สับสันดาน "ทักษิณ" โดยสาวกคนสนิท

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สับสันดาน "ทักษิณ" โดยสาวกคนสนิท

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Jun 28, 2008 4:45 pm



ความในใจบองระดับหัวหน้าสาวก " นายกแม้ว " กอดคอต่อสู้กับอุปสรรคนานาประการร่วมกันมา แทบว่าจะตายแทนกันได้ ต่างคนก็ต่างออกมาขุดสันดานธาตุแท้ ของ อภิโค ตะ ระ มหาเศรษฐี ที่มีนามว่า "ทักษิณ" อย่างที่เราท่านฟังแล้วไม่น่าเชื่อ...

คุณอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา สาวกแม้วคนสำคัญกล่าวว่า
“คุณทักษิณไม่ใช่ผู้นำสำหรับระบอบประชาธิปไตย” ยิ่งกว่านั้น ยังฝากแง่คิดลึกซึ้งว่า

“ต้องยอมรับว่า ในสังคมปัจจุบัน มีคนพวกหนึ่งยอมรับคนโกง เช่น เจ้าของกิจการ มีผู้จัดการโกงบริษัท แต่
ทำให้บริษัทร่ำรวย ย่อมดีกว่ามีผู้จัดการซื่อ แต่บริษัทขาดทุน คือยอมรับคนโกงได้ มีคนอีกพวก มีพวกที่เป็น
คนไม่ดีแต่ดีกับเขา เขาก็ยอมให้เข้ามาอยู่ในบ้านได้ ทั้งๆ ที่เป็นคนไม่ดี และก็มีคนอีกพวกที่มองว่า แม้บ้านเมือง
จะมีรัฐบาลที่มีคนโกงกินหาประโยชน์ให้พวกพ้องบ้าง แต่ก็ยังดีที่ให้มีเงินกองทุนกู้ยืม ให้มี 30 บาทรักษาทุกโรค
นี่คือคนที่มีทัศนะอย่างที่หนุนทักษิณอยู่

มีคนอีกพวกหนึ่ง มีความรู้สึกและทัศนคติว่า เออหากคนเป็นคนโกง เป็นผู้นำเป็นคนไม่รักษาคำพูด คนไม่ดี
ถึงจะเก่งหรือรวยอย่างไร ใครจะคบจะนับถือจะยกย่องก็ยกย่องกันไปเถิด ฉันไม่ว่า แต่
อย่าให้มาปกครองบ้านเมืองนะ ฉันไม่ยอม จึงต่อต้านทักษิณอยู่ขณะนี้

สองฝ่าย จึงตั้งขบวนเผชิญกันอยู่อย่างที่เห็น ถ้าท่านเป็นคนกลาง ลองพิจารณาดูซิว่าจริงไหม
และถ้าท่านเป็นส่วนหนึ่งของบ้านเมือง ท่านควรจะสนับสนุนฝ่ายไหน จะอยู่เป็นคนกลางไม่ได้แล้ว
และถ้าเรายอมรับให้คนไม่มีคุณธรรมปกครองประเทศเสียแล้ว ขอให้พิจารณาพระราชดำรัสของในหลวง ที่ว่า
...ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การ
ทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำทุกคนให้เป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริม
ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ...”

คุณเสนาะ เทียนทอง สาวกใกล้ชิดของนายกแม้ว กล่าวไว้หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น เรื่อง “การเผาบ้านเอาเงินประกัน”
ในช่วงลอยตัวค่าเงินบาท ซึ่งคุณเสนาะบอกว่า

“เขาบอกว่า เขาไม่รู้ อันนี้ไม่มีใบเสร็จ แต่ถ้าถามผมว่า ผลที่เกิดภายหลังการลอยตัวค่าเงินบาทมันออกมาอย่างไร
อันนี้มันส่อชัด เพราะทักษิณและบริษัทเขารอดวิกฤตอยู่คนเดียว คือผลลัพธ์มันสะท้อนชัดอยู่แล้ว

การที่มีคนไปซื้อประกันความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาทเอาไว้มากๆ หรือการไปซื้อเงินดอลลาร์ตุนไว้มากๆ
ก่อนจะประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ก็เหมือนกับการจุดไฟเผาบ้านตัวเองเพื่อเอาเงินประกัน เศรษฐกิจของชาติพังเสียหาย
นักธุรกิจคนอื่นๆ ขาดทุนค่าเงินบาทป่นปี้ แต่ตัวเองรอดพ้นวิกฤต เพราะได้ประกัน”

กรณีพ้นคดีซุกหุ้นภาค 1 คุณเสนาะ บอกว่า ....เขาคงจะต้องไปคุยกับคนระดับสูงมากทีเดียว จึงสามารถช่วย
คุณทักษิณให้รอดพ้นในคดี “ซุกหุ้น 1” ได้สำเร็จ

จากคำบอกเล่าของคุณเสนาะทำให้เราได้รู้ว่า มีนโยบายของหัวหน้าพรรค เรื่อง “ร้อยชัก 10 %” ว่ามีการใช้จ่ายงบกลาง
ที่มาจากภาษีอากรของประชาชน โดยตั้งโครงการกินเปอร์เซ็นต์ หักสิบเปอร์เซ็นต์เข้าพรรคอย่างเป็นขบวนการ

เราได้รับรู้คำพูดโกหกที่น่ารังเกียจของคู่ผัวเมียนักธุรกิจการเมือง ที่เคยพูดกับคุณเสนาะว่า “พี่เหนาะผมพร้อมแล้ว
สมบัติส่วนหนึ่งผมให้ลูก อีกส่วนเก็บไว้สำหรับตายายกินจนตายก็ไม่หมด และสมบัติอีกส่วนจะทำเพื่อบ้านเพื่อเมือง ผมจะใช้หนี้แผ่นดิน”

คุณเสนาะเล่าว่า เมื่อความจริงปรากฏว่ามีเรื่องทุจริตคอร์รัปชันมากๆ ก็ไปเตือนว่า “น้อง... ถ้ามันได้มาอีก
แสนล้านเอาไปทำไม” แต่เขาตอบว่า “ก็รู้ แต่ในเมื่อเล่นการเมือง มันต้องควักเงิน ก็ต้องถือว่าเป็นธุรกิจ”

นอกจากนี้ เรายังได้เรียนรู้การมีมรณานุสติ จากคำพูดของคุณเสนาะว่า

“ลองคิดดู ใครแม้จะมีเงินมากมายถึง 73,000 ล้านบาท แต่ในชีวิตหนึ่ง ชาติหนึ่ง จะใช้จ่ายไปเพื่ออะไรขนาดนั้น
ลองเอากระดาษเขียนตัวหนังสือ 73,000 ล้านบาท ใส่เซฟไว้ ไม่เอาออกมาใช้ มันก็มีค่าเท่ากัน
เพราะอยากกินอะไรก็เอาเงินเท่าที่เรามีไปซื้อกิน อยากไปไหนก็ได้ไป ไม่ต้องไปแตะเงินถึง 73,000 ล้านก็มีความสุขได้
ยิ่งเป็นคนธรรมดา ที่มีศักดิ์ศรี มีเกียรติ ไม่ทรยศแผ่นดิน จะเดินไปไหนมาไหนกับครอบครัวก็ยืดอกรับสายตาเพื่อนร่วมสังคมได้เต็มที่
ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ จะชอบปิ้งพักผ่อนก็ต้องไปต่างประเทศ ทักษิณ ควรจะมีมรณานุสติ เสียบ้าง!”

คุณกร ทัพพะรังสี อดีตรองนายกรัฐมนตรี สาวกที่ยอมเสียสละยุบพรรคมาร่วมเป็นร่วมตายกับนายกแม้ว และเป็นผู้ที่นั่งประชุมคณะรัฐมนตรีอยู่ข้างๆ ทักษิณ บอกว่า
ความเห็นของทักษิณ ได้กลายเป็นมติคณะรัฐมนตรีอย่างแยบยล นอกจากนี้ ยังได้ยกความเปรียบเทียบ
ในประเด็นที่มีการใช้เสียงข้างมากในสภาเพื่อมุ่งเอาชนะหลักการ ความถูกต้อง และจริยธรรมของสังคม

“ลองคิดดู ในห้องประชุมแห่งหนึ่ง มีคนอยู่ในห้อง 500 คน มีโจรแฝงอยู่ 400 คน หากตั้งคำถามคน
ในห้องนั้นว่า “มีใครเห็นโจรอยู่ในห้องนี้บ้างไหม?” ปรากฏว่า ทั้งห้อง มีคนยกมือ 100 คน

แต่เมื่อถามว่า “ใครเห็นว่าไม่มีโจรยกมือขึ้น?” ปรากฏว่า 400 คน ในห้อง ยกมือกันสลอน เสร็จแล้ว
ก็ถือเสียงข้างมากนั้นเป็นคำตอบ ออกมาบอกกับสังคมว่า “เห็นไหม ไม่มีโจรอยู่ในห้องนี้เลย”

...เสียงข้างมาก บอกความเห็นได้ แต่บอกถูกต้องไม่ได้”

คุณกร ทัพพะรังสี ฝากข้อคิดที่น่าสนใจยิ่งว่า

“ถ้าประเทศไทยมีนักธุรกิจแบบทักษิณ ชินวัตร สักหมื่นคนแสนคน ผมเชื่อว่า จะทำให้ประเทศชา
ติสามารถก้าวไปสู่การแข่งขัน ก้าวทันโลก ทันสมัย กลายเป็นชาติมหาอำนาจได้แน่นอน
แต่ขออย่าได้เดินเข้ามาสู่การเมือง เพราะสังคมการเมืองมีกติกา มีวัฒนธรรม มีจรรยาบรรณ
ที่ต้องคำนึงถึงมากกว่านั้น”

llllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllll

......เหล่านี้คือคำพูดที่กลั่นจากส่วนลึกหัวใจ ของบรรดาสาวก "นายกแม้ว" ซึ่งอยู่ใกล้ชิดสนิทแนบเสียยิ่งกว่าภรรยา

.......จึงเป็นที่สงสารปวงประชาทั้งหลาย ที่หลงไหลได้ปลื้มจนลมนึกถึงความจริงอย่างหนึ่งว่า....
."เขารู้จักสันดาน บุคคลผู้นี้ดีแค่ไหน " หรือว่า ไหลไปตามกระแสของเงินตรา...
แน่ละ...หากเป็นเช่นนั้นไม่ช้า ก็คงต้องรับประทาน "หญ้า" ต่างข้าว เป็นอาหารเสียเป็นแน่แท้...


แก้ไขล่าสุดโดย sunny เมื่อ Sun Jul 13, 2008 1:53 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สับสันดาน "ทักษิณ" โดยสาวกคนสนิท

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Jun 28, 2008 4:47 pm

ตามที่คุณเสนาะ ว่า มาน่ะ อุ๊...แม่เจ้า ! 73,300,000,000.00 บาท

...........เงินสดๆ 73,300,000,000 บาท (อ่านว่า เจ็ดหมื่นสามพันสามร้อยล้านบาท ) ค่าคอมที่ได้จากการขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปให้กับ
บริษัทเทมาเซคกองทุนภายใต้รัฐบาลสิงคโปร์ลองนึกดูเล่นๆ ว่า เงิน 7.33 หมื่นล้านบาท มันจะมากขนาดไหน
ถ้าเอามากองๆ กัน จะกองเท่าภูเขาเลากาหรือเปล่าหรือชาวบ้านอย่างเราๆ จะมีโอกาสบ้างไหมที่จะได้เงินก้อนโตๆ อย่างนี้บ้าง
แล้วเราจะเอาเงินมากมายมหาศาลนี้ไปใช้ทำอะไรดี ใช้กี่ปีถึงจะหมดไม่ว่าใครจะนำเงินไปทำอะไรก็ตาม แต่เงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้
หากชาวบ้านได้มาแล้วสิ่งแรกที่หลายๆ คนอยากทำคือ นั่งนับเงิน...

........พนักงานธนาคาร บอกกับเรา ว่า การนับเงินของธนาคารนั้น ปกติจะใช้เวลา
ประมาณ 4 นาทีต่อเงิน หนึ่งล้านบาทที่มีแบงก์พัน 10 ปึก ปึกละ 100 ใบหรือ 1 แสนบาท โดยจะต้องนับสองครั้ง
ครั้งแรกจะให้พนักงานใช้มือนับก่อน เพื่อเป็นการตรวจหาแบงก์ปลอมไปในตัวด้วย การนับด้วยมือนั้นจะใช้เวลา
เฉลี่ยประมาณ 3 นาที ซึ่งก็แล้วแต่ความสามารถเฉพาะบุคคลว่าจะนับเร็วนับช้า
หลังจากนั้นก็นำไปนับด้วยเครื่องซึ่งจะใช้เวลาหนึ่งนาที รวมเบ็ดเสร็จ ก็ใช้เวลา 4 นาทีต่อการนับเงิน 1 ล้านบาท
ซึ่งนั่นก็แปลว่าถ้านั่งนับเงิน 7.33 หมื่นล้านบาท จะต้องใช้เวลา มากถึง 293,200 นาที
หรือ 4,886.67 ชั่วโมง
หรือ 203.61 วัน หรือ 6.79 เดือน

ถ้าพูดง่ายๆ ตามภาษาชาวบ้าน ก็ประมาณ ครึ่งปีนั่นแหละนี่อยู่บนเงื่อนไขที่ว่าใช้คนคนเดียวนับตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีการลุกไปไหนเลย
ไม่ต้องกินข้าวกินปลา หรือแม้แต่ลุกไปเข้าห้องน้ำกันทีเดียว

.... หากนั่งนับเงินเสร็จแล้ว มีเวลาเหลือ เพราะว่ารวยเป็นอัครมหาเศรษฐีแล้วไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรต่อ
เนื่องจากไม่ต้องทำงานประจำเป็นมนุษย์เงินเดือนแล้ว ก็ลองมานั่งชั่งน้ำหนัก ขนาดความกว้าง-ยาวของแบงก์ดู ว่ามีขนาดเท่าไร
เงินจำนวน 1 ล้านบาทและเป็นแบงก์พันทั้งหมด จะมีน้ำหนักประมาณ 0.4 กิโลกรัม
แปลว่าเงิน 7.33 หมื่นล้านบาท ก็จะมีน้ำหนักถึง 29, 320กิโลกรัม หรือ 29.32 ตันทีเดียว...!!!

.....หากจะมีการขนย้ายเงินที่มีน้ำหนักมากขนาดนี้ อาจจะต้องใช้บริการบริษัทรถบรรทุก
สิบล้อ 1 คัน ให้มาช่วยขนเงินกลับบ้าน

....ถ้าจะลองนั่งวัดความยาวดูว่าหากนำเงิน 7.33 หมื่นล้านมาต่อกันจะได้ความยาวเท่าไร
โดยความยาวของแบงก์พันนั้นมีขนาด 16.2 เซนติเมตร หากนำมาวางต่อกัน

จะได้ความยาวถึง11,874.6 กิโลเมตร !!!

โอ้...พระเจ้าจอร์จ ...มันยอดมาก
เพราะนั่นเท่ากับว่า มันสามารถเรียงบนถนนจาก อ.แม่สาย จ.เชียงรายไปถึง อ.เบตง จ.ยะลา
ซึ่งเป็นจุดเหนือสุดและใต้สุดของประเทศไทย

มีระยะทาง 1,640 กิโลเมตร ได้ถึง 7.2 เที่ยว !!!

แล้วถ้าอยากรู้ว่าเงินก้อนมหึมานั้นจะมีขนาดใหญ่แค่ไหน จากข้อมูลของแบงก์ชาติ
บอกว่าขนาดของธนบัตรใบละ 1,000 นั้น มีขนาด 7.2 x16.2 เซนติเมตร

.....หากนำเงิน 7.33 หมื่นล้านบาท มาวางต่อกันก็จะกินพื้นที่ถึง 85,497.12 ตารางกิโลเมตร
ซึ่งสามารถวางทับจังหวัดที่มีเนื้อที่มากที่สุดของประเทศคือ จ.นครราชสีมา
อันเป็นจังหวัดที่มีเนื้อที่มากที่สุดของไทย มีเนื้อที่มากถึง 20,493.964 ตารางกิโลเม
ตร ได้ถึง 4 เท่า!!!

.....และเงินก้อนนั้นเกือบจะปูทับภาคกลางของประเทศไทยเกือบหมด ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 90,100 ตารางกิโลเมตร กินพื้นที่ 22 จังหวัด
ตอนนี้พอนึกภาพออกหรือยังว่าดีลประวัติศาสตร์ครั้งนี้มันมหึมาขนาดไหน...

....ณ ตอนนี้ที่ "นายแม้ว" ยังไม่ชัดเจนว่าจะเอาเงินก้อนมหาศาลไปลงทุนทำอะไร...
วิธีที่ง่ายที่สุดคือเอาเงินไปฝากแบงก์กินดอกเบี้ย
ตอนนี้ถ้าเอาเงินจำนวนนี้ไปฝากธนาคารเป็นระยะเวลา 3 เดือน จะได้ดอกเบี้ย
3.25% หลังหักภาษี 15% ก็จะเหลือดอกเบี้ยมากถึง 506.23 ล้านบาท ในระยะเวลา 3 เดือน

....นั่นหมายความว่าจะมีเงินใช้ฟรีๆ เดือนละ 168.74 ล้านบาท หรือ 5.62 ล้านบาทต่อวัน
ก็ตกชั่วโมงละ 234,365 บาท หรือนาทีละ 3,906 บาท หรือวินาทีละ 65 บาท

....โอ้ ! พระเจ้าจอร์จ ไม่อยากเชื่อ แค่หายใจปื้ดเดียวก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด
ถ้าเราเชื่อตามที่ "นายกแม้ว" บอกว่าเขาไม่คิดจะเอาเงินก้อนนี้ไปลงทุนทำธุรกิจอะไร
อีกแล้ว อย่างนี้เมื่อไรจะใช้เงินหมดกันนี่ !!!

ลองมานึกเล่นๆ ดูว่า หากนับอายุเฉลี่ยของคนไทยแล้วก็อยู่ที่ประมาณ 72 ปี หรือ 26,280 วัน

ขณะนี้ "เจ้าโอ๊ก หรือ นายพานทองแท้" ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ "นายแม้ว" มีอายุ 27 ปี เขาจะยังเหลือเวลาใช้เงิน
อีก 45 ปี หรือ 16,425 วัน เฉพาะในดีลนี้ "พานทองแท้" ได้เงินไปถึง 22.58 หมื่นล้านบาท
ซึ่งจะสามารถใช้เงินก้อนนี้ได้ถึงวันละ 1.37 ล้านบาท หรือ ชั่วโมงละ 57,280 บาท หรือ 954 บาทต่อนาที หรือวินาทีละ 15 บาท
นี่ไม่รวมดอกเบี้ยที่ "พานทองแท้" จะได้ด้วยนะ... "


แก้ไขล่าสุดโดย sunny เมื่อ Sun Jul 13, 2008 1:54 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สับสันดาน "ทักษิณ" โดยสาวกคนสนิท

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Jul 13, 2008 1:55 am

เงิน 73,300,000,000 บาท คิดเป็น ธนบัตรใบละ 1,000 ปึกละ 100 ได้ 733,000 ปึก ความสูงของหนึ่งปึก ประมาณ 1 เซนติเมตร

733,000 มัด = 733,000 ซม
หารด้วย 100 = 7,330 แมตร

สมมติเรียงแถวเดียว เท่ากับความสูงตึกประมาณ 2,665 ชั้น

แต่ถ้าเรียบเต็มห้อง สมมติเป็นคอนโดมิเนียม ขนาด 8 x 10 เมตร เอาห้องใหญ่หน่อย
ก็แค่ห้องเดียวเท่านั้น (ถ้าคำนวณไม่ผิดนะ) ยังไม่เต็มห้องด้วย ใช้เต็มพื้นที่
เรียงขึ้นไป ระดับความสูง ประมาณ ครึ่งห้องเท่านั้นเอง

ผิดถูกไม่รู้นะ คิดจนมึน แต่คำนวณตามหลักคณิตศาสตร์ ที่ค่อนข้างลางเลือนแล้ว

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ