่นต้องการที่จะสลัดตัวเองออกจากการควบคุมของสหรัฐฯ ที่ควบคุมญี่ปุ่นมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ การสร้างเกมว่าญี่ปุ่นขัดแย้งกับจีนจะช่วยให้ญี่ปุ่นเพิ่มงบประมาณและกำลัง ทหารรวมทั้งสามารถที่จะเข้าเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชา ชาติตามที่ญี่ปุ่นต้องการได้

๒.๑๐ จีนจะสนับสนุนการรวมเกาหลีทั้งสองประเทศ ทั้งนี้เพราะเมื่อรวมเกาหลีได้
จีนจะเข้าไปมีอิทธิพลในเกาหลี เมื่อจีนมีอิทธิพลในเกาหลี จีนเป็นมิตรกับญี่ปุ่นการกดดันอิทธิพล
ของสหรัฐฯ ออกจากภูมิภาคดังกล่าวก็จะสัมฤทธิ์ผล

๒. ๑๑ จีนจะผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ ด้านการค้าและการเมืองระหว่างประเทศให้กับประเทศพันธมิตรต่าง ๆ มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนกับการเป็นพันธมิตรระหว่างจีนกับประเทศนั้น ๆ
avatar
SpecialForce

จำนวนข้อความ : 89
Registration date : 04/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยุทธศาสตร์การทําสงครามกับจีนของอเมริกา

ตั้งหัวข้อ  SpecialForce on Sat Jan 09, 2010 5:36 pm

๓. ผลการต่อสู้ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

๓.๑ สหรัฐฯ จะได้เปรียบในการต่อสู้ในเบื้องต้น ทั้งนี้เนื่องจากยังไม่มีประเทศใด รู้เท่าทันเกมส์สงครามที่สหรัฐฯ นำมาเล่นบนเวทีโลก แต่เมื่อทุกอย่างถูกเปิดเผยสหรัฐฯ จะพ่ายแพ้ ในสงครามจิตวิทยาระดับโลก รวมทั้งการพ่ายแพ้ทางสงครามการเงิน และสงครามเศรษฐกิจในภาพรวม อันเป็นการพ่ายแพ้ที่หมดรูป พลังอำนาจของสหรัฐอเมริกาจะลดลงมาเป็นมหาอำนาจระดับต่ำลงมาทำให้โลกเข้าสู่ สภาวะสมดุลอีกวาระหนึ่ง

๓.๒ จีน จะบอบช้ำอันเนื่องจากสงครามชีวะในเบื้องต้นอันมีผลต่อระบบเศรษฐกิจ ของจีนในระดับหนึ่งก่อนที่จีนจะร่วมมือกับพันธมิตรทุกฝ่ายรุกกลับตอบโต้การ รุกของสหรัฐฯ ซึ่งจีนจะได้ชัยชนะในสงครามจิตวิทยาทำให้ภาพของจีนในเวทีโลกโดดเด่นขึ้นแทน ที่สหรัฐอเมริกาอันเป็นผลมาจากการที่พันธมิตรของจีนเปิดเผยกลลวงของสหรัฐ อเมริกาในการสร้างเหตุการณ์ ๙/๑๑ การสร้างสงครามต่อต้านการก่อการร้าย สงครามถล่มอัฟกานิสถาน สงครามอิรัก นอกจากนั้นจีนจะได้ชัยชนะต่อสหรัฐอเมริกาในสงครามการเงิน โดยการสนับสนุนค่าเงินของกลุ่มยูโรต่อสู้กับเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา จีนจะชนะในสงครามข้อมูลข่าวสาร ( IW ) ต่อสหรัฐอเมริกาโดยได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี จากรัสเซีย
avatar
SpecialForce

จำนวนข้อความ : 89
Registration date : 04/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ยุทธศาสตร์การทําสงครามกับจีนของอเมริกา

ตั้งหัวข้อ  SpecialForce on Sat Jan 09, 2010 5:36 pm

เกิดการเปลี่ยนแปลงภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของโลกและสุริยะ จักรวาล องค์การนาซ่าของสหรัฐฯ ได้นำเสนอผลการศึกษาเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติของจักรวาล ๒ เรื่องคือ เหตุการณ์ดาวพฤหัสบดีถูกชน โดยขบวนดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี ๙ ได้ถูกพยากรณ์ล่วงหน้าไว้เป็นเวลากว่าปีเศษทีเดียว โดยคณะนักดาราศาสตร์สามคน คือ "ยูจี ชูเมกเกอร์" (Eugene Shoemaker) ,"คาโรลีน ชูเมกเกอร์" (Carolyn Shoemaker) ภรรยาของยูชาลี และ "เดวิด เลวี" (David Levy) จากการค้นพบของคณะนักล่าดาวหางผู้ประสบความสำเร็จในการตามล่าดาวหางมาอย่าง ดี ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๙๙๓ โดยกล้องโทรทรรศน์ขนาด ๑๘ นิ้ว ที่หอดูดาวพาโลมาร์ และก็เป็นผลงานการค้นพบดาวหางร่วมกันของสองสามีภรรยาชูเมกเกอร์กับเดวิด เลวี เป็นดวงที่ ๙

ขบวนดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี ๙ เคลื่อนที่เข้าชนดาวพฤหัสบดีด้วยความเร็วกว่า ๑๓๐,๐๐๐ ไมล์ต่อชั่วโมง (๒๐๘,๐๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ผลจากการชนรุนแรงยิ่งกว่าอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดที่มีอยู่บนโลก และมนุษย์โลกก็ได้ มีผลทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนบนดาวพฤหัสฯ และแรงสั่นสะเทือนอันนั้นสะท้อนไปกระทบดวงดาวต่าง ๆ ในระบบสุริยะจักรวาล รวมทั้งกระทบต่อธรรมชาติของโลกด้วย ในส่วนของโลก มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้น เช่น แผ่นดินไหวอย่างรุนแรง เกิดปรากฏการณ์เอลนีโน ลานีน่า เป็นต้น เกิดการเปลี่ยนแปลงสนามขั้วแม่เหล็กโลกอย่างรุนแรง จะส่งผลกระทบต่อพื้นผิวบนโลกอีกขนานใหญ่ เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ จากการศึกษาอย่างขมักเขม้นทำให้ทราบว่า พื้นที่เพาะปลูกหลายพื้นที่ถูกทำลาย ลงทำให้การผลิตอาหารเลี้ยงพลโลกลดลง พื้นที่ที่เหลือจะประกอบไปด้วยประเทศน้ำเงินบางส่วน พื้นที่ในอาเซียนบางส่วน รวมทั้งพื้นที่ตอนใต้ของชาลี จากผลการศึกษายังมีรายงานต่อไปว่าด้วยเหตุอันนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง พื้นที่ความมั่นคั่งบนพื้นโลก และมีผลทำให้เปลี่ยนแปลงการเป็นมหาอำนาจของโลกด้วย ชาลี จะได้รับอานิสงอันนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งผลจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในอีกไม่ช้าไม่นานในอนาคตนี้

การเปลี่ยนแปลงธรรมชาติที่ เกิดขึ้นจากปรากฎการณ์ดังที่กล่าวมาแล้วนั้น มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงของโลกหลายประการซึ่งจะกล่าวพอสังเขป ดังต่อไปนี้

๑. เกิดการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ เช่น ทำให้ฤดูกาลในแต่ละพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติขึ้น เช่น พายุ Katrina ในประเทศยูนิฟอร์มและกรณีอื่น ๆ อีกในหลายพื้นที่ ผลกระทบประการหนึ่งคือ พื้นที่ผลิตอาหารบนผิวโลกถูกทำลาย ทำให้เกิดการแย่งชิงพื้นที่เพาะปลูกที่ยังเหลือบนพื้นโลก อันจะนำไปสู่การยึดกุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางด้านการผลิตอาหารของโลกและจะ สามารถใช้อาหารที่มีจำกัดเป็นอาวุธในการต่อสู้ในเวทีโลกที่เรียกว่า “โภชนาวุธ” พื้นที่ที่มีการคาดการณ์ไว้ว่าจะได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของ เอล นีโน่ น้อยที่สุด และยังคงเป็นพื้นที่ที่สามารถผลิตอาหารได้เป็นปกติคือ พื้นที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางประเทศและพื้นที่ตอนใต้ของชาลี พื้นที่เหล่านี้จะกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีการแย่งชิงในอนาคต พื้นที่อื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบเชิงลบจากปรากฏการณ์ เอล นีโน่ ที่จะค่อย ๆ ถูกทำลายไปเรื่อย ๆ เช่น พายุ เฮอริเคนในประเทศยูนิฟอร์มที่นับวันจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นและขยายวงกว้างออก ไปเรื่อย ๆ แผ่นดินถล่มที่ตุรกีและอิหร่าน แผ่นดินไหวที่ปากีสถาน เป็นต้น

๒. เกิดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ยังผลทำให้เกิดแผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือบริเวณที่มีรอยแยกเดิมของเปลือกโลก อยู่แล้ว เช่น พื้นที่ทางยุโรปตะวันออก ในประเทศสหรัฐฯ พื้นที่ทางตะวันตกของทวีเอเชีย จะเกิดภัยพิบัติบ่อยครั้งขึ้น ทำให้แหล่งทรัพยากรของโลกเปลี่ยนแปลงไป และทำให้ประเทศมหาอำนาจมุ่งยึดครองพื้นที่ที่มีความมั่งคั่งของโลก เช่น แหล่งผลิตน้ำมันดิบที่สำรวจพบใหม่ในเวียดนาม ในกัมพูชา และในแดง แหล่งผลิตอาหาร เป็นต้น

๓. เกิดการระบาดของเชื้อโรคชนิดใหม่ เช่น โรคซาร์ซ โรคไข้หวัดนก เป็นต้น เชื้อโรคดังกล่าวจะมีทั้งเชื้อโรคที่เกิดขึ้นจากการวิจัยพัฒนาของมนุษย์แล้ว ได้มีการพัฒนาการต่อไปเอง ในสภาวะแวดล้อมที่มีความเหมาะสม และเชื้อโรคที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ จากเอกสารวิจัยหลายฉบับ เช่น Emerging Viruses - AIDS and Ebola: Dr. Leonard Horowitz, Emerging Viruses: AIDS & Ebola—Nature, Accident or Intentional? SARS (Severe Acute Respiratory Syndrome):A Great Global SCAM รวมทั้งนักศึกษาวิชาการทางทหารในสายอดีตสหภาพโซเวียตให้ข้อมูลตรงกันว่า ประเทศมหาอำนาจมีแหล่งวิจัยและผลิตเชื้อโรคต่าง ๆ มากมายหลายชนิดที่เตรียมไว้เพื่อทำสงครามชีวะ และแต่ละประเทศ ก็ยังคงมีการพัฒนาเชื้อโรคต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมการที่จะใช้ทำสงครามในยุคสมัยที่เหมาะสมต่อไป

๔. เกิดสภาวะโลกร้อน เมื่ออุณหภูมิของโลกสูงขึ้นผลกระทบอื่น ๆ ก็ตามมาเช่นช่วยเสริมให้ปรากฏการณ์ เอล นีโน่ ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ถ้าไม่มีการจำกัดหรือลดการทำลายความสมดุลธรรมชาติของโลก ปรากฏการณ์เรือนกระจกก็จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อสภาพแวดล้อมของโลกและถูกพัฒนา เป็นภัยคุกคามทางธรรมชาติของมนุษยชาติอย่างร้ายแรง เช่น เกิดภัยแล้ง เกิดฝนตกหนัก เกิดลมพายุที่รุนแรงขึ้น สร้างความเสียหายให้กับพืชผลและทรัพย์สินรวมทั้งชีวิตมนุษย์ ดังที่ปรากฏให้เห็นเป็นระยะ ๆ
avatar
SpecialForce

จำนวนข้อความ : 89
Registration date : 04/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ