The Day After Tomorrow : 2012

หน้า 2 จาก 2 Previous  1, 2

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Sun Jan 17, 2010 1:14 pm

เฮติเข้าสู่ความวุ่นวาย ฝูงชนออกปล้นสะดม

วันที่ 17 มกราคม 2553 11:49

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

"เฮติ"สถานการณ์เข้าสู่ความวุ่นวาย ฝูงชนกว่า 1 พันคน ก่อเหตุรุนแรง-ออกปล้นสะดม
แย่งชิงสินค้าตามร้านค้าบนท้องถนน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า วันนี้ (17 ม.ค.) สถานการณ์ปล้นสะดมกลายเป็นเหตุรุนแรงหนักขึ้นในเฮติ
หลังเผชิญแผ่นดินไหวที่กรุงปอร์โตแปรงซ์เมื่อวันอังคาร โดยฝูงชนราว 1,000 คน จับอาวุธแย่งชิงสินค้า
ตามร้านค้าบนท้องถนน กลุ่มชายพร้อมด้วยหิน มีด ที่เจาะน้ำแข็งและฆ้อน ต่างแย่งชิงกันเพื่อเอาเสื้อผ้า
ถุง ของเล่น และสิ่งของอื่น ๆ เท่าที่จะหามาได้ไว้เป็นของตนขณะที่ทุบทำลายบ้านเรือนและร้านค้าต่าง ๆ
โดยไร้เงาตำรวจรักษาการ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
เป็นสภาวะไร้ขื่อแป ทุกอย่างเข้าสู่จลาจลและตำรวจละทิ้งหน้าที่ไปแล้ว ชาวบ้านต่างต่อสู้ทุบตีและ
ขว้างปาก้อนหินใส่กันเอง เหตุแผ่นดินไหวที่เฮติเมื่อวันอังคาร ที่มีผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคนและอาคารบ้านเรือน
พังถล่มทั่วเมืองหลวง ทำให้มีรายงานเหตุปล้นสะดมเกิดขึ้นใน 2-3 วันแรก และดูเหมือนว่าจะขยายวงกว้างมาเรื่อย ๆ
จนถึงวันเสาร์ โดยมีรายงานเหตุจลาจลในทำนองเดียวกันตามเมืองต่าง ๆ ขณะที่ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยควบคุม
และผู้ไร้ที่อยู่อาศัยต่างรอคอยความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวัง

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Sun Jan 17, 2010 8:26 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1263712382&grpid=01&catid=


วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 14:12:19 น.
มติชนออนไลน์

ชาวเฮตินับหมื่นเข้าคิวรับอาหารจากสหรัฐ-ยูเอ็น
สหประชาชาติชี้ร้ายแรงยิ่งกว่าสึนามิถล่มเอเชีย


ชาวเฮติสุดหิวโหยเริ่มความช่วยเหลือแล้ว คนเข้าคิวรอนับหมื่น ยูเอ็นระบุเป็นภัยพิบัติที่เลวร้ายสินามึครั้งถล่มเอเชีย
ด้านฮิลลารีพบผู้นำเฮติ รับประกันมะกันเพิ่มความช่วยเหลือ โอบามาวอนมะกันเพิ่มบริจาคช่วยเฮติ


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ว่า ชาวเฮติได้เริ่มรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแล้ว
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ในกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมืองหลวงของประเทศ ซึ่งเผชิญแผ่นดินไหวร้ายแรงระดับกว่า 7 ริกเตอร์
ถล่มเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยความช่วยเหลือมาถึงมือของเหล่าชาวเฮติซึ่งกำลังต้องการอดอาหารอย่างสุดขีด
และเริ่มจะคลั่งกันแล้ว โดยที่สลัมแห่งหนึ่งในกรุงปอร์โตแปรงซ์ มีชาวเฮติหลายพันคนเข้าคิวรอการแจกจ่ายขนมปังกรอบ
เป็นครั้งแรก และประเมินว่ายังมีประชาชนกว่าอีกหมื่นชีวิตที่เข้าคิวรอคอยการแจกจ่ายอาหารอย่างอดทน

อย่างไรก็ตาม ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมยังคงมีเข้าช่วยเหลือเฮติเพิ่มขึ้น โดยสหรัฐได้ส่งเรือโรงพยาบาลกองทัพ
ไปเทียบท่ายังเฮติ รวมทั้งทหารเรืออีก 2 พันคนที่เตรียมจะคอยจัดส่งความช่วยเหลือและสร้างสถานการณ์ปลอดภัยในเฮติ

ทางด้านโฆษกประจำภารกิจด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติกล่าวว่า เหตุแผ่นดินไหวถล่มเฮติครั้งนี้ถือว่าร้ายแรงกว่า
เหตุภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิถล่มเอเชียเมื่อปี 2004 โดยกรุงปอร์โตแปรงซ์อยู่ในสภาพทุกอย่างพังราบเป็นหน้ากลอง
ขณะเดียวกัน นางฮิลลารี คลินตัน ได้เดินทางไปยังกรุงปอร์โตแปรงซ์เพื่อรับประกันว่า สหรัฐจะเดินหน้าเพิ่มความช่วยเหลือ
ให้แก่เฮติ นอกจากนี้ ยังได้หารือกับประธานาธิบดีเรเน่ เปรวัล แล้ว

ขณะที่ประธานาธิบดีบารัก โอบาม่า ผู้นำสหรัฐ ยังได้พบกับนายจอร์จ ดับเบิลยู บุช และนายบิล คลินตัน
เพื่อหารือถึงสถานการณ์ในเฮติ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชาวอเมริกันเพิ่มการบริจาคความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์
ให้แก่เฮติด้วย

ทางด้านปฎิบัติการกู้ภัยช่วยเหลือชีวิตเหยื่อนั้น มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยสหประชาชาติได้พบศพของนายเฮดิ อันนาบี
ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะรับผิดชอบภารกิจช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของยูเอ็นประจำเฮ ติด้วย โดยก่อนหน้านี้
เจ้าหน้าที่ยูเอ็นระบุว่า มีเจ้าหน้าที่สหประชาชาติในกรุงปอร์โตแปรงซ์จำนวน 100 คน ประจำสำนักงานใหญ่
หายสาบสูญและถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Sun Jan 17, 2010 8:33 pm

http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9530000006907

อนามัยโลกประเมินยอดตายธรณีไหวเฮติอาจมากถึง 50,000

17 มกราคม 2553 19:03 น.


ทีมกู้ภัยของอิสราเอลช่วยผู้รอดชีวิตจากซากตึกปรักหักพัง

เอเอฟพี - องค์การอนามัยโลกประเมินยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในเฮติน่าจะอยู่
ระหว่าง 40,000-50,000 คน ขณะที่ทีมกู้ภัยยังคงออกค้นหาผู้รอดชีวิตต่อไปด้วยกำลังใจเต็มเปี่ยม
แม้เวลาจะล่วงเลยมา 5 วันแล้ว


รายงานสถานการณ์ของสำนักงานเพื่อความร่วมมือในกิจการช่วยเหลือเพื่อน มนุษย์ของยูเอ็นระบุว่า
"WHO/PAHO (องค์การอนามัยแพนอเมริกัน) ประเมินว่า ขอบเขตจำนวนผู้เสียชีวิตน่าจะอยู่ระหว่าง 40,000-50,000 ราย"

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเฮติได้ประเมินในวันศุกร์ (15) ที่ผ่านมาว่า น่าจะมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 50,000 คน และอีก 250,000
คนได้รับบาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 7.0 ริกเตอร์ ที่ถล่มประเทศแถบทะเลแคริบเบียนแห่งนี้

ด้านเอลิซาเบธ ไบรส์ โฆษกสำนักงานเพื่อความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ของยูเอ็นกล่าวว่า กำลังใจของทีมกู้ภัยยังมากมาย
แม้จะมีความยากลำบาก และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ และมีความแน่วแน่ในการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกจากซากอาคาร
ที่พังทลายลงมาด้วย

เธอระบุว่า มีผู้รอดชีวิตที่ได้รับการช่วยเหลือโดยทีมกู้ภัยของยูเอ็นแล้วมากกว่า 70 คน ขณะที่จำนวนผู้ที่ได้รับการกู้ชีวิต
โดยทีมงานของนานาประเทศอยู่ที่ 58 ราย

"เราจะไม่สิ้นหวังที่จะหาผู้รอดชีวิตเพิ่มเติม" เธอย้ำ

ทั้งนี้ ทีมกู้ภัยจาก 43 ประเทศ ซึ่งมีคนงานร่วม 1,739 คน และสุนัขดมกลิ่นอีก 161 ตัว
ได้ทำการค้นหาพื้นที่ประสบภัยร้ายแรงที่สุดจากแผ่นดินไหวครั้งนี้แล้วร้อยละ 60


สุนัขดมกลิ่นของทีมกู้ภัยทำหน้าที่อย่างขมักเขม้น


เจ้าหน้าที่ของยูเอ็นแจกจ่ายอาหารให้แก่เด็กๆ

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Mon Jan 18, 2010 11:05 am

http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9530000007015

ความช่วยเหลือ 'เฮติ' ยังไม่พอ-ไม่ทั่วถึง เลขาฯ UN ชี้วิกฤตมนุษยธรรมสุดสาหัส

18 มกราคม 2553 08:23 น.


บันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติเดินทางเยือนเฮติ


เลขาฯ ยูเอ็นเยี่ยมเยียนชาวเฮติ


สภาพบ้านเมืองหลังเผชิญแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง

เอเจนซี/เอเอฟพี - ความช่วยเหลือของนานาชาติเข้าไปถึงมือชาวเฮติได้มากขึ้นเมื่อวานนี้(17)
แม้ยังคงไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึง หน่วยกู้ภัยของหลายประเทศคืบคลานผ่านซากปรักหักพังของ
กรุงปอร์โตแปรงซ์และยังสามารถดึงลากเอาผู้รอดชีวิตออกมา อย่างไรก็ตาม ตามท้องถนน
ในเมืองหลวง ที่ถูกทำลายยับเยินแห่งนี้ ผู้คนจำนวนมากยังคงเฝ้ารอสิ่งของจำเป็นทั้งอาหาร, น้ำ, และยา
โดยที่เลขาธิการยูเอ็นซึ่งกำลังเดินทางไปเยือนที่นั่นก็ยอมรับว่า ภัยพิบัติคราวนี้เป็น
“วิกฤตทางมนุษยธรรมที่ร้ายแรงที่สุด” เท่าที่สหประชาชาติเคยประสบมาในรอบหลายสิบปี


เวลาผ่านไป 5 วันแล้วภายหลังแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.0 ริกเตอร์ ซึ่งสังหารผู้คนไปมากมายโดยหวั่นเกรงกันว่า
อาจจะถึงระดับ 200,000 คน ทีมกู้ภัยของนานาชาติก็ยังคงปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
ของอาคารต่างๆ ในกรุงปอร์โตแปรงซ์

เอลิซาเบธ ไบร์ส โฆษกสำนักงานสหประชาชาติเพื่อการประสานงานกิจการด้านมนุษยธรรม
แถลงว่าเมื่อวันเสาร์(16) ทีมกู้ภัยช่วยเหลือคนรอดชีวิตออกมาได้อีก 12 คน รวมแล้วตั้งแต่ที่ทีมนานาชาติ
เริ่มปฏิบัติการมาสามารถช่วยผู้รอดชีวิตได้แล้วกว่า 70 คน

ทั้งนี้ ทีมนานาชาติที่มีกันอยู่ 43 ทีมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัย 1,739 คนและสุนัขอีก 161 ตัว
ได้ค้นหาตามพื้นที่ซึ่งถูกฤทธิ์แผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดไปประมาณ 60% แล้ว และมีทหารอเมริกันราว 10,000
คนกำลังถูกส่งมาช่วยเหลือและรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายทั้งหลาย

รัฐมนตรีต่างประเทศ ฮิลลารี คลินตัน ของสหรัฐฯ ซึ่งแวะมาเยือนกรุงปอร์โตแปรงซ์ในวันเสาร์(16) แถลงว่า
สหรัฐฯขอให้การยืนยันแก่ชาวเฮติว่า ประเทศชาติของพวกเขาจะผงาดขึ้นมาจากภัยพิบัติคราวนี้ในสภาพที่
“แข็งแรงขึ้นและดีขึ้น”

“เราจะอยู่ที่นี่ในวันนี้ วันพรุ่งนี้ และในเวลาต่อไปข้างหน้า” เธอกล่าวภายหลังพบหารือกับ
ประธานาธิบดีเรอเน เพรวาล ของเฮติที่สนามบิน

สนามบินปอร์โตแปรงซ์แห่งนี้มีขนาดเล็กและหอบังคับการบินก็ได้รับความเสียหาย เวลานี้การควบคุม
การจราจรทางอากาศที่นี่ได้โอนมาอยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพสหรัฐฯแล้ว โดยที่ได้รับ
การสนับสนุนจากเรือบรรทุกเครื่องบิน คาร์ล วินสัน ของสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่งเดินทางมาถึงบริเวณ
นอกชายฝั่งเฮติในวันศุกร์(15) โดยบรรทุกเฮลิคอปเตอร์มาด้วยหลายลำ


เฮลิคอปเตอร์นาวีอเมริกันเหล่านี้กำลังนำเอาน้ำและอาหารปันส่วนของ ทหารขึ้นบก และรับเอาผู้ได้รับบาดเจ็บ
ไปส่งที่โรงพยาบาลสนามแห่งหนึ่งใกล้ๆ สนามบิน

นอกจากนั้น องค์การกาชาดอเมริกันแถลงว่า กำลังใช้ขบวนรถบรรทุกลำเลียงโรงพยาบาลสนามขนาด 50 เตียง
และอุปกรณ์กรองน้ำสะอาด โดยใช้เส้นทางผ่านสาธารณรัฐโดมินิกัน ที่เป็นเพื่อนบ้านของเฮติ ซึ่งเมื่อมาถึงแล้ว
ก็จะเริ่มการแจกจ่ายน้ำสะอาดและความช่วยเหลือเบื้องต้นใน ปอร์โตแปรงซ์ต่อไป

อย่างไรก็ตาม การให้ความช่วยเหลือแก่เฮติยังคงเผชิญกับอุปสรรคมากมาย บันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ
กล่าวขณะกำลังออกเดินทางมุ่งสู่กรุงปอร์โตแปรงซ์เมื่อ วานนี้ว่า เหตุแผ่นดินไหวที่เฮติคราวนี้ถือเป็น
“วิกฤตด้านมนุษยธรรมครั้งร้ายแรงที่สุด” เท่าที่ยูเอ็นเคยประสบมาในรอบระยะหลายสิบปีทีเดียว

เจ้าหน้าที่ยูเอ็นหลายรายเปิดเผยว่า ในเมืองเลโอกาเน ซึ่งอยู่ทางใต้ของเมืองหลวงปอร์โตแปรงซ์ และเป็นพื้นที่
จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวคราวนี้ น่าจะมีผู้เสียชีวิตระหว่าง 20,000 – 30,000 คน โดยถนนแทบจะทุกสายในเมืองนี้
ล้วนพังราบ ก่อนหน้านี้ความช่วยเหลือของนานาชาติรวมศูนย์อยู่ที่เมืองหลวง และเพิ่งเริ่มไปถึงที่เมืองนี้
ในช่วงวันสองวันนี้เอง

กระทั่งในกรุงปอร์โตแปรงซ์ ผู้คนนับแสนๆ ที่หิวโหยก็ยังคงต้องรอคอยความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวัง
เนื่องจากยังเกิดปัญหาติดขัดในด้านการขนส่งและการแจกจ่ายความช่วยเหลือ ทำให้สิ่งของบรรเทาทุกข์ส่วนใหญ่
ยังไปไม่ถึงผู้ประสบภัยจำนวนมาก ขณะที่ผู้รอดชีวิตจากธรณีพิโรธเหล่านี้ต้องพักอาศัยกันตามค่ายพักที่สร้าง
ขึ้นอย่างหยาบๆ ตามท้องถนนที่ยังคงเกลื่อนไปด้วยเศษซากอาคารและศพผู้เสียชีวิตที่กำลังเน่าเปื่อยอยู่ทุกขณะ

มีรายงานเรื่องฝูงชนแย่งชิงอาหารและน้ำ ซึ่งขนมาโดยเฮลิคอปเตอร์ทหารสหรัฐฯ เฮลิคอปเตอร์เหล่านี้
บางลำใช้วิธีโยนกล่องบรรจุขวดน้ำดื่มและอาหารปันส่วนของทหาร ลงมาให้ฝูงชนที่วิ่งแย่งกันอุตลุด
เอสติเม ปิแอร์ เดนี ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งเล่าว่า ได้เห็นพวกเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือที่เป็นคนต่างชาติ
เร่งโยนเอาถุงบรรจุอาหารลงไปให้ชาวเฮติที่กลุ้มรุมล้อมเข้ามา

“การแจกจ่ายเป็นไปอย่างมีไม่มีระเบียบไม่มีการจัดองค์กรโดยสิ้นเชิง พวกเขาไม่ได้มีการแยกแยะเลยว่า
คนไหนที่จำเป็นต้องได้น้ำดื่ม คนป่วยและคนแก่ไม่มีโอกาสที่จะได้รับเลย” เดนีกล่าวขณะยืนอยู่ข้างหลังฝูงชน
ที่กำลังค้นหาน้ำดื่ม

ในสภาพที่แทบไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย จึงมีพวกปล้นชิงข้าวของแห่กันเจาะทุบ
เข้าไปในอาคาร ร้านค้าที่พังลงมา ณ ย่านธุรกิจหลักของปอร์โตแปรงซ์ แล้วก็ฉกเอาเสื้อยืด, กระเป๋า,
ของเล่น, และทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาค้นเจอ นอกจากนั้นยังเกิดการต่อสู้กันระหว่างกลุ่มปล้นชิงต่างๆ
ที่ใช้มีด, เหล็กคีมน้ำแข็ง, ค้อน, และก้อนหินเป็นอาวุธ


มีเหตุปล้นชิงข้าวของในปอร์โตแปรงซ์ตั้งแต่ที่เกิดแผ่นดินไหวในวัน อังคาร(12)แล้ว
ทว่ายังอยู่ในสภาพเป็นจุดๆ ไม่กว้างขวางใหญ่โต ขณะที่ในวันเสาร์ เกิดเหตุเช่นนี้อย่างแพร่หลายมากขึ้น
เนื่องจากผู้คนดูจะยิ่งรู้สึกอับจนหมดหวัง

มีชาวเฮติจำนวนมากตัดสินใจเดินทางออกไปจากเมืองด้วยการเดินเท้า โดยทูนกระเป๋าข้าวของเอาไว้บนศีรษะ
หรือไม่ก็ทนอัดแอยู่ในรถราต่างๆ เพื่อไปเสาะหาอาหารและที่พักอาศัยในเขตชนบทและหลบหนีออกจากภาวะ
อาฟเตอร์ช็อกตลอดจนความรุนแรงในปอร์โตแปรงซ์

ยังมีคนอื่นๆ อีกจำนวนมากเดินทางไปยังสนามบินจนแน่นขนัด ด้วยความหวังที่จะได้ขึ้นเครื่องบินขนส่ง
ซึ่งนำข้าวของช่วยเหลือมาส่งให้เฮติ

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Wed Jan 20, 2010 11:15 am

ฝรั่งเศสจวกสหรัฐที่พยายามครอบงำเฮติ

วันที่ 19 มกราคม 2553 07:24

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


นายเบอร์นาร์ด คุชเนอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส

ฝรั่งเศสวิจารณ์บทบาทสหรัฐในเฮติ จี้ ยูเอ็นตรวจสอบ-สร้างความชัดเจนบทบาทให้ความช่วยเหลือของสหรัฐ

นายเบอร์นาร์ด คุชเนอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส วิจารณ์บทบาทการให้ความช่วยเหลือของสหรัฐในเฮติ
พร้อมทั้งเรียกร้องให้สหประชาชาติ(ยูเอ็น)เข้ามาตรวจสอบ และสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับบทบาทที่ค่อนข้างมากเกินไป
ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและช่วยฟื้นฟูเฮติจากเหตุแผ่นดินไหว เพราะเห็นว่า ความพยายามช่วยเหลือเฮติของนานาชาติ
มีเป้าหมายเพื่อช่วยเฮติ ไม่ใช่เข้าไปครอบงำหรือเข้าไปยึดดินแดนแห่งนั้น ถ้อยแถลงไม่พอใจของกระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศส
มีขึ้นหลังจากกองกำลังของสหรัฐ ได้สั่งให้เครื่องบินบรรเทาทุกข์ของฝรั่งเศสลำหนึ่ง ที่บรรทุกอุปกรณ์ช่วยเหลือทางการแพทย์
ภาคสนามออกจากสนามบินปอร์โตรแปรงซ์ ซึ่งแออัดคับคั่งและได้รับความเสียหายบางส่วน กลับไปฝรั่งเศส

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้นายอลอง โจยันเดท รัฐมนตรีด้านความร่วมมือของฝรั่งเศส ออกมาแสดงความไม่พอใจ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ทันที รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส ยังเตือนไปยังรัฐบาลประเทศต่างๆและกลุ่มบรรเทาทุกข์ทั้งหลาย
ไม่ควรทุ่มเถียงหรือทะเลาะเบาะแว้งกันขณะพยายามเข้าไปช่วยเหลือผู้ได้รับ ความเดือดร้อนในเฮติ ขณะที่นายโจยันเดท
ยืนยันว่า ปฏิบัติการทั้งหมดในช่วงนี้คือการช่วยเหลือเฮติ ไม่ใช่การเข้าไปยึดครอง และสิ่งสำคัญที่สุดที่หน่วยงาน
บรรเทาทุกข์หรือประเทศผู้ให้การช่วยเหลือควรคำนึงถึงที่สุดคือ ประชาชนชาวเฮติที่กำลังเดือดร้อน
ฝรั่งเศสออกแสตมป์พิเศษระดมทุนช่วยเฮติ กรมไปรษณีย์ฝรั่งเศส เตรียมออกแสตมป์พิเศษ วางจำหน่าย
เพื่อนำเงินรายได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่เฮติ โดยแสตมป์พิเศษดังกล่าวมีจำนวน 7 ล้านดวง
จะวางจำหน่ายตามที่ทำการไปรษณีย์ต่างๆ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และทุกๆ 1 ยูโรของเงินรายได้
จากการจำหน่ายแสตมป์ จะถูกหักไป 0.44 ยูโร สมทบทุนให้สภากาชาดฝรั่งเศส เพื่อนำรายได้ทั้งหมดไป
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ประเทศเฮติ อย่างไรก็ดี ความช่วยเหลือส่วนใหญ่ ยังคงไปไม่ถึงมือผู้ประสบภัย
เนื่องจากเกิดการติดขัดหลายอย่าง ทั้งการขนส่ง การประสานงานที่ไม่ลื่นไหล และความหวั่นวิตกต่อเหตุการณ์รุนแรง
ทำให้ผู้ประสบภัยจำนวนมากก่อเหตุปล้นสะดมร้านค้าต่าง ๆ เพื่อหยิบฉวยข้าวของไปประทังชีวิต
ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องยิงปปืนขึ้นฟ้าเพื่อระงับเหตุ แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งความพยายามของชาวบ้านได้
ยูเอ็นจี้คณะมนตรีขอเพิ่มจนท.ในเฮติ

นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยว่า ต้องการให้คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นส่ง
กองกำลังรักษาสันติภาพ 2,000 นาย และตำรวจอีก 1,500 นาย เข้ามายังเฮติเพิ่มเติม เพื่อทำหน้าที่
รักษาความสงบเรียบร้อย ท่ามกลางสถานการณ์ความวุ่นวายของผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเฮติ
ที่เริ่มไม่พอใจ หลังจากได้รับความช่วยเหลือจากนานาประเทศล่าช้า ทั้งที่ ก่อนหน้านี้ นายบัน ได้ร้องขอให้
ผู้ประสบภัยอยู่ในความสงบ และว่าความช่วยเหลือกำลังหลั่งไหลถึงมือผู้ประสบภัยแล้ว
ขณะที่โฆษกของนายบัน เผยว่า ล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ยูเอ็นในเหตุแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้นเป็นอย่าง
น้อย 46 คน และอีกกว่า 500 คนยังสูญหาย

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1263898890&grpid=&catid=06

วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 18:01:05 น.
มติชนออนไลน์

จีนฉุนข่าวลือส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเฮติ เข้าไปค้นหาแต่เหยื่อจีน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 19 ม.ค.ว่า รัฐบาลจีนได้ออกมาปฎิเสธกระแสข่าวว่า
จีนได้ส่งทีมกู้ภัยเข้าไปยังเฮติเพื่อช่วยกู้ภัยช่วยชีวิตเฉพาะแต่ชาวจีน โดยกระทรวงต่างประเทศระบุว่า
ข่าวลือดังกล่าวเป็นเรื่องเท็จโดยสิ้นเชิง และมีจุดประสงค์มุ่งร้ายต่อรัฐบาลจีน โดยที่ผ่านมา
จีนได้ส่งทีมกู้ภัยทันทีหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่เฮติ และจีนไม่ได้ค้นหาแต่เฉพาะทหารกองกำลัง
รักษาสันติภาพสหประชาชาติสัญชาติจีน เท่านั้น แต่ยังค้นหาร่างเจ้าหน้าที่ยูเอ็นรายอื่น ๆ
และชาวเฮติอื่น ๆ ด้วย

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Jan 28, 2010 3:58 pm

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1264657426&grpid=&catid=08


วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 12:43:24 น.
มติชนออนไลน์


ยอดโปรดิวเซอร์ตำนานสหรัฐเตรียมอัดเพลง"We are the world"เวอร์ชั่นใหม่ช่วยเฮติ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ควินซี่ โจนส์ ยอดโปรดิวเซ่อร์ระดับตำนาน
ซึ่งได้ควบคุมการผลิตเพลงของศิลปินกว่า 100 ราย เตรียมจะอัดเพลง"We are the world"เวอร์ชั่นใหม่
เพื่อออกวางจำหน่ายและนำรายได้ช่วยเหลือเฮติ โดยขณะนี้ ควินซี่ ยังปฎิเสธที่จะเปิดเผยว่า
การร้องเพลงดังกล่าวจะมีศิลปินรายใดเข้าร่วมบ้าง แต่ระบุว่าเป็นนักดนตรีหน้าใหม่ ซึ่งมีชื่อเนียงแทบทั้งสิ้น
ทั้งนี้ สำหรับเพลง"We are the world"เวอร์ชั่นดั้งเดิม ผลิตขึ้นเมื่อปี 1985 แต่งโดยไมเคิล แจ๊กสัน
ยอดศิลปินเพลงป๊อปผู้ล่วงลับ และไลโอเนล ริชชี่ และมีศิลปินมากมายร่วมร้อง เช่น บรู๊ซ สปริงทีน,
สตีวี่ วอนเดอร์,บิลลี่ โจเอล ทิน่า เทอร์เนอร์ ซินดี้ เลอเปอร์ และอื่น ๆ




http://www.youtube.com/watch?v=Glny4jSciVI&feature=player_embedded


แก้ไขล่าสุดโดย Unknown เมื่อ Mon Feb 15, 2010 11:09 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Sun Jan 31, 2010 9:44 pm

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20100131/98132/%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81.html

วันที่ 31 มกราคม 2553 19:03
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


แม่น้ำวีลคาโนตาไหล เข้าท่วมหมู่บ้านเชิงเขาที่ตั้งเมืองโบราณมาชูปิกชู
โดยเปรูช่วยเหลือนักท่องเที่ยวกว่า 3 พันคนที่ตกค้างอยู่ได้หมดแล้ว

http://www.vcharkarn.com/varticle/38566

หน้าที่ 1 - มาชู ปิคชู (Machu Picchu) เมืองสาบสูญแห่งอินคา

โดย บัวอื่น

หลายคนคุ้นเคยกับชื่อเผ่าอินคา ทั้งจากภาพยนตร์และนวนิยาย ในภาพการต่อสู้ของชนเผาอินเดียแดง
ที่ยิ่งใหญ่กับผู้รุกรานผิวขาว เพื่อแย่งสมบัติล้ำค่าของเมืองแห่งทองคำนี้ Machu Picchu
ได้รับการคัดเลือกจากองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็น หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์องโลกยุคใหม่
(New Seven Wonders of the World)เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 นับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ยวนใจ
ให้คนทั่วโลกมาเยือนเปรู เพื่อเยี่ยมชมนครลึกลับที่ความความสำคัญทางโบราณคดีของอเมริกาใต้
(South America)แห่งนี้

เมืองสาบสูญแห่งอินคา (The Lost City of The Inca) ได้เปิดเผยตัวขึ้นอีกครั้ง ในปี ค.ศ. 1911 (พ.ศ. 2454)
เมื่อ ฮิแรม บิงแฮม (Hiram Bingham) นักสำรวจชาวอเมริกัน จากโครงการสำรวจประเทศเปรูของมหาวิทยาลัยเยล
ได้ค้นพบเมืองโบราณที่ซุกตัวอยู่ภายใต้ป่าดงดิบบนยอดเขาสูง 2,35o เมตรจากระดับน้ำทะเล (main square)
อันถูกรายล้อมไปด้วยหน้าผาสูงชัน ในประเทศเปรู ซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้าง สะกดให้ผู้พบเห็น
ได้จินตนาการถึงอารยะธรรมที่เคยรุ่งโรจน์ที่แห่งนี้

อันที่จริงการค้นพบเมืองแห่งนี้ เป็นความบังเอิญ เพราะแท้จริงแล้ว Bingham ได้เข้ามาสำรวจดินแดนแถบนี้
เพื่อค้นหาเมืองVivambamba เมืองซึ่งชาวสเปนได้บันทึกว่า เป็นเมืองที่กษัตริย์แห่งอาณาจักรอินคา
ใช้ในการหลบซ่อนเมื่อครั้งที่พ่ายแพ้ ให้แก่กองทัพสเปน แต่แล้วการค้นพบ Machu Picchu เมืองที่แม้แต่
สปนที่ได้ครอบครองอาณาจักรอินคากว่าสามร้อยปี ยังไม่เคยรับรู้การมีอยู่ของ Machu Picchu
ก็ทำให้โลกต้องบันทึกการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้


ภาพ แผนที่ตั้ง Machu Picchu จาก

ห่างไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองกุสโก(Cusco) เมืองมรดกโลกของยูเนสโก
อดีตเมืองหลวงของอินคา ซึ่งเป็นทั้งศูนย์กลางการปกครอง การเมืองและการทหาร ประมาณ 70 กิโลเมตร
Machu Picchu อยู่ในแถบเซาเธิร์นเซียร์ราส์ ประเทศเปรู ที่พิกัด latitude 13º7' South และ longitude 72035' West
of the Greenwich Meridian ตั้งอยู่บนที่ราบสูงแอนดีส ระหว่างภูเขา Machu Picchu กับ Huayna Picchu
ในเขตของป่าอะเมซอน มีแม่น้ำอารูบัน(Urubamba) อยู่เบื้องล่าง ภูมิประเทศรายล้อมด้วยหน้าผาสูงราว 600 เมตร
ด้วยภูมิประเทศที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชัน ทำให้กลายเป็นเกราะป้องกันตามธรรมชาติของผู้ที่จะรุกรานเมืองแห่งนี้
และด้วยภูมิประเทศที่ยากต่อการเข้าถึงที่ต้องบุกป่าฝ่าดงนี่เอง จึงเป็นข้อสงสัยว่า ชาวอินคาได้ใช้วิธีการใด
ในการนำหินก้อนใหญ่ๆ ขึ้นไปทำการก่อสร้างเมืองที่อยู่สูงเสียดฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก
และเดินทางฝ่าด่านผาสูงชันอันตรายแห่งนี้ได้อย่างไรกัน


ภาพ Machu Picchu จาก www.professorbikeybike.com

คาดกันว่า มาชูปิกชู ก่อสร้างขึ้นในยุคที่อินคารุ่งเรือง ราวปี ค.ศ. 1440-1450 (พ.ศ.1993) โดย
จักรพรรดิ์ปาชากูตี(Pachacute) ผู้ก่อตั้งอาณาจักรอินคา ชื่อของ Machu Picchu นั้นความหมายถึง
ภูเขาโบราณ
(old mountain) มีการสันนิษฐานกันถึงช่วงเวลาและเหตุผลในการสร้าง บ้างก็ว่า
Machu Picchu ไม่ใช่ชุมชนที่อยู่อาศัยหรือเมือง แต่น่าจะเป็นการก่อสร้างเพื่อพักอาศัยของ
ผู้มีอันจะกินของชาวอินคาในยุคนั้น บ้างก็ว่านี่คือศาสนสถานหรืออาจเป็นสุสานอันยิ่งใหญ่ของ
ผู้สร้างอาณาจักอินคา สิ่งก่อสร้างต่างๆใน Machu Picchu ทั้ง อาคารที่อยู่อาศัย อุโมงค์ อ่างเก็บน้ำ
ระบบชลประทานการปล่อยน้ำตามคลองเล็กๆเพื่อการเกษตร รูปแบบการทำเกษตรหรือการทำนาเกลือ
ที่เก่าแก่แบบขั้นบันไดหอคอยสำหรับการเฝ้ามองดูผู้รุกราน การสร้างถนน สิ่งก่อสร้างตามไหล่เขา
ที่ไล่ระดับเป็นขั้นๆ ซากกำแพงหินแกรนิตสีขาว ร่องรอยของสถาปัตยกรรมทั้งหลาย
นอกจากสิ่งเหล่านี้จะดูสวยงามแล้ว ยังสะท้อนถึงความหลักแหลมทางเทคนิค
วิทยาการก่อสร้างของชาวอินคาในยุคนั้นได้อย่างดี


จากการศึกษาของ Bingham ทำให้เชื่อว่าเมืองนี้น่าจะมีผู้อยู่ไม่กี่ร้อยคนและนี่คือพระราชฐาน
ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ประทับพักผ่อนในหน้าร้อนของ Pachacute กษัตริย์พระองค์แรกของอาณาจักรอินคา
ความคิดที่ว่า Machu Picchu เป็นพระราชฐานสำหรับพักผ่อนพระอิริยาบถของกษัตริย์อินคา
ของ Bingham สอดคล้องกับ Richard Burger
จากการศึกษาหลักฐานที่ John Howland Rowe
ได้พบเอกสารสำคัญเมื่อ 15 ปีก่อน เอกสารนั้นระบุว่ามีการฟ้องร้องของพระบรมวงศานุวงศ์ของกษัตริย์
Pachacute เพื่อขอกรรมสิทธิ์เหนือ Machu Picchu คืนจากรัฐบาลเปรู นอกจากนี้ นักโบราณคดียังมีความเห็นว่า
Machu Picchu น่าจะแบ่งเป็น 3 เขต โดยเขตหนึ่งเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ มีวิหารที่สร้างเพื่ออุทิศแด่อินติ
สุริยเทพที่ชาวอินคาบูชา เขตนักบวชและผู้สูงศักดิ์ และสุดท้ายเป็นเขตของสามัญชน


ภาพ Machu Picchu Urban sector map จาก

นอกจากนี้ในบรรดาโครงกระดูก 175 ชุดที่ขุดได้ ในบริเวณ Machu Picchu นั้น มีถึง 150 ชุดที่เป็นของผู้หญิง
ทำให้ Bingham เชื่อว่า เมื่อเกิดการสู้รับกับสเปน ชาวอินคาได้นำตัวเหล่าสตรีมาหลบซ่อน ณ ที่แห่งนี้
เพื่อความปลอดภัยและให้พวกนางได้สวดมนต์ภาวนาต่อเทพเจ้าเพื่อช่วยปกป้องอินคาจากผู้รุกราน
แต่เมื่อคำสวดอ้อนวอนมิเป็นผล เหล่าสตรีทั้งหลายจึงได้หลบซ่อนโดยใช้ชีวิตอยู่ ณ เมืองลี้ลับแห่งนี้
ต่อไปนานราว 40 ปี จากโลกนี้ไป นอกจากนี้ จากการศึกษาข้อมูลต่างๆ รวมทั้งโครงกระดูก ทำให้ Burger กล่าวว่า
ที่นี่เคยมีเหล่าจิตกรและศิลปินหลายคนเข้ามาพักอาศัย และจากโครงสร้างของกะโหลกศีรษะทำให้รู้ว่า
บรรดาช่างประจำราชสำนักของอินคามี หลายเผ่าพันธุ์ อีกทั้งพบว่าสัดส่วนของสตรีต่อบุรุษมีในอัตราส่วน 3:2
และในบรรดาสตรีเหล่านั้นหลายคนมีร่องรอยการตั้งครรภ์ และเหตุว่าทำไม เมืองแห่งนี้จึงกลายเป็นเมืองร้างนั้น
ก็เพราะว่า ด้วยความที่เมืองนี้ตั้งอยู่บนชะงอนเขาสูง จากในรูปจะเห็นได้เลยว่าสูงเสียดฟ้าเพียงใด การเดินทาง
ที่แสนทุรกันดาร งบประมาณการก่อสร้างที่สูง มันจึงไม่ใช่เมืองที่เหมาะแก่การลงหลักปักฐานในระยะยาว


ภาพ Guided Tour to Machu Picchu จาก


แต่ก็ด้วยความลี้ลับและแสนทุรกันดารในการเดินทางขึ้นไปยังเมืองในเมฆหมอกนี่เอง
ทำให้ Machu Picchu ไม่ถูกผู้รุกรานอย่างสเปนทำล้าย โบราณสถานแห่งนี้
จึงคงความสมบูรณ์ไว้ได้อย่างมาก จะเพียงก็แค่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลาบ้างเท่านั้น


ภาพ Machu Picchu จาก www.andreweland.org

การล่มสลายของอินคา
ในยุคล่าอาณานิยม ชาวสเปน (Spanish) ได้เดินทางจากปานามาเพื่อสำรวจดินแดนทางใต้
และค้นพบจักรวรรดิอินคาโดยการนำของนายพล ฟรานโก ปิซาโร (Francisco Pizarro)
การปิดฉากของอาณาจักรอินคาเกิดขึ้น ในปี ค.ศ. 1532 หลังจากที่ Pizarro ได้มาสำรวจดินแดนแห่งนี้
มาแล้ว 2 ครั้ง และด้วยกำลังทหารไม่ถึง 200 คน ดูเหมือนไม่มากมายนักเมื่อเทียบกับเหล่านักรบอินคา
ราว 6,000 คน แต่ทว่าชาวอินคาในเวลานั้นกำลังอ่อนแอทั้งจากการระบาดของโรคฝีดาษและจากสงคราม
แย่งชิงบัลลังก์ระหว่างอวสการ์กับอาตาอวลปาที่เพิ่งจบลง และที่ย่ำแย่ที่สุดคือ อาวุธและยุทธวิธีในการรบ
ที่ล้าหลังเหล่าผู้บุกรุกอย่างมาก นี่เองที่ทำให้กองกำลังจากสเปนเพียงน้อยนิด จึงสามารถมีชัยเหนือชาวอินคา
ได้โดยง่าย สเปนได้สังหารจักพรรดิอะตาฮวลปา ผู้ที่กำลังจะเข้าพิธีสถาปนาเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 6
หลังจากนั้น ชาวสเปนได้เข้ามามีอิทธิพลและบงการการเมืองการปกครองของชาวอินคาเรื่อยมา
แม้จะมีความพยายามกอบกู้เอกราชจากบรรดาเชื้อพระวงศ์ของกษัตริย์อินคารุ่น ต่อๆมา
แต่ไม่ว่าจะลุกขึ้นสู้สักกี่ครั้งก็ไม่สามารถทวงคืนอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ของตนคืนได้ จนกระทั่งถึง
จักรพรรดิองค์สุดท้ายคือโอรสองค์ที่ 3 ของจักรพรรดิแมนโคอินคา ทรงพระนามว่า ทูปาอะมารู
ได้ถูกทหารสเปนปลงพระชนม์หลังจากนั้นสเปนก็ได้ยึดครองอินคาอย่างเบ็ดเสร็จ ท้ายสุด
จักรวรรดิอินคา (Inca Empire ) ที่เคยรุ่งเรืองมานานนับพันๆปีก็ล่มสลายไปในปี ค.ศ. 1572

ข้อมูลอ้างอิง
www.machupicchu.org
www.wikimedia.org
www.wayfaring.info


หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา
โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและ
อนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน
โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ
ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต
ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา


Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Sun Feb 07, 2010 9:06 pm

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=431011

โอบาม่าเรียกพายุหิมะครั้งใหญ่สุดว่า"สโนว์มาเกดอน"

7 กพ. 2553 20:39 น.

ขบวนรถยนต์ของประธานาธิบดีบารัค โอบาม่าของสหรัฐฯ ออกจากทำเนียบขาวเมื่อวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น
เข้าร่วมการประชุมประจำฤดูหนาวของคณะกรรมาธิการแห่งชาติพรรคเดโมแครตนาน ประมาณ 1 ชั่วโมง
ที่โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทำเนียบขาว ในช่วงที่เกิดพายุหิมะพัดถล่มกรุงวอชิงตัน ดีซี
นครหลวงของสหรัฐฯและรัฐแถบกลางๆริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติค

ประธานาธิบดีโอบาม่ากล่าวเปิดประชุมโดยขอบคุณบรรดานักเคลื่อนไหวที่ฝ่าพายุหิมะมาเข้าร่วมงาน
พร้อมเปรียบเปรยพายุหิมะครั้งนี้เป็น"สโนว์มาเกดอน"(Snowmageddon)ซึ่งเป็น การสนธิคำว่า
"สโนว์"หรือ"หิมะ" กับคำว่า"อาร์มาเกดอน"(Armageddon)ที่แปลว่า
"สงครามระหว่างธรรมะกับอธรรม"
หรือ"การสู้รบครั้งใหญ่ที่สุด และยังมีภาพยนต์ฮอลลีวู้ด
ชื่อเดียวกันคือ "อาร์มาเกดอน วันโลกาวินาศ"แต่เป็นเรื่องของดาวหางที่จะพุ่งชนโลก

นักพยากรณ์อากาศระบุว่าครั้งนี้อาจเป็นพายุหิมะครั้งใหญ่สุดที่เคยเกิดที่ วอชิงตัน ดีซี
ในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ คาดว่าจะมีหิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์คือ 2 .25 ฟุต หรือ75 เซ็นติเมตร
ขณะที่ในเช้าวันเสาร์ มีหิมะสูง 10 นิ้วหรือ 25 เซ็นติเมตรแล้วที่ทำเนียบขาว ส่วนที่แมรี่แลนด์กับ
เวสต์ เวอร์จิเนียมีหิมะหนากว่า 20 นิ้ว หรือ 50 เซ็นติเมตร เจ้าหน้าที่คาดว่าจะเคลียร์ถนนและ
ทำให้เมืองหลวงกลับเป็นปกติภายในวันจันทร์

Snowmageddon Washington D.C. 2010!!!

Recorded on February 5, 2010 using a Flip Video camcorder. Shot it Fairlington, Arlington, VA. 9:30pm
the evening of the Snowmageddon. Forecasters are saying it could be the worst storm in 100 years!
We'll see in the morning.



http://www.megaresistencia.com/megaresistencia/noticias/index.php/categoryblog/internacionales/2369--washington-snowgeddon




Domingo 07 de Febrero de 2010 06:06

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Mon Feb 08, 2010 11:36 am

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1265589483&grpid=&catid=06

วันที่ 08 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 07:37:48 น.
มติชนออนไลน์

หิะมะปกคลุมหนาเตอะทั่วสหรัฐ


พื้นที่ตะวันออกของสหรัฐ รวมทั้งกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ถูกหิมะปกคลุมมากเป็นประวัติการณ์
จนทำเนียบขาวและบริเวณโดยรอบ รวมถึงบ้านเรือนประชาชนและถนนหนทางขาวโพลนไปหมด
ขณะที่ทางการเร่งแก้ไขเพื่อให้กระแสไฟฟ้าในรัฐแมริแลนด์และเวอร์จิเนียกลับมาใช้การได้อีกครั้ง (ภาพ:AFP)












Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Mon Feb 08, 2010 11:52 am

http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9530000017619

“สโนว์มาเกดอน” ถล่มสหรัฐฯ ชายฝั่งตะวันออกเป็นอัมพาต สังเวย 2 ชีวิต


7 กุมภาพันธ์ 2553 17:57 น.

เอเอฟพี - พายุหิมะ ที่ตกหนักเป็นประวัติการณ์ ทำให้ทั่วชายฝั่งตะวันออกของประเทศ
ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหนาทั้งยังทำให้การสัญจรทั่วภูมิภาคเกือบเป็นอัมพาต
ประชาชนหลายล้านคนเดือดร้อน ขณะที่มีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนแล้ว 2 คน


พายุหิมะร้ายแรง ที่ถูกตั้งฉายาว่าเป็น "สโนว์คาโพลิปส์" และ "สโนว์มาเกดอน"
กินพื้นที่หลายร้อยไมล์ ตั้งแต่มลรัฐอินดิแอนา ทางตะวันออกไปจนถึงเพนซิลเวเนีย
รวมถึงแมริแลนด์ และนอร์ทแคโรไลนาซึ่งอยู่ทางตอนใต้ด้วย
โดยนักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า หิมะตกหนาถึง 38 นิ้ว

ขณะที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามาได้กล่าวในระหว่างการประชุมประจำฤดูหนาวของ
คณะกรรมาธิการแห่งชาติพรรคเดโมแครต ว่า "สโนว์มาเกดอนเกิดขึ้นที่นี่ ในดีซีแล้ว"
ซึ่งถือเป็นพายุหิมะรุนแรงครั้งที่ 2 ในฤดูหนาวนี้แล้ว

ด้านสำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (NWS) ประกาศเตือนภัยพายุหิมะในพื้นที่
กรุงวอชิงตัน-บัลติมอร์ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 22.00 น.วันศุกร์ (5) ตามเวลาท้องถิ่น
โดยคาดว่ายังจะทำให้มลรัฐเวอร์จิเนีย แมรีแลนด์ และเดลาแวร์ ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
ทั้งยังต้องปิดทำการหน่วยงานต่างๆ ทั้งศาล โรงเรียน สำนักงานรัฐบาลหรือแม้แต่ฐานทัพทหารด้วย
จากพายุหิมะที่ตกหนักมากเป็นประวัติการณ์

ส่วนเที่ยวบินทุกเที่ยวจากสนามบิน เรแกน เนชันนัล ถูกยกเลิก ขณะที่เที่ยวบินส่วนใหญ่
จากสนามบินระหว่างประเทศดัลลัส ในเวอร์จิเนียก็เช่นเดียวกัน แต่ที่แย่กว่านั้นคือ
หลังคาโรงเก็บเครื่องบินที่ดัลลัสเกิดถล่มลงมา โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

นอกจากนี้ ระบบรถไฟใต้ดินในเมืองหลวงต้องปิดทำการ 40 สถานีบริการ
ซึ่งหมายความว่าเครือข่ายขนส่งระหว่างกรุงวอชิงตันและชานเมืองที่ผู้คนหนาแน่นโดยรอบ
ต้องชะงักลง เช่นเดียวกับถนนสายหลักที่ให้บริการรถบัสด้วย

เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยแห่งชาติราว 200 คน ถูกส่งไปที่รัฐแมริแลนด์
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐเวอร์จิเนียยืนยันว่าพบ พ่อและลูกชายคู่หนึ่งเสียชีวิตเมื่อพวกเขา
ลงจากรถไปช่วยกันเข็นรถเนื่องจากติดหล่ม และยังระบุว่าได้รับโทรแจ้งขอความช่วยเหลือ
อีกราว 3,167 ครั้ง มากกว่า 2 ใน 3 เป็นเรื่องอุบัติเหตุรถ หรือรถติดหล่ม

อย่างไรก็ตาม สำหรับบางคนก็สนุกสนานกับพายุหิมะครั้งใหญ่ ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2
ในฤดูหนาวนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการปาหิมะ ซึ่งมีผู้คนร่วม 5,000 คนออกมาร่วมสนุกกัน
ใจกลางกรุงวอชิงตัน ตลอดจนเล่นสกี หรือสโนว์บอร์ดด้วย


พายุหิมะถล่มหนักในเมืองหลวงของสหรัฐฯ เป็นครั้งที่ 2 ในฤดูหนาวนี้


ทำเนียขาวยังถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาทึบ


ชาวบ้านใช้ตลับเมตรวัดความหนาของหิมะ


ชาวเมืองดีซีพยายามขุดรถของตัวเองออกจากกองหิมะ


ชาวเมืองพยายามเคลียร์หิมะออกจากถนนหน้าบ้านของตัวเอง


นกน้อยกินลูกไม้ที่กลายเป็นน้ำแข็ง


อนุสาวรีย์วอชิงตันท่ามกลางพายุหิมะ


บางคนก็สนุกสนานกับการเล่นปาหิมะ


บางคนก็เล่นสกี


เล่นสโนว์บอร์ดอย่างสนุกสนานมองข้ามความเดือดร้อน


พลิกวิกฤตเป็นโอกาสสนุกสนาน

Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Mon Feb 08, 2010 2:05 pm

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=5&contentID=47394

สมเด็จพระบรมฯทรงบริจาค 1 ล้านส่งไปช่วยชาวเฮติ

วันจันทร์ ที่ 08 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 7:45 น

ทรงเศร้าพระทัยราษฎรเฮติ ประสบความทุกข์จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งร้ายแรง
"สมเด็จพระบรมฯ"พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ล้านบาทผ่านโครงการ
สายใยรักแห่งครอบครัวช่วย ด้าน “มาร์ค” เผยยอดบริจาคผ่านรัฐบาลรวมกว่า 50 ล้าน
เตรียมขนข้าวลงเรือส่งไปช่วยเพิ่มเติม

จากกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงที่ประเทศเฮติ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 2 แสนคน
เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหลังเกิดเหตุนานาประเทศได้ระดมกำลังเข้าไปช่วยเหลือต่าง ๆ
รวมทั้งประเทศไทยด้วย ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ก.พ. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์
ในนาม โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมกุฎราชกุมาร จำนวน 1,000,000 บาท เพื่อร่วมส่งไปสมทบช่วยเหลือบรรเทาทุกข์
ราษฎรชาวเฮติ ซึ่งทรงรู้สึกเห็นใจและทรงมีความเศร้าสลดพระทัยที่ราษฎรเฮติ ประสบความทุกข์
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งร้ายแรง จนเกิดการสูญเสียอย่างมากมายดังที่เป็นข่าวทราบอยู่โดย ทั่วกัน

การนี้หากหน่วยงานภาคีโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯ และผู้มีส่วนร่วมถวายงาน โครงการสายใยรัก
แห่งครอบครัวฯ รวมทั้งสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ และสมาชิกโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯทั่วประเทศ
ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่มีความประสงค์ร่วมบริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศล เพื่อส่งไปช่วยบรรเทาทุกข์
แก่ราษฎรเฮติในครั้งนี้ก็สามารถรวบรวมบริจาคเป็นเงินสดหรือ เช็คเงินสดเข้า กองทุนพระเจ้าหลานเธอ
พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ (เพื่อผู้ประสบภัยเฮติ) ภายในวันที่ 14 ก.พ. เพื่อจักได้รวบรวมและดำเนินการ
ในนามของโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯเพื่อ ผู้ประสบภัยพิบัติเฮติตามพระราชประสงค์ นั้นต่อไป

กรณีที่ท่านต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมโปรดติดต่อโดยตรงที่ พล.อ.อ.ทรงศักดิ์ ตะวันแจ้ง
ผู้อำนวยการกองงานพระวรชายาฯวังศุโขทัย ถนนสามเสน กรุงเทพ มหานคร
โทร. 08-1825-9999 หรือ 0-2241-9996

วันเดียวกันเวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ
“เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์
ถึงการช่วยประเทศเฮติ ว่า ขอบคุณประชาชน ทุกคนที่แสดงออกถึงความมีน้ำใจของคนไทยส่วนรวม
ในการร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผ่านมายังรัฐบาล ซึ่งจนถึงวันที่ปิดโครงการไป มียอดบริจาครวมแล้ว
กว่า 50 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะได้นำส่งเงินดังกล่าวไปมอบให้เฮติต่อไป ส่วนข้าวจำนวน 2 หมื่นตัน
ที่จะส่งไปช่วยเหลือนั้น เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาก็ได้ส่งมอบข้าวสาร 5% ไปแล้ว 100 ตันทางเครื่องบิน
ส่วนที่เหลือจะจัดส่งทางเรือต่อไป

“การช่วยเหลือในเรื่องข้าวนั้นมีความหมายแน่นอนสำหรับชาวเฮติ ซึ่งทั่วโลกก็ได้รับรู้ในเรื่องนี้
และมองเห็นว่าประเทศไทยเรามีศักยภาพจริง ๆ ในการมีส่วนร่วมแก้ปัญหาเรื่องความมั่นคง
ทางอาหารของโลกต่อไป” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ส่วนที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครเวลา 15.00 น. สำนักนายกรัฐมนตรี และกรุงเทพมหานคร
ร่วมกับ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมงาน “ปั่นจักรยานรับบริจาคเงินช่วยผู้ประสบภัยเฮติ”
โดยมี โฟร์-ศกลรัตน์ วรอุไร, หวิว-ณัฐพนธ์ วงษ์สนิท และ ศุภวัฒน์ ชูสุวรรณ ร่วมปั่นจักรยาน
รอบเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อรับบริจาคเงินจากประชาชนทั่วไป และนักท่องเที่ยว ไปช่วยเหลือ
ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวประเทศเฮติ.


Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Tue Feb 09, 2010 10:57 pm

FW: ICE Rain in Minnesota,USA











Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Tue Feb 09, 2010 11:05 pm











Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Tue Feb 09, 2010 11:14 pm


















Unknown

จำนวนข้อความ: 517
Registration date: 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  eye in the sky on Fri Feb 26, 2010 11:08 am

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1267149455&grpid=03&catid=

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 08:57:27 น.
มติชนออนไลน์

เครื่องบินนำเที่ยวชมนาซคา โหม่งโลก ไม่มีผู้รอดชีวิต

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 25 ก.พ.ว่า เกิดเหตุเครื่องบินเล็กในเปรูของบริษัทท่องเที่ยว
นาซคา แอร์ไลน์ส ประสบเหตุโหม่งพสุธาในสภาพที่พังยับเยิน หลังนักบินพยายามร่อนลงจอดฉุกเฉิน
บนถนน เนื่องจากพบว่าเครื่องยนต์ขัดข้องระหว่างนำทริปทัวร์ชมรอบอุทยานประวัติศาสตร์นาซคา
แหล่งมรดกโลก ห่างจากกรุงเปรูไปทางใต้ราว 420 กิโลเมตร เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวชาวชิลี 3 คน
คู่สามีภรรยาชาวเปรูและลูกสาววัย 4 ขวบรวมนักบินเสียชีวิตทันที

นายอเมริโก บาออิออชชิ ผู้อำนวยการประจำสถาบันวัฒนธรรมแห่งชาตินาซคา เปิดเผยว่า
พื้นลายเส้นสลักประหลาดที่คล้าย "แมงมุม" อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่กี่ร้อยเมตร
ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

ทั้งนี้เส้นทางนาซคากลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่สามารถชมความแปลกประหลาดของเส้นทางประหลาดได้
โดยทางอากาศ ด้วยยุคสมัยที่ย้อนกลับไปเมื่อ 2,500 ปี คนโบราณทิ้งร่องรอยหลักฐานความลี้ลับ
ที่ปัจจุบันยังไม่มีใครไขปริศนาได้ กระนั้น ทฤษฎีส่วนใหญ่มองว่าเส้นสลักลายแปลกบนผืนทะเลทราย
เป็นการประกอบพิธีกรรม ขณะที่กลุ่มเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวก็มองว่าเป็นฐานจอดของจานบิน











http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%8B%E0%B8%81%E0%B8%B2

เส้นนัซกา (Nazca Lines) เป็นลายเส้นลึกลับที่กินอาณาเขตพื้นที่กว่า 520 ตารางกิโลเมตรบนทะเลทรายนัซกา
ระหว่างเมืองนัซกากับเมืองปัลปาในแคว้นอีกา ประเทศเปรู สันนิษฐานว่าชาวนัซกาโบราณ
(ซึ่งครอบครองดินแดนเปรูมาก่อนยุคจักรวรรดิอินคา) ขุดลายเส้นเหล่านี้ขึ้นเมื่อประมาณ 200 ปี
ก่อนคริสตกาลถึงประมาณปี ค.ศ. 500 ชาวนัซกาโบราณเป็นเกษตรกรเพาะปลูกอยู่บนที่ราบ
ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ไม่ได้ทิ้งหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เลย ที่พอจะเข้าใจได้บ้าง
ก็มาจากการศึกษาสุสานและข้าวของเครื่องใช้ในหลุมฝังศพเท่านั้น ซึ่งไม่ทราบแน่ชัดว่า
เพราะเหตุใดพวกเขาจึงทำลวดลายเหล่านี้ขึ้น
ลายเส้นนัซกาที่ทำขึ้นเป็นแบบวิธีเดียวกันหมด คือ ขุดเอาหินทรายสีแดงบนพื้นผิวทะเลทรายออก
แล้วเปิดให้เห็นชั้นหินสีเหลืองอ่อนที่อยู่ข้างใน ไม่มีร่องรอยการใช้สัตว์ช่วยแม้แต่น้อย
และภาพเป็นเส้นเดียวไม่ขาดตอน ภาพของลายเส้นนัซกาแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ ๆ
คือภาพที่เป็นรูปทรงและภาพที่เป็นเส้นลายเฉย ๆ มีภาพสัตว์ นก รูปเรขาคณิต เป็นต้น
เส้นนัซกาได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2537

http://xchange.teenee.com/index.php?showtopic=61555

http://thammachat.tripod.com/culture/nazca-peru.htm

http://www.thaigoodview.com/node/9516

http://www.ifcza.net/viewthread.php?tid=8587&extra=page%3D1

ลายเส้นพิศวงกับปริศนาจากภาพเหล่านี้ คือข้อกังขาของที่มาของเรื่องทั้งหมดรูปภาพสัตว์ขนาดใหญ่
สุนัข แมงมุม ปลาวาฬ ดอกไม้ ลิง เป็ด และนกกางปีก บนชายฝั่งทางใต้ของเปรู เป็นคำถามที่
คนพื้นเมืองในอดีตสร้างขึ้นเพื่อผูกปมเร ื่องให้ใคร่คิด บ้างเชื่อเรื่องทางเดินสู่แหล่งน้ำของชนเผ่าต่างๆ
บ้างก็เชื่อมนุษย์ต่างดาวใช้สถานที่แห่งนี้ลงจอดยานบิน หรือมันอาจเป็นส่วนหนึ่งของปฏิทินดาราศาสตร์
ที่ซับซ้อน แม้จะหาข้อสรุปไม่ได้ สมมติฐานทั้งหมดก็ช่วยให้เราสนใจภาพวาดเหล่านั้นยิ่งขึ้น

ลายเส้นลึกลับแห่งนาซคา ไกลออกไปในที่ราบสูงซึ่งเป็นทะเลทรายในภาคใต้ของเปรู ได้มีลายเส้น
เครื่องหมายหรืออาจเป็นสัญลักษณ์บางสิ่งบางอย่าง ปรากฏขึ้นอย่างดาษดื่นทั่วไปกินเนื้อที่
หลายร้อยตารางไมล์ แต่ส่วนใหญ่พบอยู่ในระหว่างเมืองนาซคากับเมืองปัลปา ลักษณะมีการขีดเน้น
อย่างจงใจและประณีต ลายเส้นเหล่านี้นิยมเรียกกันว่า " นาซคาไลน์"

นาซคาไลน์ มีหลายรูปแบบ ชนิดที่เป็นทรงเรขาคณิตก็มี ทรงสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม สี่เหลี่ยมคางหมู
วงกลมเส้นหยัก เส้นแคบ ยาวกว่า 5 ไมล์ นอกจากนั้นยังมีรูปนก สัตว์เลื้อยคลาน ปลาวาฬ ลิง แมงมุม
บางภาพก็คล้าย เครื่องปั้นดินเผาโบราณของชาวเมืองนาซคาที่อาศัยอยู่ริมฝั่งทะเล

นักโบราณคดีเชื่อว่าเป็นงานของชาวเมืองนี้อายุลานเส้นสันนิษฐานว่าตกอยู่ในยุค 100 ปี
ก่อนคริสตศักราชถึงคริสตศักราช 700นาซคาไลน์ แม้จะดูทำขึ้นแบบง่ายๆ แต่คำนวณแล้วว่า
ต้องใช้เวลามาก ไม่ว่าจะเป็นการเกลี่ยหินหน้าทรายการจัดแนวหินให้เป็นเส้นตรง การออกแบบ
หาไอเดียเพื่อให้เหมาะกับภูมิประเทศ ซึ่งไม่มีฝนตกเลย อย่างน้อยก็พันปีมาแล้ว มีการเดาไปต่างๆ นานา
บ้างว่าเป็นถนนก่อนประวัติศาสตร์ ฟาร์ม สนาม ยานอวกาศ เครื่องหมายหรือสัญญาณบอกเรื่องราว
แก่สิ่งที่อยู่บนท้องฟ้า เช่น มนุษย์ต่างดาว หรือพระเจ้าในความเชื่อถือทางศาสนา แต่ในที่สุด
ก็ไม่มีใครรู้จริง นอกจากจะสันนิษฐานว่าเป็นผลงานทางศิลปะของอินเดียนแดงโบราณ
ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่าชาวอินเดียนแดงโบราณสร้างมันขึ้นมาทำไม ? ตั้งแต่มีผู้พบเห็นลายเส้นเหล่านี้
ทางอากาศเมื่อปลายปี ค.ศ. 1920 ดร.พอล โคโซค เป็นคนแรกที่ได้รับทุนค้นคว้าสรุปผลจากการศึกษาว่า
อาจเป็นปฏิทินทางดาราศาสตร์หรือไม่ก็เป็นปฏิทินทำนายเกี่ยวกับสายน้ำในหุบเขา ต่อมาในปี 1968
สถานบันเนชั่นแนลจีโอกราฟฟีค ฝ่ายสังคมศึกษาพบว่า ลายเส้นต่างๆ ในพื้นที่เหล่านี้ตั้งอยู่ในจุด
ระหว่างกลางดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ขึ้นและตกในวันเวลาที่มันอยู่ห่างไกลจากเส้นศูนย์สูตรโลกที่สุด
ตั้งแต่ในสมัยโบราณ แต่ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่มีใครคาดคิดได้ว่ามันจะเป็นประโยชน์อะไรขึ้นมากับ
การศึกษานาซคาไลน์ความประหลาดลึกลับของลายเส้นต่างๆ ในทะเลทรายเปรูยิ่งดูเหมือนท้าท้าย
คำถามต่างๆ อาทิ ทำไมชาวนาซคาโบราณจึงทุ่มเทเวลาสร้างสรรค์ลายเส้นมโหฬารเหล่านี้มากมาย
ทั้งที่บางอย่างพวกเขาอาจจะไม่เคยเห็นและผู้คนจะเห็นนาซคาไลน์ก็ต่อเมื่อมอง ลงมาจากอากาศเท่านั้น
คนสำคัญที่สุดที่ทุ่มเทเวลาศึกษานาซคาไลน์ถึง 25 ปีคือ มาเรีย ไรเช่ เธอได้ถ่ายภาพและทำแผนที่
งานของเธอเรียกว่า ลาส ลีเนียร์ รูปเครื่องหมายลายเส้นต่างๆ เป็นร้อยๆภาพ ซึ่งปรากฏอยู่บนทรายสูง
ทะเลทรายแห่งนี้ กินเนื้อที่สำรวจถึง 30 ไมล์ โดยอาศัยแผนที่จากสายการบินแพนแอมซึ่งทำไว้ก่อน
กับความสนับสนุนจากสถาบันเนชั่นแนลจีโอกราฟิคช่วยเหลือในงานของเธอ มาเรีย ไรเช่ นักคำนวณ
ชาวเยอรมันเธอทำแผนที่ภูมิศาสตร์แสดงทิศทางของดาววัดบนพื้นโลก บริเวณนาซคาไลน์
ไว้อย่างละเอียด หลังจากวัดลายเส้นซึ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมูแห่งหนึ่ง เธอให้ความเห็นว่า
บริเวณนั้นอาจเป็นสนามยานอวกาศจากมนุษย์ต่างดาว ซึ่งมาเยือนโลกเมื่อสมัยก่อนยุคประวัติศาสตร์
ลายเส้นรูปสี่เหลี่ยมคางหมูนี้ ถ้าจะสันนิษฐานว่าเกิดจากความคิดของนักเรขาคณิตบ้าๆ คนหนึ่ง
ก็อาจเป็นข้อสันนิษฐานที่น่าฟัง เพราะจากลายเส้นที่ใหญ่โตและที่เล็กๆ ทอดก่ายกัน แม้จะมีระเบียบ
แต่ก็อ่านจุดประสงค์ไม่ได้ว่า เขาต้องการจะบอกอะไรและดูเหมือนว่าเขาไม่สู้จะคำนึงถึงลักษณะ
ภูมิประเทศด้วย รูปทรงเรขาคณิต แบบสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่าอีกบริเวณหนึ่ง ในหุบเขาใหญ่ใกล้ที่ทำการ
กสิกรรมของนาซคาซึ่งสามารถ ยืนมองจากหุบเขาอินเกนิโอก็เป็นสิ่งที่น่าประหลาดที่ว่มันถูกขีดขึ้น
ประกอบด้วย รูปสี่เหลี่ยมและสามเหลี่ยมไม่สับสนจากที่ลาดต่ำไปสู่ที่ลาดสูง และก็เช่นเดียวกัน
เช่นรูปทรงเรขาคณิตแบบต่างๆ ที่ค้นพบคือไม่ทราบจุดประสงค์นอกจากสันนิษฐานว่า
อาจเป็นแบบฟอร์มของระบบการชลประทาน " ลายเส้นทั้งหมด" มิสไรเช่ให้ข้อสังเกต "
เป็นเส้นตรง ยาวเป็นไมล์ๆ ข้ามหุบเขาและภูเขา ไม่มีสักเส้นเดียวที่จะคดเคี้ยว มันเป็นแนวตรง
อย่างน่าประหลาดทุกเส้น" แล้ว ชาวนาซคาจะได้ประโยชน์อะไรจากลายเส้นเหล่านี้
เส้นตรงบางเส้นมีร่องรอยคล้ายเป็นจุดของยามทุกๆ 1 ไมล์ สงสัยกันว่าจะเป็นจุดสังเกตการณ์
สำหรับการส่งข่าวแบบอินเดียนแดง แต่เหตุผลนี้ก็แทบนับไม่ได้ว่าเป็นเหตุผลลายเส้นที่น่าทึ่ง
อีกภาพหนึ่งคือ ลายเส้นของลิงในท่าคว้าจับอะไรบางอย่าง แขนซ้ายของมันวัดได้ยาวถึง40 ฟุต
สังเกตลักษณะรูปร่างของมันคล้ายลิงหลายชนิด ขนดกเป็นปุย อาจเป็นลิงชนิดหนึ่งที่เรียกว่า
คาปูชินซึ่งอยู่ในป่าเขตร้อนทางทิศตะวันออกของเทือกเขาแอนดิส ห่างไปจากจุดที่นั่น
ถึง 200 ไมล์ ศิลปินชาวนาซคาซึ่งคงจะรู้จักลิงชนิดนี้จากการบอกเล่าของพ่อค้าชาวป่า
โดยที่ไม่รู้เรื่องทางสรีระของลิงชนิดนี้อย่างละเอียดออกมาเป็นว่าลิงตัวนี้ มี 4 นิ้วจากมือข้างหนึ่ง
และอีกข้างหนึ่งมี 5 นิ้วและหางซึ่งเกาะเกี่ยวกิ่งไม้ได้กลับม้วนขึ้นไปแทนที่จะห้อยลง
ตามธรรมชาติวิสัยของลิงชนิด นอกจากนี้บริเวณทุ่งหญ้า ซึ่งมีนกรูปปลาวาฬว่ายน้ำ
และสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆโครงสร้างหลายภาพคล้ายคลึง กับเครื่องปั้นดินเผา ของชาวนาซคาโบราณ
ดังกล่าว มากมาย ปลาวาฬเคลือบซึ่งสร้างในปลายสมัยคริสตวรรษที่ 3ก็มีรูปคล้ายคลึงกับ
ลายเส้นปลาวาฬซึ่งพบในทะเลทราย ต่างกันตรงที่ลายเส้นปลาวาฬที่พบมีห่วงห้อยไว้ด้วย
คงคล้ายเป็นการประกาศความเป็นผู้พิชิต เช่นเดียวกับปลาวาฬเคลือบ ซึ่งสร้างไว้เป็นตัวแทน
หรือสัญลักษณ์ความเก่งกล้าของผู้พิชิตปลาวาฬ นอกจากนั้นยังมีรูปคนเขียนไว้บนเนินเขา
คล้ายคลึงกันกับเครื่องปั้นดินเผาโบราณของอินเดียนแดงนาซคาที่นี้มาถึงรูปนก ซึ่งสันนิษฐาน
ตอนแรกๆ ว่าอาจเป็นรูปยานอวกาศ อย่างไรก็ดีลักษณะลายเส้นบ่งชัดว่าเป็นรูปนกต่างๆ กัน
ถึง 18 ภาพที่แจ่มชัดเป็นลายเส้นนกฮัมมิ่งเบิร์ด นกเป็นน้ำและนกทะเลซึ่งยาวถึง 450 ฟุต
แต่ภาพกลับเขียนไม่เต็มตัว อลัน ซอว์เยอร์ นักประวัติศาสตร์ศิลป์ให้ความเห็นว่า
" เราแน่ใจว่ามันมีความหมาย แต่ก็ไม่รู้แน่ชัดว่ามันมีความหมายว่ายังไง เส้นต่างๆ
โดยเฉพาะลายเส้นของนกประกอบด้วยเส้นลายเพียงเส้นเดียว ซึ้งไม่มีการลากตัดกันเลย
บางทีอาจจะเป็นลายเส้นเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนา ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นอาจสันนิษฐานได้ว่า
พวกเขาคงยอมรับนับถืออะไรก็ได้ที่ศิลปินเขียนขึ้น เช่นอย่างอินเดียนแดงเผ่าต่างๆ ยึดถือกัน
โดยเขียนภาพขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์เท่านั้น "เครื่องหมายเคลือบดินเผาที่มีอยู่หมายถึง ที่คล้ายคลึง
ภาพลายเส้นซึ่งปรากฏในทะเลทราย ส่วนใหญ่จัดได้ว่ายังเป็นงานฝีมือระดับต่ำ แต่ว่างานเหล่านี้
บอกถึงความอุดมสมบูรณ์ หลักประกันในเรื่องอาหารและชีวิตดร. ซอว์เยอร์กล่าวว่า "
ถ้าจะคิดตามแนวทางความคิดของศิลปินจากงานที่ค้นพบมันก็เป็นการแสดงออกถึง
ความคิดของผู้แร้นแค้น สะท้อนสภาวะความรู้สึกออกมาจากวิญญาณ" อีกแนวความคิดหนึ่ง
ที่ได้มาจากภาพลายเส้นแมงมุมที่มีความยาวถึง 150 ฟุต ที่ถ่ายภาพไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ.1963
เปรียบเทียบกับภาพถ่ายลายเส้นนี้ในปัจจุบัน คล้ายกับว่าเป็นซากแมงมุมยักษ์ซึ่งนอนตาย

แต่ปัจจุบันรอยเส้นนี้กำลังสูญหายไป จากพายุทรายบ้าง รถจิ๊บของนักท่องเที่ยว รอยย่ำบ้าง
นาซคาไลน์ ในไม่ช้าก็เร็วคงจะถูกทำลายไปดังกล่าว มันอาจเป็นสนามยานอวกาศอาจเป็นงาน
ของนักเรขาคณิตผู้บ้าคลั่ง อาจเป็นโครงร่างของระบบชลประทาน อาจเป็นงานศิลป์ของ
ชาวอินเดียนแดง อาจเป็นอะไรก็ได้ด้วยเหตุผลซึ่งสันนิษฐานจากข้อมูลต่างๆ เท่าที่มีอยู่
แต่ความจริงเกี่ยวกับความเป็นมาของมัน คงจะยังเป็นสิ่งประหลาด ที่ท้าทายการพิสูจน์
ไปอีกนานเท่านาน

เส้นนาซคา (Nazca Line) เส้นลึกลับนี้อยู่ในประเทศเปรู บนทะเลทรายนาซคา กินอาณาเขต
พื้นที่กว่า 520 ตารางกิโลเมตร สันนิษฐานว่าชาวนาซคาซึ่งครอบครองดินแดนเปรูมาก่อนยุค
จักรวรรดิอินคา ขุดลายเส้นเหล่านี้ขึ้นเมื่อประมาณ 500 ปีก่อนคริสต์กาล ถึง ประมาณปี ค.ศ.
500 ชาวนาซคาเป็นชาวนาเพราะปลูกอยู่บนที่ราบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ไม่ได้ทิ้งหลักฐาน
เป็นลายลักษณ์อักษรไว้เลย ที่พอจะเข้าใจได้บ้างก็มาจากการศึกษาสุสานและข้าวของเครื่องใช้
ในหลุมผังศพเท่านั้น ซึ่งไม่ทราบแน่ชัดว่าเพราะเหตุใดชาวนาซคาจึงทำลวดลายเหล่านี้ขึ้น
ลายเส้นนาซคาที่ทำขึ้นเป็นแบบวีธีเดียวกันหมด คือ ขุดเอาหินทรายสีแดงบนพื้นผิวทะเลทรายออก
แล้วเปิดให้เห็นชั้นหินสีเหลืองอ่อนที่อยู่ข้างใน ไม่มีร่องรอยการใช้สัตว์ช่วยแม้แต่น้อย และภาพ
เป็นเส้นเดียวไม่ขาดตอน ภาพของลายเส้นนาซคาแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือภาพที่เป็น
รูปทรงและภาพที่เป็นเส้นลายเฉยๆ มีภาพ สัตว์ นก รูปเรขาคณิตเป็นต้น

http://www.nationalgeographic.com/inca/inca_culture.html

http://www.crystalinks.com/incan.html



Inca Ruin, Yucatan, 1995


http://travel.mongabay.com/peru/sections/Ruins.html

Agricultural terracing at Machupicchu
Inca ruins
Location: Machu Picchu

eye in the sky

จำนวนข้อความ: 141
Registration date: 18/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  eye in the sky on Sat Feb 27, 2010 4:03 pm

แผ่นดินไหว6.9ริคเตอร์นอกชายฝั่งญี่ปุ่น

วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553



คมชัดลึก :เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.9 ริคเตอร์นอกชายฝั่งทางใต้ของญี่ปุ่น
ทำให้ต้องมีการประกาศเตือนภัยสึนามิ

(27ก.พ.) สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นระบุว่า แผ่นดินไหวรุนแรง ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 5.31 น.
ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น หรือ 03.31 น.ตามเวลาในไทย มีจุดศูนย์กลางอยู่ห่างไปทางตะวันออกเฉียงใต้
ของเมืองนาฮา บนเกาะโอกินาวา 81 กิโลเมตร ลึกลงไปจากพื้นดินใต้ทะเลเพียง 10 กิโลเมตร
ทำให้ต้องมีการประกาศเตือนภัยสึนามิในเขตเกาะโอกินาวา แต่ได้ประกาศยกเลิกในเวลาต่อมา
หลังพบว่ามีคลื่นสูงเพียง เล็กน้อย สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเครายงานว่า แรงสั่นสะเทือนทำให้
ท่อน้ำประปาบนเกาะโอกินาวาแตกหลายจุดแต่ยังไม่มีรายงาน ความเสียหายรุนแรง หรือมีผู้บาดเจ็บ
ญี่ปุ่นตั้งอยู่เหนือแผ่นเปลือกโลกที่ยังเคลื่อนไหวสองแผ่น จึงเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง โดยร้อยละ 20
ของแผ่นดินไหวรุนแรงที่เกิดขึ้นทั่วโลกอยู่ที่ญี่ปุ่น นักธรณีวิทยาเตือนว่า จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง
ที่สร้างความเสียหายใหญ่หลวง และมีโอกาสมากถึงร้อยละ 87 ที่จะเกิดแผ่นดินไหวที่เรียกว่า
"Big One" ที่มีความรุนแรง 8 ริคเตอร์ขึ้นไปในกรุงโตเกียว ที่มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 35 ล้านคน
ภายใน 30ปีข้างหน้า แผ่นดินไหวรุนแรงที่กรุงโตเกียวครั้งสุดท้าย เกิดขึ้นเมื่อปี 2466 ที่เรียกว่า
เกรท คันโตะ คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 140,000 คน และแผ่นดินไหวรุนแรง ครั้งล่าสุดของญี่ปุ่นเกิดขึ้น
เมื่อปี 2538 เกิดขึ้นที่เมืองโกเบ มีผู้เสียชีวิต 6,400 คนจากแผ่นดินไหวขนาด 7.2 ริคเตอร์
ส่วนแผ่นดินไหวที่คร่าชีวิตผู้คนนับแสนคนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้วที่เฮติ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต
กว่า 2 แสนคนจากแผ่นดินไหว 7 ริคเตอร์ใกล้กรุงปอร์ โต แปรงซ์เมืองหลวง

แผ่นดินไหว 8.3 ริกเตอร์ที่ชิลี
27 กุมภาพันธ์ 2553 14:54:05

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.3 ริกเตอร์ ทางชายฝั่งของชิลี ใกล้กับเมืองกอนเซปซีออน
เมื่อเช้าตรู่วันนี้ และมีประกาศเตือนภัยการเกิดคลื่นสึนามิ

แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อเวลา 03.34 น.วันนี้ตามเวลาท้องถิ่น
ซึ่งตรงกับเวลา 13.43 น.ในไทย อยู่ห่างจากเมืองกอนเซปซีออน ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 90 ก.ม.
และอยู่ลึกลงไป 55 ก.ม. ทำให้อาคารหลายหลังสั่นสะเทือน ไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ของกรุงซันติอาโก
ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เผยว่า แผ่นดินไหวทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรงมาก และนาน 10-30 วินาที

ด้านศูนย์เตือนภัยการเกิดคลื่นสึนามิในมหาสมุทรแปซิฟิก ประกาศเตือนภัยในชิลี เปรู และ
ให้เฝ้าระวังภัยในเอกวาดอร์ โดยระบุว่า แผ่นดินไหวรุนแรงขนาดนี้อาจทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ
พัดถล่มชายฝั่งใกล้กับศูนย์กลางแผ่นดินไหวภายในไม่กี่นาที แต่หากอยู่ตามแนวชายฝั่ง
ที่ไกลออกไปอาจกินเวลาหลายชั่วโมง

http://www.thairath.co.th/gallery/view/pol/1489

แผ่นดินไหวชิลี 8.8 ริกเตอร์





มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 214 คน


ภาพกลุ่มควันพวยพุ่งจากอาคาร


ตึกพังครืน ราบเป็นหน้ากลอง


รถบรรทุกวิ่งผ่านถนนที่แตกแยก


แก้ไขล่าสุดโดย eye in the sky เมื่อ Mon Mar 01, 2010 12:32 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

eye in the sky

จำนวนข้อความ: 141
Registration date: 18/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  eye in the sky on Mon Mar 01, 2010 12:28 am

http://www.thairath.co.th/content/oversea/67867

ปล้นสดมภ์ในชิลี ติดซากนับ100 ยกเลิกเตือนสึนามิ



เหยื่อดินไหวชิลีติดใต้ซากตึกกว่า100 หน่วยกู้ภัยต้องทำงานแข่งกับเวลาเร่งให้ความช่วยเหลือ
ขณะที่สถานีโทรทัศน์แพร่ภาพผู้คนปล้นสดมภ์ร้านค้าในเมืองคอนเซปซิออง ศูนย์เตือนภัยฯ
ยกเลิกเตือนสึนามิแล้ว...

เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 28 ก.พ. (ตามเวลาไทย) สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ แจ้งว่า
เกิด "อาฟเตอร์ช็อค" รุนแรง 6.1 ริคเตอร์ท่ีนอกชายฝั่งตะวันออกชิลีอีก จุดศูนย์กลางอยู่ลึก
แค่ 35 กิโลเมตร ห่างเมืองทัลกาไปทางเหนือแค่ 63 กิโลเมตร ขณะที่นางแจ็คเกวลีน ริสเซลเบอร์เก้
นายกเทศมนตรีเมืองคอนเซปซิอองแถลงว่า มีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารสูง 14 ชั้นหลังหนึ่งท่ีพังถล่ม
เพราะแผ่นดินไหวในเมืองคอนเซปซีอองอย่างน้อย 100 คน หน่วยกู้ภัยทำงานแข่งกับเวลา
เพืิ่อช่วยเหลือผู้ท่ีอาจรอดชีวิตอยู่ พร้อมทั้งตำหนิรัฐบาลกลางชิลีว่ารับมือกับภัยพิบัติล่าช้า

สถานีโทรทัศน์ของชิลี ยังเผยแพร่ภาพผู้คนปล้นสดมภ์ร้านค้าในเมืองคอนเซปซิออง
และรายงานว่าเมืองคูริโก เมืองโบราณสมัยศตวรรษท่ี 18 ซึ่งสร้างตั้งแต่ค.ศ. 1743 เสียหายอย่างหนัก
90 เปอร์เซนต์ของโบราณสถานทรงคุณค่าพังราบเป็นหน้ากลอง รวมทั้งโบสถ์ซานฟรานซิสโก
และอาคารท่ีตั้งหนังสือพิมพ์ลา เพรนซา อายุ 100 ปี

ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิแห่งแปซิฟิกของสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกการเตือนภัยสึนามิในทุกประเทศ
ทั่วภูมิภาคแปซิฟิกแล้ว หลังแน่ใจว่าสึนามิไม่รุนแรงถึงขั้นอันตราย แม้ศูนย์สึนามิบนเกาะซัคคาลิน
ของรัสเซียจะรายงานว่าท่ีชายฝั่งหมู่เกาะคูริล มีคลื่นสูงถึง 2 เมตรซัดเข้าใส่ แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย
และคาดว่าจะมีคลืื่นขนาดเล็กทะยอยซัดเข้าฝั่งรัสเซียถึง 100 ครั้งในช่วง 2-3 วันข้างหน้าจนกว่าจะหยุด

ส่วนทางการญี่ปุ่นก็ลดระดับการเตือนภัยจาก "ใหญ่หลวง" ซึ่งหมายถึงอาจมีสึนามิสูงถึง 3 เมตร
ลงมาอยู่ท่ีระดับ "ปกติ" หมายถึงอาจมีสึนามิสูงไม่เกิน 2 เมตร.

ไทยรัฐออนไลน์



  • โดยทีมข่าวต่างประเทศ
  • 28 กุมภาพันธ์ 2553, 23:45 น.

eye in the sky

จำนวนข้อความ: 141
Registration date: 18/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Thu Jun 17, 2010 1:28 pm

http://www.thairath.co.th/content/oversea/90092

หลุมยุบขนาดใหญ่ กลางสนามเด็กเล่นจีน



ปรากฏการณ์ 'ซิงค์โฮล' หรือ 'หลุมยุบ' โผล่จีนอีกครั้ง บริเวณสนามเด็กเล่น โรงเรียนประถม
มณฑลหูหนาน เส้นผ่าศูนยกลาง 80 เมตร เคราะห์ดีไม่มีใครได้รับอันตราย...

สำนักข่าวบีบีซี รายงานเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ว่า เกิดปรากฏการณ์ 'ซิงค์โฮล' หรือ 'หลุมยุบ' ขนาดใหญ่
เส้นผ่าศูนย์กลางราว 80 เมตร บริเวณสนามเด็กเล่น หน้าอาคารเรียนของโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง
ในเมืองหนิงเซียง มณฑลหูหนาน ตั้งอยู่ทางตอนกลางของภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน

ขณะที่สถานี โทรศัพท์ของจีน แพร่ภาพอาคารเรียนบริเวณรอบๆ ซิงค์โฮล ค่อยๆ แตกร้าว
และได้รับความเสียหาย และรายงานว่า แผ่นดินบริเวณดังกล่าว เริ่มเกิดหลุมขนาดเล็ก
ตั้งแต่เดือนม.ค. แล้ว และหยุบตัวลงจนก่อให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ในที่สุด แต่ทั้งนี้
ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต


หลุมยุบกลางมอเตอร์เวย์จีน เมื่อ 13มิ.ย. ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. พี่ผ่านมา เกิดเหตุหลุมยุบลึกราว 13 ฟุต บนถนนมอเตอร์เวย์
เมืองหนานฉาง มณฑลเจียงชี ทำให้รถยนต์คันหนึ่งที่กำลังแล่นบนถนนตกลงไปในหลุมครึ่งคัน
แต่เคราะห์ดีที่คนขับไม่ได้รับอันตรายใดๆ


หลุมยุบที่กัวเตมาลา

ก่อนหน้านี้ที่ประเทศกัวเตมาลา เพิ่งเกิดเหตุการณ์หลุมยุบ เส้นผ่าศูนย์กลาง 20 เมตร
ลึกกว่า 30 เมตร สร้างความแตกตื่นไปทั่วโลก ทำให้สี่แยกไฟแดงยุบหายไปไม่เหลือเค้าเดิม
และเมื่อเดือน เม.ย. 3 ปีให้หลัง เกิดเหตุหลุมยุบบริเวณเดียวกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 17 มิถุนายน 2553, 10:20 น.


hacksecret พิมพ์ว่า:http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1276731525&grpid=01&catid=



วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เวลา 06:38:30 น.
มติชนออนไลน์

ชาวรัฐโอไฮโอช็อค!ฟ้าผ่ารูปปั้นพระเยซูไฟไหม้เหลือแค่โครง เชื่อพระเจ้าประสงค์

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น
ได้เกิดเหตุฟ้าผ่ารูปปั้นพระเยซูคริสต์สีขาว ที่มีชื่อว่า คิง ออฟ คิงส์ ขนาดความสูงเกือบ 19 เมตร
หรือเท่ากับตึก 6 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบด้านนอกโบสถ์โซลิด ร็อก ในเมืองมอนโร รัฐโอไฮโอ
สหรัฐอเมริกา โดยเพลิงได้ลุกไหม้ขึ้นหลังจากถูกฟ้าผ่า หลือเพียงโครงและเถ้าถ่านเท่านั้น
คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 700,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 22.4 ล้านบาท

รายงานระบุว่า บรรดาคริสต์ศาสนิกชนซึ่งเป็นสมาชิกโบสถ์ต่างเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เพราะรูปปั้นดังกล่าวเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน ขณะที่หลายคนบอกว่าเหตุการณ์ดังกล่าว
อาจเป็นความประสงค์ของพระเจ้า

Giant Jesus Statue of Solid Rock church Monroe Ohio on fire Burning struck by lightning Video

TalonGodessOfHell
—June 14, 2010—

I caught this video of a fire started by lightning. It was the giant Jesus Statue of
Solid Rock church of monroe ohio. This Jesus statue was submitted for
a world record of worlds largest bust of Jesus. I am not sure if it made it or not
but here it is burning PLEASE NOTE THE CHURCH IS NAMED SOLID ROCK
THOUGH THE STATUE WAS NOT SOLID ROCK



Touchdown Jesus burnt by lightning: Video, photos of Solid Rock Church fire

RussiaToday
—June 15, 2010—

The famous 19-meter tall statue of Jesus at the Solid Rock Church near Monroe,
Ohio, known as 'King of Kings' and 'Touchdown Jesus', has been destroyed by
a fire after being struck by lightning. The metal frame is all that remains of
the styrofoam and fiberglass statue.





Breaking News: Jesus statue in Ohio struck by lightning




sultanchino
—June 15, 2010—

MONROE, OHIO — Monroe fire officials set damage at $700,000 after lightning struck
and burned down a 62-foot-high Jesus Christ statue and an adjacent amphitheater
at Solid Rock Church late Monday.

Church leaders are vowing to rebuild the iconic "King of Kings" statue —
also dubbed "Touchdown Jesus" — which alone was valued at $300,000.

Monroe Fire Capt. Richard Mascarella said the other $400,000 in damage was to
the amphitheater when flames from the sculpture spread to the back wall and roof.

"The heat coming off the statue singed the entire back wall of the amphitheater
and burned through it," Mascarella said. "Portions of the roof are destroyed,
so they will have to replace a large part of it."

http://www.thairath.co.th/content/oversea/90073

รูปปั้นพระเยซูขนาดยักษ์ ฟ้าผ่าไฟไหม้หมด



ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางภาคใต้ของรัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกฟ้าผ่า
และเพลิงลุกไหม้จนเสียหายทั้งหมด คริสต์ศาสนิกชนต่างเสียใจ บางคนคาด
อาจเป็นประสงค์ของพระเจ้า...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า วันนี้ (17 มิ.ย.) รูปปั้นพระเยซูคริสต์ ชื่อว่า คิง ออฟ คิงส
สูงเกือบ 19 เมตร หรือเท่ากับตึก 6 ชั้น ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ด้านนอกโบสถ์โซลิด ร็อก ในเมืองมอนโร
รัฐโอไฮโอ ขณะนี้เหลือเพียงโครงและเถ้าถ่านเท่านั้น เนื่องจากเกิดเพลิงไหม้รูปปั้น หลังเกิดฟ้าผ่า
เมื่อช่วงเช้ามืดวันอังคารวที่ (15 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า
700,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 22.4 ล้านบาท

รายงานข่าวแจ้งว่า ด้านบรรดาคริสต์ศาสนิกชนที่เป็นสมาชิกโบสถ์ ต่างอยู่ในอาการที่เศร้าเสียใจ
กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะรูปปั้นดังกล่าว เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน
ขณะที่หลายคนบอกว่าเหตุการณ์ดังกล่าว อาจเป็นความประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า






  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 17 มิถุนายน 2553, 09:10 น.

hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Jun 25, 2010 2:42 pm

http://earthquake.usgs.gov/

Earthquake Watch Update - AV-2010-04-05



Collected from youtube.com
Apr 5, 2010


with the description:

Linkshttp://www.guardian.co.uk/world/2010/apr/05/earthquake-california-mexicohttp://en.wikipedia.org/wiki/Good_Friday_Earthquakehttp://www.npr.org/templates/....

http://www.nowpublic.com/environment/california-earthquake-april-4-2010-6-9-quake-la-san-diego-2600877.html

http://www.msnbc.msn.com/id/36169818/ns/world_news-americas/

http://www.leftcoastrebel.com/2010/04/breaking-san-diego-earthquake-340-pst.html

http://news.gather.com/viewArticle.action?articleId=281474978151606

http://www.ford-trucks.com/forums/945971-so-cal-earthquake-dodging-boulders-in-anza-borrego-pictures-added.html

Yesterday my husband and I decided to go to Anza Borrego Desert State Park
and drive down Fish Creek Wash and Sandstone Canyon. We'd gone a few miles
into the wash, and we had stopped to watch trickles of sand running down a cliff face
when we felt the truck rocking back and forth. We backed up away from the cliff
and were narrowly missed by the large cooler size rocks that followed the trickles of sand.
EARTHQUAKE!!

I got out of the truck and took this picture of dust rising in the distance,
about a minute after the quake hit. Something big obviously had landed on the desert floor!



This is the first real evidence that this had been a big quake that had
caused some serious damage. There were still rocks and rivers of sand
coming off this cliff face.



We continued down Fish Creek Wash and turned up into Broken Axle Gulch,
only to find the way blocked right where the sign is posted at the
first squeeze.





We turned around and headed back down Fish Creek and then turned in
towards Sandstone Canyon. We didn't see any big rock slides, until at
1.2 miles up Sandstone Canyon we came upon this:



This next shot is taken just past the debris from the picture above and looking further up the canyon



I walked up into the canyon and called to see if anyone was there and
needing help. This shot was taken as I was walking back down to the truck.



Notice the tire tracks leading up from the bottom of this next picture



I'd say that Sandstone Canyon is blocked until someone wants to move some big rocks!

As I started to type this second part of my trip report, we were hit by
another smaller earthquake. Hang on! I guess California is falling into the ocean!

As we headed out of Fish Creek Wash we came upon numerous small rock slides like this one



Looking from the other direction



And this one



This was a pretty big one; the blue truck that's behind the bush in the
middle of the shot can give you a little bit of perspective



This was by far the biggest rock slide that we saw.







The Fish Creek Wash area is one of my favorite parts of the Anza Borrego Desert State Park.
Its a shame that Sandstone Canyon is blocked only 1.2 miles from the entrance.
Though it wouldnt be impossible to clear the rubble from there and also from
the entrance to Broken Axle Gulch. Here are some random shots from the wash and canyon,
just to show how beautiful it is there















So California and Northern Baja continue to get rocked by aftershocks.
I'm surprised at how little attention this earthquake is getting.
When I've mentioned it to friends living outside of the area, alot of times
I'm asked "what earthquake?". I don't know if its the problems with
bringing donations into Mexico, but I haven't seen an outpouring of
help as I've seen with other disasters like the recent hurricane that
struck central baja. Am I just missing something?

I heard that the quake caused a change in course of the Rio Hardy, just
south of Mexicali, and many homes have been flooded. I'll post pictures
of this as soon as I can.

These are some pictures that I received from friends living in Baja.
Some taken around Mexicali and some on the highway that connects
Tecate and Mexicali:

























Wow, that is tore up!

As far as the lack of coverage, the lack of mass casualties (vs. Haiti)
or big buildings tipped over like toys (Chile) is the main reason.

That ain't the richest part of the country down there, so I suppose the
main effort will be in installing "Rough Road Ahead" signs...

Thanks for the post and update.






RussiaToday
|April 05, 2010|0:31

(Follow RT at http://twitter.com/RT_com and at http://www.facebook.com/pages/RT/3266... )
Millions of people in the U.S. felt the effect of a powerful earthquake that struck Mexico
on Sunday morning. Tremors reached north as far as Las Vegas with residents reporting
swaying buildings and choppy swimming pools. The 7.2 magnitude quake was centred
60 km southeast of the border city Mexicali, where two people were killed and others remain
trapped in their homes. A state of emergency has been declared there.
It is the strongest quake to hit the area in decades.


hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Mon Jul 12, 2010 4:56 pm

http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9530000095844

เก็บตก! ชาวตาฮิตียอมพลาดบอลโลกแต่ไม่คลาด "สุริยุปราคา"

12 กรกฎาคม 2553 16:11 น.


เงาจันทร์ค่อยๆ เคลื่อนเข้าบดบังดวงอาทิตย์ในขณะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง
เหนือเกาะ อีสเตอร์ ประเทศชิลี เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 53 โดยที่เบื้องล่างมีรูปสลักหิน "โมอาย"
ตั้งตระหง่านเรียงรายกันอย่างไม่สะท้าน (เอเอฟพี)

ขณะที่ผู้คนทั่วโลกกำลังจดจ่ออยู่หน้าจอโทรทัศน์ เพื่อชมการแข่งขันฟุตบอลโลก
นัดชิงชนะเลิศ นักดาราศาสตร์ นักท่องเที่ยว และประชาชนอีกหลายล้านชีวิต
บนหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ และบางส่วนในประเทศชิลี เฝ้าจดจ้อง
บนท้องฟ้าเพื่อชมปรากฏการณ์ "สุริยุปราคาเต็มดวง"


สุริยุปราคาเต็มดวงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา เริ่มขึ้นในเวลาประมาณ 14.15 น. จนถึง 16.52 น.
ตามเวลาท้องถิ่นในชิลี (หรือ 01.15-03.52 น. ของวันที่ 12 ก.ค. ตามเวลาในประเทศไทย) โดยมีแนวคราส
พาดผ่านทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศตองกา มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ และตอนใต้ของชิลี
รวมทั้งเกาะอีสเตอร์ และหมู่เกาะในดินแดนเฟรนช์โปลินีเซีย ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับ
การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศระหว่างสเปนและเนเธอร์แลนด์

โดยเฉพาะประชาชนบนเกาะตาฮิตีที่ยอมละจากหน้าจอโทรทัศน์ที่กำลังถ่ายทอดสดการแข่งขัน
ฟุตบอลโลกคู่หยุดโลกเพื่อออกไปชมสุริยคราสกัน เพราะหากพลาดสุริยุปราคาเต็มดวงในครั้งนี้แล้ว
จะรอชมครั้งต่อไปในอีก 166 ปีข้างหน้าคงไม่ไหวแน่ ซึ่งนักดาราศาสตร์คำนวณไว้ว่าสุริยุปราคาเต็มดวง
ครั้งถัดไปที่สามารถสังเกต เห็นได้บนเกาะตาฮิตีจะเกิดขึ้นในวันที่ 4 ส.ค. 2176


นักดาราศาสตร์นำกล้องโทรทรรศน์มาตั้งเรียงรายบนเกาะอีสเตอร์เพื่อเตรียมพร้อม
บันทึกภาพนาทีเกิดสุริยคราส (เอเอฟพี)


นักดาราศาสตร์ต้องนำถุงพลาสติกมาห่อหุ้มกล้องโทรทรรศน์ไว้กันฝนในขณะสังเกต
สุริยุปราคาบนเกาะอีสเตอร์ เพราะก่อนหน้านั้น 1 วัน มีฝนตกลงมาอย่างหนัก (เอเอฟพี)


นักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนบนเกาะอีสเตอร์ต่างตื่นเต้นกับปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง
เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 53 (เอเอฟพี)


กล้องพร้อม คนพร้อม ไม่พลาดสุริยคราส (เอเอฟพี)


แว่นตาดูดวงอาทิตย์อาจเล็กเกินไป นักท่องเที่ยวรายนี้เลยใช้แผ่นกรองแสงอาทิตย์ทั้งแผ่น
ปิดหน้าปิดตาดู สุริยุปราคาอย่างปลอดภัยสุดๆ (เอเอฟพี)


ดวงอาทิตย์เริ่มถูกเงาจันทร์บดบัง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับการแข่งขันฟุตบอลโลก
รอบชิงชนะเลิศในแอฟริกาใต้ (เอเอฟพี)


บังเกือบมิด (เอเอฟพี)


ปรากฏการณ์แหวนเพชรที่มาพร้อมกับสุริยุปราคาเต็มดวง (เอพี/ซินหัว)


เมื่อดวงอาทิตย์ถูกดวงจันทร์บังจนมืดมิด จะทำให้เรามองเห็นโคโรนาหรือชั้นบรรยากาศ
ของดวงอาทิตย์ชัดเจน (เอเอฟพี)


เส้นทางการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2553 แนวคราสส่วนใหญ่พาดผ่าน
มหาสมุทรแปซิฟิกเป็นระยะทางกว่า 11,000 กิโลเมตร และคราสเต็มดวงประมาณ 5 นาที (เอเอฟพี)


ผู้คนในเมืองปาปีติ บนเกาะตาฮิตี ในดินแดนเฟรนช์โปลินีเซียที่อยู่ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก
ก็ไม่พลาดชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งนี้ด้วย แม้จะเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับการแข่งขันฟุตบอลโลก
รอบชิงชนะเลิศ เพราะสุริยุราคาเต็มดวงครั้งต่อไปที่จะเห็นได้บนดินแดนแห่งนี้จะเกิดขึ้น
ในอีก 166 ปีข้างหน้า (เอเอฟพี)


สุริยุปราคาบางส่วนเหนือเมืองลาเซเรนา (La Serena) ประเทศชิลี (เอเอฟพี)


สุริยุปราคาบางส่วนเหนือท้องทะเลที่มีเรือกำลังแล่นผ่านอยู่เบื้องล่าง
ในเมืองบัลปาราอีโซ (Valparaiso City) ประเทศชิลี (รอยเตอร์)

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=5&contentID=77509

แผ่นดินไหวรุนแรงเขย่าชิลี

วันจันทร์ ที่ 12 กรกฎาคม 2553 เวลา 9:42 น



แผ่นดินไหวในชิลี ความรุนแรง 6.2 ริกเตอร์ แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงขนาด 6.2 ริกเตอร์กระหน่ำ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของชิลีเมื่อคืนวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่นในภูมิภาคอันโตฟากาสโต
แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหาย หรือผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว
ของสหรัฐแจ้งว่า แผ่นดินไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.11 น. หรือตรงกับ 07.11 น.ของวันนี้
ตามเวลาในไทย และอยู่ลึกลงไปใต้ดินถึง 91.3 กิโลเมตร ศูนย์กลางของการสั่นไหวอยู่ห่างจาก
เมืองคาลามาไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 80 กิโลเมตร ทั้งนี้ เมืองคาลามา ตั้งอยู่ใน
กลางทะเลทรายอาทาคามา หนึ่งในพื้นที่แห้งแล้งที่สุดในโลก ก่อนหน้านั้น ชิลีเคยเผชิญ
แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขนาด 8.8 ริกเตอร์ เมื่อ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิซัด
ถล่มชายฝั่ง คร่าชีวิตผู้คน 521 ศพ และหมู่บ้านถูกกวาดลงทะเลหลายสิบแห่ง.


hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Mon Jul 19, 2010 11:26 am

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=5&contentID=79092

อาร์เจนติน่าหนาวจัดตาย 9 ศพ
วันจันทร์ ที่ 19 กรกฎาคม 2553 เวลา 8:59 น



กลุ่มเอ็นจีโอในอาร์เจนตินาแจ้งว่า เกิดสภาวะอากาศหนาวเย็นจัดฉับพลัน ทำให้มีน้ำแข็ง และหิมะตก
ทั่วประเทศ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ โดยคนตายส่วนใหญ่เป็นพวกจรจัด ในกรุงบัวโนสไอเรส
ซึ่งเสียชีวิตจากภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิต่ำเกินไป ทั้งนี้ อากาศหนาวเย็นจัดพัดมาจากแอนตาร์กติก
เป็นสาเหตุให้อุณหภูมิทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้หนาวเย็น นอกจากนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิต
จากสภาพอากาศดังกล่าวในปารากวัย อุรุกวัย และโบลิเวีย

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติอาร์เจนติน่า รายงานว่า คลื่นความเย็นจัดจากขั้วโลกยังคงส่งผล
กระทบต่ออาร์เจนติน่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในบางพื้นที่อย่างเมืองปาตาโกเนีย อุณหภูมิต่ำสุดเป็น
ประวัติการณ์ลบ 14 องศาเซลเซียส และตอนกลางกับภาคเหนือของประเทศมีอุณหภูมิระหว่าง
0 ถึง 3 องศาเซลเซียส

ส่วนที่ โบลิเวีย มีรายงานคนตายเพราะอากาศหนาวเย็นจัดไม่ต่ำกว่า 2 ศพ ในภูมิภาคซานตา ครูซ
ทำให้กระทรวงศึกษาสั่งปิดโรงเรียนไปจนถึงวันที่ 21 ก.ค. ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวจัดที่ยังปกคลุม
ชิลี ทางตอนใต้ของบราซิล และภาคตะวันออกของเปรูอีกด้วย.


hacksecret

จำนวนข้อความ: 1111
Registration date: 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

fasf

ตั้งหัวข้อ  huiru on Fri Oct 29, 2010 2:22 pm

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้โดยสารราว 100,000 คนที่ต้องดินทางต่อไปปลายทางอื่น ขณะที่ตามปกติแล้ว
จะมีชาวอังกฤษ เยอรมนี และชาติยุโรปอื่นๆ จำนวนมากใช้สนามบินนี้ไปพักผ่อนเล่นสกีตามรีสอร์ตยอดนิยม
แถบเทือกเขาแอลป์ ของสวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส



uggboots sale/uggboots uk

huiru

จำนวนข้อความ: 1
Registration date: 29/10/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: The Day After Tomorrow : 2012

ตั้งหัวข้อ  eye in the sky on Wed Nov 24, 2010 1:25 pm

http://www.youtube.com/watch?v=uHw8URgDvxM

eye in the sky

จำนวนข้อความ: 141
Registration date: 18/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 2 จาก 2 Previous  1, 2

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ