ใครเป็นตำรวจ คงรู้สึกหนาวๆร้อนๆ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ใครเป็นตำรวจ คงรู้สึกหนาวๆร้อนๆ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Jan 23, 2010 11:00 am

สภาวการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับตำรวจไทย กำลังถูกกำหนดกรอบให้เข้าสู่รูปแบบที่เป็นหลักสากลโลก

ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง และรูปแบบการทำงานต่างๆ รวมถึงสถานะทางสังคมที่เป็นอยู่

เคยมีโอกาสไปฟังการสัมมนาเกี่ยวกับข่าวกรองฯ ซึ่งผู้ดำเนินการสัมมนาเป็นอาจารย์ท่านหนึ่ง(เสธ.)

ในครั้งนั้น มีนายตำรวจท่านหนึ่งได้เข้าร่วมฟังการสัมมนาด้วย

จากการนั่งฟังการสัมมนา ก็ได้นั่ง sketch โครงสร้างเกี่ยวกับหน่วยงานต่างๆคร่าวๆ

โดยเฉพาะรูปแบบโครงสร้างในด้านการป้องกันประเทศ ปรากฎว่า ไปคล้ายคลึง กับของประเทศจีนเฉยเลย

ก็เลยมีความภาคภูมิใจในตัวเอง(คนเดียว) ว่าตัวเราเองก็ยังพอมีความฉลาดกับคนอื่นเขาบ้าง

จริงๆแล้ว ประเทศไทยเรา มีโอกาสได้รับรู้และเรียนรู้ แผนและโครงสร้างของประเทศมหาอำนาจโดยเฉพาะจีน และอเมริกา

แต่การที่เราจะลอกแผนของประเทศมหาอำนาจมาปฎิบัติทั้งหมดนั้น มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะสภาพสังคมที่แตกต่างกัน

เราต้องรู้จักปรับแผน และประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพคน และสังคมของประเทศเราเอง

อย่ามัวแต่ไปนั่งมองผลสำเร็จของโครงสร้างหรือรูปแบบของประเทศอื่นๆ แล้วคิดไปว่าต้องทำตามเช่นนั้นแล้วจะประสบผลสำเร็จ

โดยลืมมองสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือตัวเราเอง (ลืมมองไปว่าเราไม่เหมือนกับเขา)

แผนทุกแผน โครงสร้างทุกโครงสร้างดีทั้งหมด หากแต่ต้องคำนึงถึงความเป็นจริงและสิ่งที่เป็นไปในสังคมของเรา

เราต้องรู้จักปรับเปลี่ยน และใช้คนของเรา วิถีชีวิตในสังคมของเรา ประยุกต์ให้เข้ากับแผน

หากทำได้เช่นนี้แล้ว สิ่งที่วางเป้าหมายไว้ ถึงจะเข้าสู่ความสำเร็จ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ใครเป็นตำรวจ คงรู้สึกหนาวๆร้อนๆ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Jan 23, 2010 11:20 am

สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่ต้องริเริ่มและทำความเข้าใจก่อนคือ การปรับแนวความคิด

โดยเฉพาะแนวความคิดในการทำงานร่วมกัน แนวความคิดในความสามัคคีในหน่วยงาน

ความรู้สึกรักและภาคภูมิในงานที่กระทำและได้รับมอบหมาย

โดยเฉพาะต้องรู้จักปรับแนวความคิดในการให้ความสำคัญของผลของงานในหน่วยงานมากกว่าตัวบุคคล

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวบุคคลต้องวางอยู่ในจุดที่เหมาะสม และตรงกับงานที่ตัวบุคคลนั้น มีความชำนาญและเชี่ยวชาญ

การที่จะกระทำให้ทุกโครงสร้างต่างๆออกมาดีได้นั้น นั่นหมายถึง ทุกคน ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน

โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในจุดวางแผนที่เป็นระดับยุทธศาสตร์ต่างๆ ต้องรับรู้และเข้าใจ วิถีและสภาวการณ์ต่างๆที่เป็นไป

อีกทั้งต้องมองสถานการณ์ให้ทะลุไปจนถึงผลที่จะเกิดขึ้นในแผนงานตามลำดับชั้นต่างๆ ก่อนที่จะกำหนดแผนยุทธศาสตร์ออกมาให้ดำเนินการ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ใครเป็นตำรวจ คงรู้สึกหนาวๆร้อนๆ

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Sat Jan 23, 2010 8:57 pm

avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ใครเป็นตำรวจ คงรู้สึกหนาวๆร้อนๆ

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Feb 04, 2010 1:28 pm

ยูนิม๊อคคว่ำในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร"พ.ต.ท."ดับ

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553

คมชัดลึก :คณะผู้ว่าฯกาญจน์ เดินทางกลับจากพิธีบวงสรวงพระเนศวร
เกิดยูนิม๊อคคว่ำในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร "พ.ต.ท."เสียชีวิต 1 ศพ

(4ก.พ.) เวลา 02.30 น. พ.ต.ท.สุทิน พรมศรี พงส.สบ.3 สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
ว่า ได้รับแจ้งจากร.พ.ทองผาภูมิ ว่า มีนายตำรวจสัญญาบัตรที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุแล้วถูกนำตัว
ส่งมารักษา ที่รพ.ตั้งแต่กลางดึกเมื่อคืนนี้ได้เสียชีวิตที่รพ.ทองผาภูมิ หลังจากรับแจ้ง
พ.ต.อ.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผกก.สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และพ.ต.ท.สุทินรีบเดินทางไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงพบศพ พ.ต.ท.ถวิล ระเบียบแหวน พงส.สบ.3 สภ.สำรอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถตกเขาในเขตพื้นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรที่ได้รับการนำส่ง
รพ.ทองผาภูมิพร้อม ผู้บาดเจ็บอีก 2 คน โดยพ.ต.ท.ถวิลทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตที่รพ.ฯ
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เมื่อวันที่ 3 ก.พ. พ.ต.ท.ถวิล ได้ร่วมคณะเจ้าอาวาสวัดท่าเสด็จ
อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี เพื่อร่วมพิธี บวงสรวงบรรพบุรุษนักรบของแผ่นดินไทย
โดยเข้าไปทำพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
โดยพิธีมีนายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ผวจ.กาญจนบุรีประธานพิธี และขณะเดินทางกลับ
เกิดอุบัติเหตุรถยูนิม๊อคตกถนน จนเกิดผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ได้รับการช่วยเหลือนำส่ง รพ.ทองผาภูมิ
และต่อมา พ.ต.ท.ถวิลได้เสียชีวิตลง

http://www.innnews.co.th/local.php?nid=209693
04 กุมภาพันธ์ 2553
10:39:47

รถยูนิม็อคคว่ำหุบเขาพ.ต.ท.สภ.ท่าม่วงดับ1


รถยูนิม็อกคว่ำที่หุบเขาในทุ่งใหญ่นเรศวร พ.ต.ท.สภ. ท่าม่วงดับอนาถ
หลังกลับจากร่วมพิธีบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวร

พ.ต.ท. สุทิน พรมศรี พงส.สบ. 3 สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรีว่า
รับแจ้งจาก ร.พ.ทองผาภูมิ ว่า มีนายตำรวจสัญญาบัตร เสียชีวิตที่โรงพยาบาล จึงรุดไปตรวจสอบ
พบศพ พ.ต.ท.ถวิล ระเบียบแหวน พงส.สบ.3 สภ.สำรอง อ.ท่าม่วง เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถตกเขา
ในเขตพื้นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

สอบสวนทราบว่า พ.ต.ท.ถวิล ได้เดินทางร่วมกับคณะของเจ้าอาวาสวัดท่าเสด็จ อ.ด่านมะขามเตี้ย
จ.กาญจนบุรี เพื่อร่วมพิธี บวงสรวงบรรพบุรุษนักรบของแผ่นดินไทย โดยเข้าไปทำพิธีบวงสรวง
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร
ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ โดยในพิธีมีนายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ผวจ.กาญจนบุรีเป็นประธาน
ขณะเดินทางกลับเกิดอุบัติเหตุรถยูนิม็อก ตกถนนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย
นำส่ง ร.พ.ทองผาภูมิ ทำให้ พ.ต.ท.ถวิล เสียชีวิตดังกล่าว

http://tnews.teenee.com/weird/26177.html

พตท.ซิ่งแหกโค้ง ดับสยองคาเบนซ์


เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 22 ส.ค. พ.ต.ท.ถวิล ระเบียบแหวน พนักงานสอบสวน สภ.สำรอง
อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์พุ่งชนเสาไฟฟ้ามีผู้เสียชีวิต


บริเวณถนนสายบ้านสระเศรษฐี-ท่าม่วง หมู่ 5 ต.บ้านใหม่ อ.ท่าม่วง จึงเดินทางไปตรวจสอบ
พร้อมด้วย พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี แพทย์เวร รพ.ท่าม่วง และ
เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิขุนรัตนาวุธ


ที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งหักศอก พบรถเบนซ์ ซี 220 สีแดง ทะเบียน กง 9456
กาญจนบุรี สภาพตัวรถด้านขวาชนอัดก๊อบปี้กับเสาไฟฟ้าข้างทางจนเสาเอน

ทำให้รถพังยุบทั้งคัน บริเวณท้ายรถพบถุงกอล์ฟครบชุด ตรวจสอบภายในรถตรงเบาะที่นั่งคนขับ
พบผู้เสียชีวิตถูกอัดคาซาก ทราบชื่อผู้ตายคือ พ.ต.ท.พศิน บุญเดช อายุ 45 ปี
รอง ผกก.สส. สภ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี สภาพศพคอหักหมุนได้รอบ
เลือดออกปากและจมูก
เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างงัดศพออกมา บนถนนห่างจากรถ
ประมาณ 10 เมตร พบรอยเบรกเป็นทาง 2 รอย

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.ต.ท.พศิน ผู้ตาย ได้ขับรถไปเล่นกอล์ฟ
ที่สนามกอล์ฟเอฟ เวอร์กรีน อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี สันนิษฐานว่า


ระหว่างมุ่งหน้ากลับบ้านมาถึงที่เกิดเหตุ เป็นทางโค้งและแคบ รถวิ่งมาด้วยความเร็วสูงทำให้เสียหลัก
ผู้ตายพยายามเหยียบเบรกประคองรถ แต่เอาไม่อยู่ หมุนเคว้งตัวรถด้านขวาฟาดอัดเสาไฟฟ้าอย่างแรง
เป็นเหตุให้ พ.ต.ท.พศิน เสียชีวิตคาที่ อย่างไรก็ตาม สำหรับจุดเกิดเหตุมักมีรถ
ประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นทางโค้งคับแคบและไม่มีไฟฟ้าส่องทาง
จนชาวบ้านย่านดังกล่าวมักเรียกกันว่าโค้งผีสิง


ด้านพ.ต.อ.มานะ อินพิทักษ์ ผกก.สภ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า พ.ต.ท.พศิน
ผู้ตาย จบ นรต.รุ่น 39 รับราชการอยู่ใน จ.กาญจนบุรี หลายโรงพัก ถือเป็นนายตำรวจหนุ่มไฟแรง
ขยันและตั้งใจทำงาน ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ความเคารพรัก สำหรับศพ พ.ต.ท.พศินจะนำไป
บำเพ็ญกุศลที่วัดวังทองหลาง ศาลา 4 ลาดพร้าว ซอย 101 แขวงวังทองหลาง เขตลาดพร้าว กทม.

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ใครเป็นตำรวจ คงรู้สึกหนาวๆร้อนๆ

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Thu Feb 04, 2010 3:14 pm

ใครมียศขึ้นต้นด้วย พ.ต.ท. ยกมือขึ้น
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ใครเป็นตำรวจ คงรู้สึกหนาวๆร้อนๆ

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Fri Feb 05, 2010 2:28 pm

'แม้ว'ปฏิเสธลงพท.ทับซ้อนร่วมฮุนเซน

วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553




คมชัดลึก :"ทักษิณ"จวกพันมิตรฯมั่วข่าวเยือนพระวิหารพร้อม"ฮุนเซน" ด้านชาวบ้านผวา"เหลือง-แดง"
โผล่ปะทะที่เขาพระวิหาร ช่วง"ฮุนเซน"เข้าพื้นที่ทับซ้อน ขณะที่เลขานุการรมว.กต. เผย ไทยเตรียมรับ
“ฮุนเซน”เยือน 4 จุด เชื่อไม่ดึงปัญหาชายแดนมาสร้างปัญหาให้ประชาชน

(5ก.พ.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ชี้แจงกรณีที่มีข่าวว่า
จะเดินทางไปเขาพระวิหารพร้อม สม เด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา โดยพ.ต.ท.ทักษิณ
ปฎิเสธว่าไม่เป็นความจริงเพราะตอนนี้อยู่ดูไบพร้อมตำหนิว่าเป็นการโกหกที่ไร้ความคิด

"แกนนำพันธมิตรฯบอกว่าผมจะไปทัวร์ชายแดนและไปเขาพระวิหารร่วมกับ นายกฯ ฮุน เซน
โถยังไม่เลิกข่าวมั่วและโกหกอีกหรือ ผมอยู่ดูไบไกลกัน 7 ชม.ไร้ความคิด?"


แหล่งข่าวตามแนวชายแดน แจ้งว่า กำหนดการเดินทางมาเขาพระวิหารของสมเด็จฮุน เซน
นายกฯกัมพูชา พรุ่งนี้เป็นกำหนดเดิมที่เคยได้รับแจ้งมาก่อนแล้วว่าจะมาตรวจ เยี่ยมกำลังพล
ที่ปฏิบัติหน้าที่บนชายแดนเขาพระวิหารและมาติดตามว่าที่ประชาชนกัมพูชาได้บริจาคเงินส่วนตัว
ตั้งแต่ 1 เรียล ไปถึงล้านเรียลนั้นทหารได้ทำหน้าที่สมกับความเสียสละของประชาชน
นอกจากนี้ยังมารับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ที่ผ่านมาว่ากองทัพกัมพูชาเผชิญหน้าอะไรมาบ้าง
ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ เหมือนกับที่ฝ่ายไทยเราก็มีผู้ใหญ่ทางกองทัพและฝ่ายรัฐบาลก็มาตรวจเยี่ยม
กำลังพลอยู่เป็นประจำ แหล่งข่าว เปิดเผยว่า นอกจากภารกิจตรวจเยี่ยมกำลังพลบนเขาพระวิหารแล้ว
สมเด็จฮุน เซน ยังมีกำหนดการเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารสร้างใหม่ของกองพลสนับสนุนที่ 3
และเปิดหมู่บ้านเดโช ที่บ้านสะแอม ต.กันตร๊วจ อ.ตะเปรียงปราสาท จ.พระวิหาร
ที่เป็นหมู่บ้าน อยู่ติดชายแดน ตรงข้าม ต.เสาธงชัย และ ต.ภูผาหมอก อ.กันทรลักษ์ของไทย
และจากการตรวจสอบกำหนดการไม่ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯไทย จะเดินทางมาด้วย
แต่เชื่อว่าเป็นความตั้งใจของกลุ่มผู้ไม่หวังดีต่อประเทศ ที่ออกมาสร้างข่าวให้เกิดความสับสน
เพื่อสร้างสถานการณ์เพื่อให้กลุ่มเสื้อแดงกับเสื้อเหลืองเผชิญหน้า ซึ่งอาจจะบานปลายไปถึงขั้น
ปะทะกันเหมือนที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้จะน่าเป็นห่วงกว่าทุกครั้งเนื่องจากสมเด็จฮุน เซนและคณะเดินทาง
มาใกล้พื้นที่เขาพระวิหาร ซึ่งแน่นอนว่า สื่อทั้งกัมพูชา และสื่อต่างประเทศจะติดตามมาจำนวนไม่น้อย
จึงอยากให้สองฝ่ายอย่าตกเป็นเครื่องมือผู้ไม่หวังดีต่อประเทศอย่างเด็ดขาด

ด้านนายจิรเดช ศิลารักษ์ อดีตนักต่อสู้เพื่อคนรากหญ้า และประธานกลุ่มสันติธรรมนำการเมือง
จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า รู้สึกเบื่อหน่าย และรำคาญกับขบวนการเคลื่อนไหวของเสื้อสีต่างๆ
ที่การต่อสู้เรียกร้องไม่มีข้อจำกัด ทุกวันนี้บ้านเมืองกำลังถอยหลังเข้าคลอง การเคลื่อนไหวของ
ขบวนการกลุ่มกลายพันธุ์ไปเป็นการต่อสู้เพื่อสนองอารมณ์ของแกนนำ มากกว่าจะต่อสู้
เพื่อคนยากคนจนเหมือนในอดีต ที่ผู้นำม๊อบจะต่อสู้เพื่อต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน
เรียกร้องเรื่องที่ดินทำกิน แต่การเคลื่อนไหวของขบวนการกลุ่มทุกวันนี้ มีเป้าเลื่อนลอย
ต่อสู้อย่างไร้ทิศทาง วัตถุประสงค์ในการเคลื่อนไหวไม่ชัดเจน อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่า
ต้องการสร้างการเมืองใหม่ ถึงวันนี้ก็ไม่รู้ว่าใหม่อย่างไร อีกฝ่ายต่อต้านเผด็จการ แต่ไปมาก็ลามไปถึง
การขับไล่องคมนตรี ด่ารัฐบาล ไม่พอด่าตำรวจ ด่าทหาร ด่าทุกคนที่คิดต่างจากตัวเอง
ใช้คำพูดที่หยาบคาย แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมให้เด็กและเยาวชนเห็นแต่แบบอย่างที่ไม่ดี
“ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปบ้านเมืองคงไปไม่รอด เคยพูดกับพี่น้องหลายคนเหมือนกันว่าจะตั้ง
กองทัพคนจนใส่เสื้อไหมสีดำย้อมมะเกลือ จับจอบจับเสียมลุกขึ้นมาต่อสู้ ปฏิวัติสังคมใหม่
โค่นล้มระบอบกลุ่มเสื้อสีทั้งหลายให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย หันหน้าเข้าหาพัฒนาบ้านเมือง
ร่วมกันต่อไป” นายจิรเดช กล่าว ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกรณีสมเด็จ ฮุนเซน นายกฯกัมพูชา เตรียมเดินทางไปเยือนพื้นที่
เขตชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ว่า ไทยได้รับการรายงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่
ว่า สมเด็จ ฮุนเซน จะเดินทางไป 4 จุด คือ สามเหลี่ยมมรกต ช่องบก ปราสาทตาเมือนธม และบริเวณ
ปราสาทพระวิหาร ทั้งนี้นโยบายรัฐบาล คือ ถ้าสมเด็จ ฮุนเซน หรือประชาชนชาวกัมพูชา จะเดินทางเข้าไป
ในพื้นที่ของกัมพูชา ก็คงไม่ไปก้าวก่าย แต่ถ้าเข้ามาพื้นที่เรา ไทยก็คงไม่สามารถอนุญาตได้
เพราะบางจุดเป็นที่ปรากฏชัดเจนว่าอยู่ในการครอบครองของคนไทย และมีทหารไทยคอยควบคุมพื้นที่อยู่
เช่น ปราสาทตาเมือนธม เลขานุการรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ส่วนพื้นที่ที่มีการอ้างสิทธิ์ร่วมกันบริเวณ 4.6 ตร.กม.
บริเวณรอบปราสาทพระวิหาร ก็ชัดเจนว่าจะมีการเดินทางเข้าออกอย่างไร ต้องมีการแจ้งให้ทราบ
เพราะเรามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ที่ประจำดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าว เพราะฉะนั้น
การเดินทางเข้าออกอย่างไรจะอยู่ในสายตาเจ้าหน้าที่ไทย ไม่ว่าจะเป็นการเดินเท้า การมาด้วยรถยนต์
หรือเอาเฮลิคอปเตอร์มาจอดลง อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวจะต้องอยู่ในความยอมรับร่วมกัน 2 ประเทศ
และได้เตรียมเจ้าหน้าที่เข้าไปต้อนรับสมเด็จ ฮุนเซน หรือดูสถานการณ์ในพื้นที่ทั้งหมด 4 จุด
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายพลเรือน ฝ่ายปกครอง ส่วนในกระทรวงการต่างประเทศ
ได้ส่งผู้แทนของกระทรวง ไปประจำตามจุดต่างๆตามแนวชายแดน เพื่อรองรับการเยือน และยืนยันว่า
การเดินทางมาของนายกรัฐมนตรี ไม่มีอะไรน่าห่วง รัฐบาลคงเดินไปตามกรอบกฎหมายที่มีอยู่แล้ว
และจะไม่มีการนำเหตุการณ์บริเวณตะเข็บชายแดน มาผูกกับสถานการณ์ในประเทศ
เพื่อสร้างความวุ่นวายสับสนให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย นายชวนนท์ กล่าวว่า
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ารัฐบาลกัมพูชาให้สัญชาติกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา
ซึ่งไทยได้เคยรับรายงานในเรื่องดังกล่าว และมีการตรวจสอบไปยังสถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย
และได้รับคำตอบว่ายังไม่ทราบ และไม่เคยได้รับการรายงานจากรัฐบาลกลางของกัมพูชา อย่างไรก็ตาม
กระทรวงการต่างประเทศ จะตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น
เพื่อทำความกระจ่างให้กับสาธารณชนต่อไป
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ