จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Feb 05, 2010 10:17 am

ส.ส.สหรัฐเข้าชื่อวอน"มาร์ค"อย่าเพิ่งส่งกระเหรี่ยงหนีเข้าเมืองคืนพม่า

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ตามเวลาในสหรัฐว่า สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐ 27 คนได้เข้าชื่อในจดหมายฉบับหนึ่งที่ส่งถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทยเรียกร้องไม่ให้ไทยส่งคืนตัวชาวกระเหรี่ยง 4,000 คนที่หลบหนีเข้าในไทยเดือนนมิถุนายน ในช่วงที่รัฐบาลทหารพม่าเพิ่มการปราบปรามกบฏกระเหรี่ยง กลับคืนไปให้ทางพม่า โดยให้เหตุผลว่ามีความเสี่ยงอย่างมากที่จะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ระบุว่าการส่งกลับกำลังใกล้เข้ามาแล้ว
.............................................

ในขณะที่จีนต้องหาทางเข้าประเทศพม่าอย่างเต็มตัว เพื่อคานประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกา

อีกทั้งต้องหาทางออกทางสู่มหาสมุทรอินเดีย

สงครามมหาอำนาจ คงไม่ไกลจากนี้นัก

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Feb 05, 2010 10:21 am

ทหารเตรียมให้ผู้ลี้ภัย 30 ครอบครัว กลับพม่า

พ.อ.นพดล วัชรจิตบวร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 อำเภอแม่อด จังหวัดตาก ได้สั่งให้ทหารอำนวยความสะดวกให้กับผู้ลี้ภัยจากการสู้รบ ชาวกะเหรี่ยง สัญชาติพม่า 30 ครอบครัว กว่า 100 คน ที่เดินทางข้ามแม่น้ำเมยกลับไปยังภูมิลำเนา ที่บ้านเลอเบอเฮอ ตรงข้ามบ้านหนองบัว ตำบลแม่อูสุ อำเภอท่าสองยาง โดยเจ้าหน้าที่ทหารยืนยันว่า ผู้ลี้ภัยทั้งหมดกลับไปด้วยความสมัครใจ ไม่ได้ขู่เข็ญบังคับใดๆ และที่บ้านเอลเบอเฮอในฝั่งพม่านั้น ไม่มีการสู้รบใดๆระหว่างทหารรัฐบาลพม่า กับชนกลุ่มกะเหรี่ยงเคเอ็นยู. จึงไม่น่ามีปัญหาใดๆ

อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้ มีเจ้าหน้าที่องค์กรทีบีบีซี. หรือองค์กรที่ช่วยเหลือชาวพม่าตามแนวชายแดนไทย-พม่า ได้ติงฝ่ายทหารว่า ยังไม่ควรส่งผู้ลี้ภัยกลับไป เนื่องจากพื้นที่ฝั่งพม่ายังมีหลุมระเบิด และยังไม่มีความพร้อมในเรื่องยา อาหาร เครื่องนุ่งห่ม รวมทั้งที่อยู่อาศัย

สำหรับบ้านเลอเบอเฮอนั้นเป็น ฐานที่มั่นเก่าของทหารกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(เคเอ็นยู.) ปัจจุบันตกเป็นที่มั่นของกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ไปแล้ว หลังจกามีการสู้รบกับฝ่ายพม่าเมือวันที่ 2 มิถุนายน 2552 ทำให้มีผู้ลี้ชาวกะเหรี่ยง สัญชาติพม่า หนีภัยสู้รบเข้ามาในเขตไทยทั้งหมด กว่า 3,000 คน ต่อมาได้ทยายกลับไป กว่า 1,500 คน และในปัจจุบันมีผู้ลี้ภัย 1,633 คน โดยอยู่ที่บ้านหนองบัว และบ้านแม่อูสุ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Feb 05, 2010 12:29 pm

CSWขอไทยหยุดผลักดันกะเหรี่ยงกลับพม่า

อินสไปร์ แมกกาซีน ของอังกฤษ รายงาน จากคำกล่าวของ เบเนดิก โรเจอร์ ผู้นำทีมจากองค์กรคริสเตียน โซลิแดริตี้ เวิลด์วายด์(Christian Solidarity Worldwide) หรือ CSW ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออก ซึ่งเป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนที่มุ่งเน้นด้านอิสรภาพทางศาสนา ภายหลังที่รัฐบาลไทยและผู้นำทางการทหารเตรียมผลักดันผู้อพยพชาวกะเหรี่ยงหลายพันคน ที่อาศัยอยู่ในค่ายลี้ภัย ตามแนวชายแดน ไทย-พม่า กลับประเทศโดยปราศจากการปกป้อง ซึ่งจะเริ่มปฏิบัติการในวันนี้(5 ก.พ.) โดยโรเจอร์ ระบุ หากชาวกะเหรี่ยงเหล่านี้ ถูกส่งกลับก็จะมีอันตรายร้ายแรงรออยู่ ทั้งการถูกละเมิดสิทธิ์มนุษยชน รวมทั้งถูกกดขี้ทางภาคแรงงานและการข่มขืนโดยทหารของกองทัพพม่า และนี่เป็นสถานการณ์เร่งด่วน ที่ต้องให้ความสนใจโดยทันที และขณะนี้ทาง CSW เองก็ได้เรียกร้องไปยังทางการไทย เพื่อดำเนินการต่อไปในการให้ที่พักอาศัยและป้องกันผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงเหล่านี้ และทั้งหมดจะไม่กลับประเทศจนกว่าจะได้รับความปลอดภัยซึ่งนั้นจะเป็นไปได้เมื่อพม่าเป็นอิสระและสงบ

ทั้งนี้ ผู้ลี้ภัยกลุ่มดังกล่าว อพยพเข้ามาในประเทศไทย เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุการณ์สู้รบระหว่างกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ เคเอ็นยู (Karen National Union: KNU) และกองทัพรัฐบาลพม่าที่สนธิกำลังกับกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย หรือ ดีเคบีเอ (Democratic Karen Buddhist Army: DKBA) ในรัฐกะเหรี่ยงทางตะวันออกของประเทศพม่า

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Feb 19, 2010 9:18 am

แรงงานข้ามชาติจากพม่านับล้านคน ต้องถูกส่งกลับถ้ารัฐไม่ขยายเวลาอีก

นายสมชาย หอมลออ เลขาธิการมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.) กล่าวเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ว่า แรงงานข้ามชาตินับล้านคนกำลังถูกข่มขู่จากรัฐบาลไทย โดยนโยบายของรัฐบาลที่ให้บังคับส่งกลับหลังเส้นตายวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 หากพวกเขาไม่ยอมส่งข้อมูลการพิสูจน์สัญชาติให้แก่ทางการ เจ้าหน้าที่ระดับสูงยืนยันว่าไม่สามารถขยายระยะเวลาอีกต่อไปได้ และต้องมีการบังคับส่งกลับครั้งใหญ่หากแรงงานข้ามชาติหรือนายจ้างไม่เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติภายในกำหนดเวลาดังกล่าว กว่าร้อยละ 80 ของแรงงานที่ได้ขึ้นทะเบียนได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย เป็นแรงงานจากประเทศพม่า (ประมาณ 1.1 ล้านคน) ซึ่งเป็นประเทศที่ปกครองโดยรัฐบาลทหาร มีปัญหาความขัดแย้งทางด้านเชื้อชาติและการเมืองอย่างรุนแรง รวมทั้ง กำลังประสบกับสภาวะทางเศรษฐกิจในประเทศถดถอย แรงงานข้ามชาติเหล่านี้ได้เดินทางออกจากประเทศพม่าอย่างผิดกฎหมาย

ขณะนี้ได้ถูกกดดันโดยรัฐบาลไทยให้กรอกแบบฟอร์มข้อมูลบุคคลเพื่อส่งให้กับรัฐบาลพม่าในการพิสูจน์สัญชาติ หากได้รับการตอบรับจากทางการพม่าว่าพวกเขาเป็นชาวพม่า ก็จะต้องเดินทางกลับไปยังประเทศพม่าเพื่อให้กระบวนการพิสูจน์สัญชาติสมบูรณ์ โดยแรงงานเหล่านี้จะได้รับหนังสือเดินทางชั่วคราว ก่อนที่จะเดินทางกลับมาประเทศไทยและทำงานได้อย่างถูกกฎหมายต่อไป สำหรับแรงงานข้ามชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ซึ่งมีจำนวนนับแสนๆคน ไม่มีสิทธิที่จะเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติได้ พวกเขาใม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากจะต้องถูกบังคับส่งกลับประเทศพม่า ภายหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553นี้

นายสมชาย กล่าวว่า รัฐบาลไทยจะต้องขยายเส้นตายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ออกไปอีก และยกเลิกแผนการบังคับส่งกลับแรงงานเหล่านี้เสีย การบังคับส่งกลับจะส่งผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจของไทยที่ยังคงต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติเหล่านี้ รวมทั้งชื่อเสียงของประเทศไทยอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ หากมีการทำตามกำหนดระยะเวลานี้จริง จะมีแรงงานข้ามชาติตกเป็นเหยื่อของการขูดรีดเอารัดเอาเปรียบมากยิ่งขึ้น เนื่องจากพวกเขาจะถูกบังคับให้อยู่ใต้ดินอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศโดยเฉพาะในช่วงที่สภาวการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยกำลังมีความอ่อนไหวเป็นอย่างมากในขณะนี้ ทั้งจะเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่นกันอย่างเป็นระบบ

• มีแรงงานข้ามชาติจำนวนเพียง 25, 000 คนเท่านั้นที่ได้ผ่านการพิสูจน์สัญชาติเรียบร้อยแล้ว
• แรงงานข้ามชาติจำนวนเพียง 200, 000 คนเท่านั้นที่เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติแล้ว
• แรงงานข้ามชาติในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจกระบวนการพิสูจน์สัญชาติ
• ข้อวิตกกังวลสำหรับแรงงานข้ามชาติที่จะต้องกลับไปพิสูจน์สัญชาติในประเทศพม่ายังคงมีอยู่
• บริษัทนายหน้าที่ไม่มีการตรวจสอบควบคุมกำลังเอารัดเอาเปรียบแรงงานข้ามชาติด้วยค่าบริการที่สูงเกินไป
• ยังไม่มีนโยบายหรือกระบวนการใดๆ มารองรับแรงงานข้ามชาติที่ไม่สามารถหรือไม่ต้องการเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ

นายสมชาย กล่าวว่า นโยบายด้านแรงงานข้ามชาติของไทย ควรจะต้องมีการวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบเพื่อให้เป็นหลักประกันได้ว่าสิทธิมนุษยชนของแรงงานข้ามชาติเหล่านั้นจะได้รับการคุ้มครอง กระบวนการพิสูจน์สัญชาติที่เป็นอยู่มิได้มีการคิดกันอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพียงพอ ดังนั้นแทนที่จะเป็นการอำนวยประโยชน์ให้แก่แรงงานข้ามชาติ กลับกลายเป็นการคุกคามความมั่นคงปลอดภัยของแรงงานข้ามชาติกว่า 2 ล้านคนที่สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย

ในวันที่ 16 ก.พ. 2553 บริเวณที่ทำการองค์การสหประชาชาติ ได้มีการยื่นหนังสือร้องเรียนให้กับตัวแทนของผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนของผู้ย้ายถิ่นและผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนในพม่า รวมทั้งผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ มีแรงงานข้ามชาติ ตัวแทนสหภาพแรงงาน และนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนกว่า 200 คนได้เดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึกที่มีองค์กรทั้งภายในประเทศ องค์กรระดับภูมิภาคและองค์กรระหว่างประเทศ และสหภาพแรงงานกว่า 60 ได้ร่วมลงชื่อสนับสนุน โดยได้ส่งหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จดหมายเปิดผนึกดังกล่าวได้เรียกร้องให้ทางการไทยยกเลิกแผนการบังคับส่งกลับแรงงานข้ามชาติครั้งใหญ่นี้เสีย โดยขอให้ดำเนินกระบวนการพิสูจน์สัญชาติในประเทศไทย และควบคุมบริษัทนายหน้าอย่างเคร่งครัด

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Feb 20, 2010 10:18 am

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7023 ข่าวสดรายวัน

จับยุทธศาสตร์พม่า สู่มหาอำนาจอาเซียน?

สกู๊ปพิเศษ



ตาน ฉ่วย-หม่อง เอ ต้อนรับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.

พม่ากลับมาเป็นที่จับจ้องของประชาคมโลกอีกครั้ง ในวาระที่ทูตด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติเดินทางเยือนพม่า

สัปดาห์เดียวกันนี้ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดการเสวนาในหัวข้อ "จับกระแสยุทธศาสตร์การเมืองพม่า 2010" โดย ผศ.ดร.วิรัช นิยมธรรม ผู้อำนวยการศูนย์พม่าศึกษา อาจารย์พรพิมล ตรีโชติ นักวิจัยจากสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอาจารย์ดุลยภาค ปรีชารัชช นักวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์และอาจารย์ประจำคณะศิลป ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผศ.ดร.วิรัช กล่าวว่า จากที่ได้ลงไปศึกษาในพื้นที่พบว่า นักปกครอง ของพม่ามีความคิดที่เป็นระบบระเบียบ และใช้สื่อเป็นช่องทางการโฆษณาให้กับประชาชนใน 3 ลักษณะ ได้แก่ ความเป็นชาติพม่า บทเรียนทางการเมือง และความจำเป็นของผู้นำ ทั้งหมดย้ำถึงภัยคุกคามของชาติตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

แต่เดิมภัยคุกคามของพม่า คือจักรวรรดิอังกฤษ มหาอำนาจฟาสซิสต์ และกลุ่มจีนขาว หรือก๊กมินตั๋ง สนับสนุนโดยหนˆวยขˆาวกรองสหรัฐเข้ามาแทรกซึมในพม่า

ภาพอุโมงค์ที่พม่าก่อสร้างอยู่ เผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต


ส่วนภัยคุกคามใหม่ แบ่งเป็นภัยในเชิงยุทธศาสตร์ ได้ แก่ สหรัฐและชาติพันธมิตร ส่วนภัยเชิงเศรษฐกิจทรัพยากร ได้แก่มหาอโยธยา หรือประ เทศไทย

เนื่องจากการค้าขายกับประเทศไทยทำให้เกิดสภาวะ ตลาดการค้าทั้งสีขาว สีเทา และสีดำ หรือ ตลาดมืด นำมาซึ่งลัทธิทุนนิยมซึ่งเป็นอุปสรรค ต่อประชาธิปไตยแบบสังคม นิยมของพม่า



รัฐธรรมนูญพม่าฉบับปี 2551 จึงมีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับการปฏิรูปการปกครองและระบบการบริหารเพื่อแก้ปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมา โดยกำหนดให้พม่าเป็นประเทศสหภาพ มีการประกาศใช้ธงชาติแบบใหม่ มีประธานาธิบดีเป็นผู้นำสูงสุด มาจากการคัดเลือกของสภาปกครอง 664 เสียง

ในจำนวนนี้มาจากการเลือกตั้งร้อยละ 75 และแต่งตั้งโดยกองทัพร้อยละ 25 ทั้งหมดมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี

แบ่งเป็นสภาประชาชน 440 เสียง โดย 330 เสียงมาจากการเลือกตั้งผู้แทน 330 อำเภอ อีก 110 เสียงแต่งตั้งจากกองทัพ

ขณะที่สภาชนชาติมี 224 เสียง แบ่งเป็น 168 เสียง ซึ่งมาจากการเลือกตั้งผู้แทนรัฐละ 12 คนจากทั้งหมด 14 รัฐ ที่เหลืออีก 56 คนกองทัพเป็นผู้แต่งตั้ง


ด้านสภาความมั่นคงและการป้องกันแห่งชาติ หรือเอ็นดีเอสซี เป็นสภาซึ่งประสานงานกับประธานาธิบดีพม่า มีหน้าที่ดูแลประเทศในยามฉุกเฉิน ประกอบด้วยรัฐมนตรีซึ่งเป็นทหารและผู้ทรงคุณวุฒิจากกองทัพ ยกเว้นตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศที่เป็นพลเรือน

ดร.วิรัช มองว่า ทั้งหมดเป็นการถ่ายโอนอำนาจให้กับประชาชนชาวพม่าอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยยังคงไว้ซึ่งจุดยืนต่อต้านทุนนิยม ชนกลุ่มน้อยและระบอบการปก ครองแบบสห พันธรัฐ เพื่อให้ประชาชนมีวิถีชีวิตที่สงบร่มเย็นอยู่คู่กับพุทธ ศาสนา ซึ่งเป็นสิ่งที่หาไม่ได้ง่ายนักในสังคมประชา ธิปไตยแบบทุนนิยม



ด้านอาจารย์พรพิมล มองว่า แนวคิดการต่อต้านชนกลุ่มน้อยของพม่าอาจก่อ ความตึงเครียด เนื่องจากรัฐธรรมนูญของพม่าระบุไว้ว่า พม่านั้นต้องมีกองทัพเดียว โดยจะรวมเอากองกำลังชนกลุ่มน้อยเข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพและจัดตั้งเป็นกองกำลังตระเวนชายแดน

คาดว่า ท้ายที่สุดแล้วพม่าจะรวมประเทศได้สำเร็จ เนื่องจากปัจจุบันกองทัพพม่านั้นเข้มแข็งกว่าแต่ก่อนมาก

อาจารย์ดุลยภาค มองว่า พม่าอาจเตรียมการเพื่อที่จะก้าวกระโดดขึ้นเป็นมหาอำนาจทางด้านแสนยานุภาพทางการทหารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปัจจุบัน พม่ามีทหารประจำการราว 4-5 แสนนาย คิดเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาครองจากเวียดนามและอันดับ 9-10 ของโลก โดยซื้ออาวุธจากรัสเซียเป็นหลัก

ไม่นานมานี้ มีการค้นพบอุโมงค์ใต้ดินกระจายอยู่ทั่วประเทศ และการย้ายเมืองหลวงจากกรุงย่างกุ้ง ไปเป็นกรุงเนปิดอว์ ทำให้ได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ หากมีสงครามเกิดขึ้น

ขณะที่สัมพันธภาพระหว่างเกาหลีเหนือกับพม่าแน่นแฟ้น จึงเป็นไปได้ว่า พม่าที่เคยกล่าวไว้ชัดเจนถึงโครงการพัฒนาพลังงานปรมาณูเชิงสันติ อาจนำมาซึ่งการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ภายในไม่เกิน 5-10 ปี ซึ่งจะก่อให้เกิดความตึงเครียดขึ้นในภูมิภาค

หน้า 7

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Tue Feb 23, 2010 8:46 am

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7026 ข่าวสดรายวัน

พิสูจน์สัญชาติ

คอลัมน์ ถุงแดง

หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายให้แรงงานต่างด้าวต้องพิสูจน์สัญชาติ ในส่วนของกัมพูชา และลาว ไม่มีปัญหาในการพิสูจน์

แต่แรงงานชาวพม่ามีปัญหามากสุด จากข้อมูลของกระทรวงแรงงานพบว่าใน 1 ปีที่ผ่านมาที่มีการเปิดให้มีการแจ้งเพื่อขอพิสูจน์สัญชาติมีแรงงานชาวพม่ามายื่นแค่ 20% หรือประมาณ 200,000 คน จากกว่า 1 ล้านคน

สาเหตุเพราะไม่เคยรู้ว่าต้องพิสูจน์สัญชาติ ส่วนกลุ่มที่รู้ก็กลัวปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น กลัวว่าจะต้องจ่ายภาษีให้รัฐบาลทหารพม่า กลัวจะกลายเป็นคนผิดกฎหมายเพราะออกนอกประเทศ กลัวว่าจะถูกจับและถูกจำคุก

นอกจากนี้ บางคนก็บอกว่าไม่มีเงิน เพราะต้องใช้เงินจำนวนมากตั้งแต่ 4,000-10,000 บาท ในการพิสูจน์สัญชาติ และชาวพม่าส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารในประเทศต้นทาง

ขณะที่กระทรวงแรงงานระบุว่า ในวันที่ 28 ก.พ.นี้จะเป็นวันสุดท้ายในการยื่นพิสูจน์สัญชาติหากใครไม่มายื่นหรือต่ออายุใบอนุญาตจะถูกจับและส่งกลับประเทศทันที

ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ความจริงแล้วจะกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับภาคอุตสาหกรรมทันที เพราะหากแรงงานถูกส่งกลับนับล้านคนจะเกิดปัญหาแรงงานขาดแคลนอย่างหนัก ในขณะที่ตอนนี้เศรษฐกิจกำลังฟื้น คำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) ทะลัก แต่แรงงานในภาคการผลิตขาดถึง 5 แสนคน

รัฐบาลจะต้องหาทางรับมือแรงงานขาดไว้ให้ดี

หน้า 8

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง

hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Thu Jun 03, 2010 6:03 pm

นายกฯจีนเยือนพม่า ร่วมลงนาม'ศก.-การค้า'

เหวิน เจี่ย เป่า นายกรัฐมนตรีจีน เดินทางเยือนพม่าอย่างเป็นทางการ เพื่อกระชับสัมพันธ์ และร่วมลงนามข้อตกลงทางเศรษฐกิจ และการค้าระหว่างกัน...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ว่า นายเหวิน เจี่ย เป่า นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางเยือนประเทศพม่า โดยมีกำหนดการปฏิบัติภาระกิจ เป็นเวลา 2 วัน นับเป็นการเดินทางกระชับความสัมพันธ์ของผู้นำสูงสุดของจีน กับรัฐบาลทหารพม่าอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 10 ปี ทั้งนี้ผู้นำจีน ยังมีแผนพบ พล.อ.ตานฉ่วย ผู้นำรัฐบาลทหารพม่าวันนี้

ระหว่างการเยือนพม่าครั้งนี้ นายเหวิน มีโอกาสเยี่ยมชมโรงเรียนของรัฐบาล พบปะนักธุรกิจจีน และเยี่ยมชมเจดีย์ชเวดากอง โดยสาระสำคัญของการเดินทางครั้งนี้ คือการร่วมลงนามในข้อตกลงทางเศรษฐกิจ และการค้าของทั้ง 2 ประเทศ และร่วมพิธีฉลองครบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน.

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง

hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Thu Jun 03, 2010 6:09 pm

What Message Will Wen Jiabao Bring to Burma?

In addition to talks on China's multi-billion dollar energy projects in Burma and stability at the two countries' joint border, Chinese premier Wen Jiabao is expected to offer some advice about Burma's planned election when he meets military supremo Snr-Gen Than Shwe during his visit to the country which begins on Wednesday.

Wen's visit —the first visit of a Chinese premier to Burma in 16 years—could open up “a new page of good-neighborly and friendly cooperation,” the Chinese ambassador to Burma, Ye Dabo, was quoted as saying in China's state-run news agency, Xinhua, on Tuesday.

The “new page” which the Chinese ambassador alludes to is mostly likely the relationship between the Chinese Communist government and a newly elected Burmese parliament, albeit under de facto control of the military generals.

Indeed, the coming advent of an election in Burma is an important development for China, which is frequently left to defend the Burmese junta's human rights record at the UN Security Council. Beijing's task will undoubtedly be more palatable when standing up for an elected government rather than a a rogue military state—much the same as when China protects North Korea on the world stage.

“If Burma had an elected government, then China would also be able to improve the perception of its own people towards its relations with Burma,” said Thakhin Chan Tun, Burma's ambassador to China and North Korea during the 1960s and 70s.

It is in the Chinese leadership's interest that Burma's election is viewed as success. At a time when the Burmese regime faces a crisis of legitimacy without the participation of major opposition political parties, most notably Aung San Suu Kyi's National League for Democracy, it is likely Wen will advise Than Shwe to make a few concessions toward making the election more credible—symbolically, at least.

The Chinese premier may urge Naypyidaw to make the election more inclusive by bringing parties, especially those representing ethnic groups, into the fold. Another suggestion could be that the regime accept election observers from China and the Association of Southeast Asian Nations (Asean).

Although China itself is a one-party state that never holds national elections, it has dispatched election observers since 2005 to the Palestinian territories, Ethiopia, Kazakhstan and, most recently, to Sudan, whose controversial election China called a "smooth and orderly success.”

Despite the fact that the Burmese officials openly stated to US diplomat Kurt Campbell, who visited Burma last month, that Burma could not accept international monitoring groups since “it [Burma] is rich with election experience”, they might be swayed into welcoming a more innocuous team of Chinese observers.

Sean Turnell, a Burma specialist from Macquarie University in Australia, told Al Jazeera on Wednesday that China wants to see the stability and a semblance of legitimacy, and that it wants to remove the pressure that is sustaining the economic sanctions against Burma—the sanctions that it sees as undermining Burma's stability.

Also on the agenda during his two-day visit, Wen will look to strengthen China's interests in post-election Burma by signing several bilateral agreements with the regime on science and technology, energy and trade. China is currently building a 2,000-km oil pipeline from Burma’s Arakan State to China’s Yunnan Province, and, according to Earth Rights International, no less than 69 Chinese multinational corporations are currently involved in at least 90 hydropower, mining, and oil and gas projects across Burma.

China, which shares a 2,190 km border with Burma, is the country's third biggest foreign trade partner after Thailand and Singapore. Its foreign trade with Burma reached US $1.8 billion in 2009, according to official statistics.

Besides seeking assurances from Burma that secure China's vast economic interests in the counrty, Wen is reportedly expected to stress the importance of stability at the Sino-Burmese border, where skirmishes took place last year between the regime's troops and an armed ethnic group, sending tens of thousands of refugees into China. Beijing issued a rare admonishment to the regime on the incident and, in return, Burma grudgingly apologized.

In a letter from Human Rights Watch to the Chinese premier, the NGO called on Wen to focus on four issues during his trip: the 2010 election; security at the border areas; regional engagement and diplomacy; and trade and investment relations.

However, perhaps the most intriguing topic of discussion between the two leaders will be Burma's relationship with North Korea. It was China that arranged a secret mission of senior Burmese military officials to Pyongyang last year; and since then, international suspicions have grown that Burma is trying to obtain nuclear technology from North Korea.

Wen was in South Korea last week when he notably did not join in international condemnations of North Korea over the alleged sinking of a South Korean warship. In addition, a recent report by UN experts indicates that Pyongyang is involved in banned nuclear and ballistic activities in Iran, Syria and Burma. The United States government has expressed its concern over the issue.

According to analysts in China, although Beijing does not object to Burma acquiring weapons and military equipment from other countries, it is opposed to the Burmese junta developing chemical or nuclear weapons or any kind of weapon of mass destruction.

At the end of the day, it would be hard to imagine that something secret and sensitive is happening between North Korea and Burma without the knowledge of China. However, what if it were? And what if Beijing got wind of it?

Then, the Chinese premier would certainly have something to say when he sat down with Than Shwe. Not that the outside world would ever know what transpired between the two on this subject.

http://www.irrawaddy.org/article.php?art_id=18607&page=1

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง

hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Thu Jun 03, 2010 6:10 pm



During his visit to Japan, Chinese Premier Wen Jiabao practices tai chi with local residents at Yoyogi Park in Tokyo on May 31. (Photo: Reuters)

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง

hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Thu Jun 03, 2010 6:38 pm

Senator Webb Cancels Burma Visit

US Senator Jim Webb has canceled his planned visit to Burma, saying it would be “unwise and counterproductive” for him to go there while new allegations were surfacing about possible nuclear cooperation between Naypyidaw and North Korea.

In a statement issued by his office in Washington, Webb also said he would urge President Barack Obama to appoint a special envoy to tackle all issues relating to US-Burma relations.

Webb was to have begun his visit to Burma on Thursday.

Announcing the last-minute cancellation on Thursday, Webb's office issued a statement by the senator saying: “News reports published today contain new allegations regarding the possibility that the Burmese government has been working in conjunction with North Korea in order to develop a nuclear program.”

The announcement did not say which news media had carried the reports. But the Doha-based television station Al Jazeera said it would broadcast on Friday a program made by the Norway-based Democratic Voice of Burma (DVB) on Burma's secret nuclear program.

The DVB program reports on key files and other information smuggled out of Burma by a Burmese army defector, Major Sai Thein Win, a former deputy commander of a top-secret military factory at a town called Myaing. The smuggled material reportedly supports suspicions that North Korea is helping Burma develop a nuclear capability.

“It is unclear whether these allegations have substantive merit,” said Webb in his statement. “However, given the fact that Assistant Secretary of State Kurt Campbell recently accused Burma of violating UN Security Council Resolution 1874 with respect to a suspected shipment of arms from North Korea, there are now two unresolved matters related to activities of serious concern between these two countries.

“Until there is further clarification on these matters, I believe it would be unwise and potentially counterproductive for me to visit Burma.”

During a visit to Burma in August 2009, Webb met detained Burmese opposition leader Aung San Suu Kyi and the regime supremo Snr-Gen Than Shwe.

Rangoon sources said that the program of the visit Webb was to have begun on Thursday included meetings with Burmese Prime Minister Thein Sein and opposition figures.

In his Washington statement, Webb said: “I strongly believe that a continuation of dialogue between our two countries is important for the evolution of a more open governmental system and for the future strategic balance in Southeast Asia. However, a productive dialogue will be achievable only when these two matters are further clarified.”

Webb added: “In the interim period, I intend to strongly suggest to the President that he fulfill the requirements of Public Law 110-286 and immediately appoint a special envoy to address the entire range of issues regarding relations between the United States and Burma.”

Webb chairs the East Asian and Pacific Affairs Subcommittee of the Senate Committee on Foreign Relations. He was the first US senator last year to visit Burma in more than 10 years, and he remains the only American official to meet with Than Shwe.

He is strongly critical of the US administration’s economic sanctions against Burma, arguing that isolating Burma has strengthened China's grip, weakened US influence and done nothing to improve the junta's behavior.

During his visit to Burma in August 2009, Webb secured the release of an American citizen who was arrested after illegally entering Suu Kyi's home.

The visit he was to have begun on Thursday was part of an Asian tour that has taken him to Thailand and South Korea. The US embassy in Bangkok said he would address a press conference there on Thursday evening.


Sen. Jim Webb (Center), Sen. Lindsey Graham (R) and Sen. John McCain (L) participate in news conference on Capitol Hill in February. (Photo: Getty Image)

http://www.irrawaddy.org/highlight.php?art_id=18618

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง

hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Wed Jun 16, 2010 7:19 am

Burma Buys 50 Fighter Jets From China

The Burmese air force continues to expand with the recent procurement of 50 K-8 jet trainer aircraft from China, according to sources within the air force in Meikhtila.

“Parts of the K-8 aircraft were transported by cargo ship from China and are being assembled at the Aircraft Production and Maintenance Base in Meikhtila,” said one of the sources.


K-8 Karakorum jet trainers from Sri Lanka air force. (Source:www.armybase.us)

The purchase of the 50 aircraft comes after Burma’s air force chief Lt-Gen Myat Hein traveled to China in November to negotiate an upgrade to the fleet of Chinese-made military aircraft already owned by Burma.

“There are two reasons to purchase K-8 trainers,” said the source. “Either for training exercises or for counter-insurgency.”

The K-8 jet trainer, sometimes called the K-8 Karakorum or the Hongdu JL-8, is a joint venture between China and Pakistan, and is fitted with air-to-air missiles and rockets.

In 1998-9, the Burmese air force bought 12 K-8 jet trainers from China, which are now stationed at Taungoo Air Base in Pegu Division.

In addition to purchasing Chinese-made fighters and trainer aircraft, Naypyidaw signed a contract in late 2009 to buy 20 MiG-29 jet fighters from Russia at a cost of nearly US $570 million.

“The parts of the MiG-29 jet fighters will arrive in July and September by cargo ship and by plane,” said an officer close to Col. Tun Aung, a key figure in the Burmese air force. He said that the 20 Russian aircraft will be assembled in Meikhtila.

Meanwhile, Burma's main air base for maintenance, the Aircraft Production and Maintenance Air Base (APMAB) in Panchangone in Mingaladon Township has been relocated to Nyaunggone, close to the regime's Flying Training Base in Shante in Meikhtila Township, according to a source from the air base.

“The APMAB got the order from Naypyidaw in January to relocate to the new location,” he said, but said he did not know why the relocation took place.

Military sources from Rangoon said that Burmese ruling military council upgraded the air force’s facilities and expanded airfields, as well as two air force bases in Bassein and Homemalin in 2006, to fulfill operational capabilities.

Burma has brought 280 aircraft from China, Russia, Yugoslavia and Poland, including trainers and fighters, since the military took power in 1988.

The Burmese air force was founded in 1947 before Burmese independence. Its main objective has since been counter campaigns against the Communist Party of Burma and several ethnic armies.

Burma has 10 air force headquarters: Bassein Air Base in Irrawaddy Division; Mingaladon Air Base in Rangoon Division; Myitkyina Air Base in Kachin State; Myike Air Base in Tenasserim Division; Namsang Air Base in Shan State; Taungoo Air Base in Pegu Division; Meikhtila (Shante) Flying Training Base; Meikthila Grounding Training Base in Mandalay Division; Magwe Air Base in Magwe Division; and Homemalin Air Base in Sagaing Division.

http://www.irrawaddy.org/article.php?art_id=18726

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง

hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Thu Jul 01, 2010 6:37 pm

More North Korean Rockets Reported in Burma

North Korean-made truck-mounted multiple launch rocket systems have been reportedly set up at Burmese army bases in northern, eastern and central Burma, according to military sources.

The North Korean rockets were recently delivered to missile operation commands in Mohnyin in Kachin State, Naungcho and Kengtung in Shan State and Kyaukpadaung in Mandalay Division, sources said. Missile operation commands were reportedly formed in 2009.

It is not clear when the multiple launch rocket systems were shipped from North Korea. However, military sources said delivery of rocket launchers mounted on trucks occurred several times in recent years.


Sources said they witnessed at least 14 units of 240-mm truck-mounted multiple launch rocket systems arrive at Thilawa Port near Rangoon on the North Korean vessel, Kang Nam I, in early 2008. Previous reports said Burma had purchased 30 units of 240-mm truck-mounted multiple launch rocket systems from North Korean.

According to GlobalSecurity.org, North Korea produces two different 240mm rocket launchers, the 12-round M-1985 and the 22-round M-1991. The M-1985 rocket pack is easily identified by two rows of six rocket tubes mounted on a cab behind an engine chassis. The M-1991 is mounted on a cab over an engine chassis. Both launch packs can be adapted to a suitable cross-country truck.

The Kang Nam I was believed enroute to Burma again in June 2009. However, it reversed course and returned home after a US Navy destroyer followed it amid growing concern that it was carrying illegal arms shipments.

However, more arms shipments from North Korea appear to have been delivered to Burma in 2009-2010. The latest report about a North Korean vessel's arrival was in April. The ship, the Chong Gen, docked at Thilawa Port.

Last week, the junta acknowledged that the Chong Gen was at the port, but it denied involvement in any arms trading with Pyongyang, saying Burma follows UN Security Council resolution 1874 which bans arms trading with North Korea. The junta said the North Korean vessel came to Burma with shipments of cement and exported rice.

According to reports by Burma military experts Maung Aung Myoe and Andrew Selth, purchasing multiple-launch rocket systems is a part of the junta’s military modernization plan. While the junta has acquired 107-mm type 63 and 122-mm type 90 multiple-launch rocket from China, North Korea has provided it with 240-mm truck-mounted launch rocket.

Some experts have said North Korea is also involved in a secret relationship with Burma for the sale of short and medium-range ballistic missiles and the development of underground facilities. Other experts and Burmese defectors claim that North Korea is also providing Burma with technology designed to create a nuclear program.

Burma severed its relationship with North Korea in 1983 following North Korean agents’ assassination of members of a South Korean delegation led by President Chun Doo Hwan. The two countries restored relations in early 1990s and officially re-establish diplomatic ties in April 2007.

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Jul 09, 2010 12:54 pm

พม่า สั่งปิดชายแดนรถบรรทุกสินค้าตกค้าง

http://www.innnews.co.th/local.php?nid=234190

ที่ชายแดนไทยพม่าด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ประเทศพม่า ได้มีการสั่งปิดชายแดน บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ด่านศุลกากรแม่สอด-เมียวดี โดยได้ห้ามทั้งบุคคลและรถบรรทุกสินค้า พร้อมทั้ง รถยนต์อื่น ๆ ที่จะเดินทางข้ามชายแดนไปมาระหว่างประเทศ ส่งผลทำให้มีรถบรรทุกสินค้และรถยนต์ท่องเที่ยว ติดเป็นทางยาวบริเวณเชิงสะพานมิตรภาพ นอกจากนี้ ยังทำให้คนและสินค้าตกค้างอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง ริมแม่น้ำเมย โดยทางการพม่า ไม่ได้มีการแจ้งสาเหตุของการปิดด่านอย่างเป็นทางการกับฝ่ายไทย

พ.ต.อ.มนตรี มั่นจิตต์ ผู้กำกับการด่านตรวจค้นเข้าเมือง จังหวัดตาก กล่าวว่า ตนเองได้รับแจ้งอย่างไม่เป็นทางการ จากด่านตรวจคนเข้าเมืองเมียวดี ว่า ขอปิดพรหมแดน เพราะมีผู้นำระดับสูง จากส่วนกลางมาตรวจแนวชายแดนเมียวดี ซึ่งไม่มีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด แต่ตนเองได้แจ้งให้กับ นายอำเภอแม่สอด และผู้ว่าราชการจังหวัดตาก รับทราบ เพื่อให้คณะกรรมการประสานงานชายแดนไทยพม่าระดับท้องถิ่น หรือ ทีบีซี ได้ประสานงานกับฝ่ายทางพม่า อย่างเป็นทางการต่อไป

ทั้งนี้ การปิดพรหมแดนไทยพม่าได้ทำติดต่อกันมาถึง 2-3 ครั้งแล้ว ในช่วงไม่ถึงเดือนที่ผ่านมา โดยทั้ง 2 ครั้ง พม่าอ้างถึงการที่ฝ่ายไทย ดำเนินโครงการก่อสร้างผนังคอนกรีต ป้องกันริมตลิ่งแม่น้ำเมย และพม่าระบุ ฝ่ายไทยสร้างตลิ่งรุกล้ำเข้ามาในฝั่งพม่า แต่ได้มีการเจรจาตกลงเบื้องต้นกันได้ ในขณะนี้ พม่า ก็ปิดชายอีกโดยไม่ทราบสาเหตุ

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Jul 09, 2010 1:04 pm

Burma on New China ‘Watch List’ for Resources
http://www.irrawaddy.org/article.php?art_id=18902

BANGKOK—China has put Burma on a special “watch list” for potential acquisition of urgently needed natural resources, including coal, gold and copper as well as oil and gas.

All China’s land border neighbors are the subject of a resources study with a view to future acquisition, Beijing’s Ministry of Land and Resources has disclosed in the Chinese official media.
The study follows a the rejection of some takeover bids made by Chinese state firms in minerals-rich Australia, where China has already spent billions of dollars acquiring coal and gas assets.

State-owned Chinese companies venturing abroad are backed by huge national reserves of more than US $2 trillion, and the results of the neighbors’ resources study will be assessed by Beijing’s ministry of finance, the China Business Journal reported.

The study includes Burma, Mongolia, Russia’s Siberian Far East, Vietnam, Kazakhstan and Kyrgyzstan, the paper reported.

It comes as China prepares to become Burma’s biggest natural gas buyer, after it acquired all the gas to be produced from two blocks in the Shwe offshore field in the Bay of Bengal.

But despite huge and increasing imports of gas and oil, China’s main fuel remains coal and millions of tons are being bought from Australia, Indonesia and South Africa.

China is also the world's biggest buyer of copper, iron ore and some foodstuffs.

Burma has coal, copper and gold.

The recent discovery of new coal reserves in Burma was highlighted by Chinese state media only this week.

“Newly found coal in the Mongma area holds the highest deposit of quality coal and it is estimated to yield thousands of tons of the mineral annually,” said the People’s Daily, noting that China is among several countries vying to help develop Burma’s coal industry.

Burma and Beijing signed a deal on mining among 15 cooperation agreements during a visit in early June by China’s Premier Wen Jiabao.

“One of China’s big five energy firms, the Guodian Corporation, is supposedly going to build a coal-fueled electricity generating plant in Burma, but there must be doubts about that as much of Burma’s current coal output is exported to China and Thailand,” industry analyst-consultant Collin Reynolds told The Irrawaddy this week.

“Burma is desperately short of electricity but Chinese know-how would be needed to revamp Burma’s power transmission infrastructure for any expansion in power capacity to be any use.

“China’s Yunnan Province adjoining northern Burma is also desperately short of electricity and coal,” Reynolds said.

According to unspecified “statistics” Burma has 82 “coal mining blocks” which “produced 233,983 tons of coal in the fiscal year 2009-10,” the official Chinese news agency Xinhua said this week in a report on Beijing’s new assessment of its neighbors assets.

“Burma's generals have never hesitated from selling out their country's resources for short-term cash or political protection, and so we cannot see this latest announcement from China as anything but confirmation that the scouring of Burma will go on and on,” prominent Burma economy analyst Sean Turnell told The Irrawaddy.

“In a country where nothing else can be relied on, this one is in the back of the net,” he said, referring to China’s assessment of Burma’s natural resources.

Turnell is an economics professor at Macquarie University in Australia and co-editor of the Burma Economic Watch bulletin.

Despite its highly polluting nature—except maybe when burned in costly plants using the latest technology—coal is being increasingly seen in Asia as the best cheapest substitute for oil and gas.

To underline this trend, Thailand’s state oil and gas giant PTT announced just this week that it intends to expand its acquisition of coal resources abroad.

PTT’s offshore gas fields in the Gulf of Thailand, as well as concessions held by its subsidiary PTTEP in Burma, supply about 70 percent of Thailand’s electricity generating fuel.

But the Thai government has ordered diversification of power fuel to reduce dependency on gas

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Jul 15, 2010 12:08 am

Burma Closes Cross-border Bridge at Mae Sot

A major Thailand-Burma trading post will remain closed until at least Tuesday and Burmese officials will not allow any goods in or out of the country, apparently in protest over Thailand's construction of a river bank erosion project on the Moei River.

Officials said they have no information on when the bridge would re-open for trade. The closure seriously affects businesses on both sides of the river.

“Burmese officials only allow people to cross the border bridge by foot,” said a Thai customs official on duty at the Thai-Myanmar [Burma] Friendship Bridge linking the two countries. “They won't allow any goods to go across. We still don't know why.”


According to a Thai news agency, Burmese officials are reportedly protesting Thailand's construction of a river bank protection project which they claim diverts river currents and is eroding embankments on the Burmese side of the river.

According to the report, Mae Sot District chief Kittisak Tomornsak said that the construction project was planned under a contract between the local Public Works and Town and Country Planning office and a private contractor without formal acknowledgment by the Thai-Myanmar Township Border Committee (TBC). He said Thai district officials would try to resolve the issue with Burmese authorities.

Burmese officials shut down the border bridge following the visit of a senior Burmese military official, Brig-Gen Zaw Min, on Thursday.

A Burmese journalist living on the border said that Burma's low volume of trade with Thailand allows it to shut down the bridge when it's involved in bilateral disputes.

Thailand imports teak, furniture, jade, rice and other commodities with monthly trade valued at 1,000 million baht (US $30 million). Burma imports unlicensed vehicles and finished products with a monthly trade valued at 10 million baht ($300,000).

“I have been on duty at cross-border posts with Cambodia, Laos, Malaysia and Burma. But the Burmese border officials are the most unpredictable. They open and close the border gate at their whim,”said a Thai customs official on the border.

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  satan_baby on Thu Jul 15, 2010 11:29 pm

Naypyidaw Investigates Allegations Against DKBA

MAE SOT — Officers from Naypyidaw, the capital of Burma, were sent late last week to Myawaddy on the Thai-Burmese border to investigate allegations that the Democratic Karen Buddhist Army (DKBA) has been trafficking and extorting money from deported Burmese migrants, according to sources in Myawaddy.

A source who works closely with the DKBA, but who wished to remain anonymous, told The Irrawaddy that a small team of investigating officials arrived last week in Myawaddy and spent four days researching the allegations.

The investigative team was commissioned by the Ministry of Home Affairs in Naypyidaw and ordered to investigate recent reports of human trafficking at the DKBA “Gate Zero,” the pro-junta Karen army's main checkpoint on the Moei River, which is under the command of the DKBA’s 999 battalion.

The Ministry of Home Affairs was contacted by The Irrawaddy but refused to comment on the trip.

A senior NGO worker based in Rangoon told The Irrawaddy that he was aware the trip had taken place and was waiting to hear the results from the investigation.

“The Burmese government knows there are some serious problems at the DKBA gates, but we will have to wait and see if anything positive comes out of this,” he said.

One of the concerns voiced by local migrant workers is that if the unofficial DKBA gate is closed down, then deported migrant workers will have to go through official channels where the immigration authorities are in charge.

“If an investigation by the regime's authorities encourage the DKBA to halt abuse of migrant workers deported to gates they operate, this is great news. However, we are concerned about what the outcome of this investigation may be,” Matt Finch, the coordinator of the Karen Human Rights Group, told The Irrawaddy.

“If, for instance, the Thai authorities halt deportations to DKBA gates only to send Burmese workers directly to the military junta, this will not necessarily improve their human rights situation.

Even if these workers are not classified as refugees, they have legitimate protection concerns that run deeper than fear of abuse at DKBA gates,” he said.

Speaking outside the garment factory in Mae Sot where he works, a migrant Burmese named Thaw Thar said the DKBA gate is useful for workers because they can pay the “gatekeepers” and be released quickly.

He said he was concerned that if the Naypyidaw take over the deportation process, their detention time could last a lot longer.

Maung Oo, a worker in a fisheries factory in Mahachai, told The Irrawaddy he was happy that the Burmese government is investigating the human trafficking abuses that are taking place on the border against those who are deported.

Like hundreds of others who are deported every week to the Thai-Burmese border, he was unable to pay for the 1,200 baht fee the DKBA invariable demand, and was imprisoned, beaten and forced to work for six days for his release.

“If they are serious about trying to stop this problem then I am so happy my government is investigating this, but I think other countries need to make sure they are committed to it, and that it is done correctly,” he said over the phone.

Recent reports on deportations to the gates, including one by Human Rights Watch, have alleged that people are often being trafficked back into Thailand by DKBA brokers for a further fee, while young boys may be conscripted into the DKBA army. There are also unconfirmed reports that deported girls are being sold to brothels.

Local activists and NGO workers believe that the trafficking implications around the checkpoints could have been the driving force behind the Naypyidaw sending a delegation to investigate the situation.
The Irrawaddy has learned that the US embassy in Bangkok has sent a delegation to Mae Sot to meet with Thai border guards in order to establish a relationship and investigate the human trafficking allegations.

Last month, the "Trafficking in Persons Report 2010," released by the US State Department, put Burma in a “Tier 3” ranking alongside a dozen countries which the report said were doing the least to prevent human trafficking.

In response to the report, police chief Brig-Gen Khin Yi was reported to be furious over the findings and held a press conference in Naypyidaw to discuss the work the government was doing to prevent human trafficking in Burma, including workshops and increased teams assigned to tackle trafficking.

On Burma, the report said, “The regime's widespread use of and lack of accountability in forced labor and recruitment of child soldiers is particularly worrying and represents the top causal factor for Burma's significant trafficking problem.”
Related article: “DKBA Profits from Migrant Worker Crackdown in Thailand”

satan_baby

จำนวนข้อความ : 192
Registration date : 08/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Jul 17, 2010 3:54 pm

Burmese Block Imports at Three Thai Border Crossings
Friday, July 16, 2010

Burmese authorities have blocked the import of most goods from Thailand across three major border crossings, according to local sources.

No reason has been given for the action, which has been put into effect at the “friendship bridges” linking Myawaddy, Tachilek and Kawthaung with Thailand.

Much of Burma's imports of heavily-taxed goods such as vehicles enters the country illegally, anyway, aboard boats that cross the rivers that form the Thai-Burmese border. Burmese border authorities and armed ethnic groups are reportedly bribed to allow the goods into the country.

A Tachilek businessman said only items subject to low tax passed legally over the border bridges.

The Myawaddy border trade point was closed on July 8, the Tachilek border gate No.2, which opened early this year, shut on July 10 and the Kawthaung border gate last week.

Meanwhile, Thai Prime Minister Abhisit Vejjajiva plans to visit Burma soon and trade talks are reported to figure on his agenda in talks with Burmese officials. He will be accompanied by a number of Thai businessmen.

The value of trade between Thailand and Burma has doubled from US $1.59 billion (51.6 billion baht) to $3.2 billion in the past three years, according to Win Myint, president of the Union of Myanmar Federation of Chamber of Commerce and Industry (UMFCCI).

Win Myint told Thailand's English language daily The Nation that Thailand is Burma's second largest cross-border trading partner. The value of border trade in the 2008-2009 period was $327 million.

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Jul 17, 2010 4:23 pm

Youngsters, Families Evade Recruitment into Armies
Saturday, July 17, 2010

RANGOON — They are novices at a Buddhist monastery just outside Rangoon, but they are also young boys who will always find time for a friendly game of football.

This day is no different, and visitors find them wearing sarongs as they play in the monastery's compound. But an attempt at engaging them in conversation fails—though it is not because the boys, whose ages range between six and eight, are shy. The boys, it turns out, do not speak Burmese, since they come from Palaung, which is part of the Shan State in Burma's northeast.


Novice monks at Pagan, ancient city of Burma.
(Photo: Fiona Dunlop/ Guardian)

“They came from the ethnic insurgent area,” says U Kuthala, the monk who is in charge of the monastery's young novices. “Their parents sent them here in fear that they would be recruited by the local militia to become child soldiers.”

For decades, Burma's military has been fighting with the country's various ethnic minorities who have been demanding either autonomy or outright independence. According to Burma experts, there are about 30 ethnic armies in the country at present, although 18 of these have already signed ceasefire agreements with the government.

Burma is on the list of 20 nations worldwide in which recruitment of children for armies take place. It is also said to have the highest number of minors in its official army, with the count reaching as high as 70,000, or about one in five soldiers.

Burma's ethnic armies, however, are also believed to be recruiting children for their forces, albeit in lesser number than the ‘Tatmadaw', or the Burmese military. And while these armies say they take in only minors who volunteers the international group Human Rights Watch (HRW) say the children are forcibly taken. The Kachin Independence Army, it adds, even recruits girls.

The International Labour Organization (ILO) says it has also been receiving hundreds of complaints concerning forced labor and under-aged recruitment from different parts of the country. It is the only organization allowed to tackle these issues in Burma.

ILO liaison officer Steve Marshall says the organization has received more than 300 complaints in the last three years. “Among the under-aged recruitment complaints, about 160 were concerning Burmese army and the rest were the complaints regarding forced labor,” he says. ”The complaints came from all over the country (but) majority came from Rangoon, Bago (Pegu), and the Delta region.”

“We have not received any formal complaints in respect to the ethnic armies,” he clarifies. “(Yet that) does not mean that they are not recruiting children, because they are recruiting children. We know that and (have) evidence of that.”

Seventeen-year-old Zaw Min, for instance, says that when he went recently for a short break in his hometown in one of Burma's border areas, recruiters for an ethnic army tried to persuade him to go with them. But the teener, who goes to a Rangoon high school, says he refused and quickly returned here.

He says becoming a soldier for any army is not in his future. “I want to study economics at the university and run my own business someday,” says the teenager.

Zaw Min was lucky that the recruiters did not take him by force, which some rights advocates insist happens often in Burma.

The ILO considers the recruitment of children under the age of 18 for use in armed conflict as one of the worst forms of forced labor. Burmese laws also prohibit the recruitment of minors for combat, but these apparently have not stopped its own military from continuing the practice.

In a 2007 report called ‘Sold to be Soldiers: The Recruitment and Use of Child Soldiers in Burma', HRW says that boys as young as 11 are trained by the military for about 18 weeks before they are sent right into combat or are made to commit atrocities, such as the burning of homes.

The ILO has been working with Burma's military rulers toward the elimination of forced labour, including the recruitment of children for combat. It recently released a brochure in Burmese that explained what forced labor means and the law against this practice. The brochure also detailed how people can file complaints without fear of reprisal.

“We received one complaint from someone who read the brochure two days after we released it,” says Marshall. “But the objective is not to get complaints.

The objective is actually to stop having forced labor and stop having children being recruited.”

So far, he says, “in terms of under-aged recruitment complaints, the government discharged 105 young boys and sent them back to their families.”

Marshall says the ILO and United Nations workers have had discussions with a number of ethnic armies that yielded reassurances from the latter that they would not recruit children.

In a 2002 report, the HRW also reported that the Shan State Army (South), Karen National Liberation Army, and Karenni Army have stated policies against recruiting children under the age of 18. But, said the HRW, these nevertheless accept minors who volunteer to join their forces.

Marshall himself admits that the prospect of child soldiers continuing to be used in state and non-state armies “is pretty high particularly if there is further (conflict)”.

“In that situation,” he says, “there is tendency for young people to actually be taken into the services.”

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Jul 21, 2010 9:41 am

Border Closure Halts Trade, Raises Prices
By LAWI WENG

Commodities are piling up on the Thai side of its border three days after the Burmese authorities blocked all trade crossing the Friendship Bridge between Mae Sot in Thailand and Myawaddy in Burma.

Observers said the closure of the border is part of a wider strategy to crack down on illegal trade. A similar policy has been implemented at the border crossings at Tachilek-Mae Sai and Kawthaung-Ranong.

The majority of goods that have been prevented crossing the border into Burma are foodstuffs, clothing, cars and furniture.

“Not only is trade halted, but people are also prohibited from crossing the [Moei] river,” said a Karen businessman in Mae Sot.

Hundreds of Burmese workers stay in Myawaddy but cross the border every day to work in Mae Sot. Sources said that over the last three days, they must cross the river by boat or on rubber tires before dawn so the border guards do not see them.

Some Burmese workers have elected to sleep in Mae Sot rather than tackle the journey every day, the sources said.

There are more than 20 regular routes along the Moei River, across which most imported Thai goods cross illegally. However, following the closure of the Friendship Bridge, officials have been vigilent in shutting down all known trade routes.

“Thai businessmen have piled up all their products near the border, and are waiting to export them to the Burmese side,” the Karen businessman said. “But, they don't known when the bridge will open again.”

The price of commodities in Burma has increased since the border was closed, said shopkeepers in Rangoon and Mon State.

Chit Aung, a shopkeeper in Mudon Township in Mon State, said the price of a 5-kilo can of Thai cooking oil has gone up from 5,700 kyat (US $5.70) to 6,000 kyat ($6). Likewise, a packet of Thai noddles has increased from 4,200 kyat to 4,400 kyat, and a sack of “Ajinomoto,” commonly known as MSG, has gone from 1,500 to 1,700 kyat.

She said that people are worried that the price of Thai goods will continue to increase if the border does not open soon.

Thailand's Deputy Commerce Minister Alongkorn Ponlaboot told the English-language Bangkok Post on Monday that the ongoing closure of the Thai-Burmese border at the Mae Sot-Myawaddy bridge is affecting trade.

He told the Bangkok Post that he would visit Burma on Wednesday when he plans to discuss the issue with the Burmese authorities.

Meanwhile, Thai Prime Minister Abhisit Vejjajiva plans to visit Burma soon. Trade is reported to figure on his agenda in talks with Burmese officials when he will be accompanied by a number of Thai businessmen.

The value of trade between Thailand and Burma has doubled from $1.59 billion to $3.2 billion in the past three years, according to Win Myint, the president of the Union of Myanmar Federation of Chamber of Commerce and Industry.

He told Thai daily The Nation that Thailand is Burma's second largest cross-border trading partner. The value of border trade in the 2008-09 period was $327 million.

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Jul 22, 2010 10:51 pm

Thai PM Cancels Trip to Burma

Thai Prime Minister Abhisit Vejjajiva has canceled his second planned visit to Burma as the leaders of both countries have been unable to coordinate their schedules, according to the Thai News Agency (TNA).

Speaking to the TNA on July 20, Thai government spokesman Panitan Wattanayagorn said the visit is untimely as both leaders are not available due to demanding schedules.

Abhisit Vejjajiva was scheduled to visit Burma early in August ahead of Burma's planned election to be held later this year, the report said.

On Thursday, Abhisit Vejjajiva said he believed the Burmese authorities would soon open the Mae Sot-Myawaddy border crossing after they held talks clarifying Thailand's river bank protection construction project on the Mae Sot side of the Moei River.


Meanwhile, Thailand has stopped the construction, the Thai PM said.

The Thai PM said the indefinite postponement of his trip to Burma would not affect bilateral ties, which he described as “strong” since the two countries are enjoying good relations and cooperation is running smoothly.

The Burmese government is believed to have closed the Mae Sot-Myawaddy bridge on July 12 in protest against Thai construction aimed at preventing erosion on the Mae Sot side of the river.

The Thai Prime Minister also had to postpone his first trip to Burma scheduled for July 2009 when it coincided with the incident over American citizen John Yettaw's swim to pro-democracy leader Aung San Suu Kyi's house while she was under house arrest.

Meanwhile, Thailand's Deputy Commerce Minister Alongkorn Ponlaboot planned to visit Naypyidaw, Burma's new capital, on Friday to discuss the ongoing closure of the Thai-Burmese border with the Burmese government.

In a related TNA report, Alongkorn Ponlaboot said the closure was affecting border trade valued at nearly US $4.3 billion per year.

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue Jul 27, 2010 5:24 pm

Villagers Flee in Fear of Attack on DKBA
By THAN HTIKE OO

About 700 villagers from Karen State fled to the Thai border on Sunday for fear of clashes between the Burmese army and the Democratic Karen Buddhist Army (DKBA) amid news of unsuccessful talks over the military regime's border guard force plan (BGF).

Following a warning that fighting between the Burmese army and DKBA troops could break out this week, villagers from at least four villages in Myawaddy township have fled to Phop Phra town in Tak province of Thailand, according to the Karen Information Centre (KIC) based on the Thai-Burma border.

The KIC said the warning to the villagers was given by Col Lah Pwe, better known as Mr. Beard, a high-ranking DKBA military official, who on July 21 rejected the offer by Lt-Gen Ye Myint, the regime's chief of Military Affairs Security, to meet and discuss the BGF plan.


The DKBA is a Buddhist militia group that broke away from the Karen National Union (KNU), which is mostly Christian, and its KNLA military wing in 1995.

Since April 2009, Naypyidaw has tried to coerce all ethnic armed groups to transform their armies into a BGF under the regime's command. So far, only the New Democratic Army—Kachin and one Kareni group have indicated they would comply with the order.

Most of the villagers who fled are women and children and Thai authorities have provided them with food and drinking water, a social worker on the border said. NGOs working with Karen refugees are also helping the villagers.

However, latest reports from Karen border sources said some of the villagers returned home on Monday morning.

Thai authorities said they did not deport the refugees but advised them that they cannot come unless actual fighting breaks out.

The Thai army has reportedly reinforced its security along the Thai-Burmese border.

Earlier this month, Brig-Gen Than Soe of the Burmese army's Military Operation Command 8 warned Col Lah Pwe that the Burmese army would annihilate the DKBA if it did not accept the BGF plan.

Disagreements have been reported within DKBA over the controversial plan. Col Chit Thu, the commander of DKBA Battalion 999 and the DKBA's most powerful military commander, is reportedly in favor of joining the BGF. Saw Lar Pwe, the commander of Battalion 907, is against joining.

Also opposed to the BGF plan is U Thuzana, the DKBA's spiritual leader and influential abbot of Myaing Gyi Ngu monastery. The monk has reportedly persuaded many others to join him in opposition to the BGF.

The DKBA claims it has 6,000 armed fighters, making it the second largest ethnic armed group in Burma. The group signed a cease-fire agreement with the Burmese junta in 1995.

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Jul 29, 2010 9:11 am

DKBA Battalions Defect to KNLA
By LAWI WENG

Five battalions from the Democratic Karen Buddhist Army (DKBA) will join the Karen National Liberation Army (KNLA) to fight Burmese junta's troops after the DKBA troops refused to join the Border Guard Force (BGF), according to Karen sources.

The Five DKBA's battalions include about 500 troops from Battalions 901, 902, 906, 907, and 908 in DKBA's Brigade 5, which is led by Col Saw Lah Pwe, who is better known as Mr. Beard, the commander who is against joining the BGF.

Speaking to the Irrawaddy on Wednesday, Captain Htat Nay of KNLA Brigade 6, based near Three Pagodas Pass, said, “They told us officially they will join the KNLA on July 26.”


“If there is fighting in the future, they (DKBA) will join KNLA Battalion 201.” Battalion 201 is controlled by KNLA headquarters and consists of specially-picked troops for fighting on the front line.

The DKBA's five battalions are based near the Three Pagodas Pass, Kyar Inn Seik Gyi and Kawkareik Townships in Karen State. They intend to use their new base at KNLA area brigade 6 if there is fighting with junta troops in the future.

The Burmese junta has put pressure on all ethnic cease-fire groups to transform their army into a BGF for more than one year. The last deadline was April 22, but many ethnic groups remain defiant and refuse to accept the order.

The regime has set a final deadline of Aug 10 for the DKBA to transform its troops into a BGF, threatening force if they do not comply.

New Mon State Party (NMSP) sources said the Burmese regime deployed 400 troops near Kyar Inn Seik Gyi Township last week. The troops, which are from Brigade Command 77 based in Pegu Township are to be used in a military offensive in the KNLA brigade 6 area.

Burmese military officials told NMSP leaders not to help the KNLA when they launch their military offensive against Brigade 6.

The DKBA leaders are divided over the BGF issue, meanwhile. Some DKBA leaders say they want to keep their organization independent upon the urging of the influential abbot, Ashin Thuzana.

Some Karen sources said they believed Col Chit Thu, the powerful commander of DKBA Brigade 999, and Gen Kyaw Than, the DKBA commander in chief, may join the BGF as they have many business interests in the Burmese border town of Myawaddy, which has a trade link with the Thai border town of Mae Sot.

Thu Rain, who is close to the DKBA in the Three Pagodas Pass area, said that DKBA members who have decided to fight have already moved their families and heavy weapons to KNLA brigade 6 in preparation for future fighting.

Col Lah Pwe has ordered all troops from his five battalions to fight back if they are attacked by government forces after rejecting the the most recent July 21 offer by Lt-Gen Ye Myint, the regime's chief of Military Affairs Security, to meet and discuss the BGF plan.

According to Karen sources, most of the DKBA Brigade 5 have refused the BGF plan and will join the KNLA. DKBA Brigades 7 and 9, however, appear to be accepting the junta's BGF order.

The DKBA claims to have 6,000 troops and plans to enlarge its army to 9,000, making it Burma's second largest non-state armed group. Due to the split among its forces over the BGF issue, however, it is uncertain how many troops will continue to fight alongside junta troops in the future.

The DKBA is a Buddhist militia group that broke away from the Karen National Union (KNU), which is mostly Christian, and its KNLA military wing in 1995. The group joined forces with Burmese military troops to fight against the KNU after it split from the KNU.

The DKBA, which was formed 15 years ago, now controls most of the Thai-Burmese border area previously controlled by the KNU. It has been accused of human rights abuses in its clashes with KNU forces and also of involvement in human trafficking along Thai-Burmese border.

Last week, over 700 Karen refugees fled to the Thai border, fearing that rising tensions with the junta over the BGF issue will lead to fighting.

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Jul 29, 2010 6:09 pm

Censors Suppress News of Friendship Bridge Closure
By NAYEE LIN LATT

Burma's censorship board is suppressing news reports about the closure of the Friendship Bridge crossing between the Burmese town Myawaddy and Mae Sot in Thailand.

The bridge has been closed since July 17, disrupting the lively trade between the two countries. The Burmese authorities have given no reason for the closure.

“We carried news about the closure of the border post but it was removed by the Press Scrutiny and Registration Division (PSRD),” said an official from Rangoon-based Weekly Eleven journal. “No clear reason was given.”

A PSRD official confirmed that censors had been told to prevent the publication of any news about the bridge closure.

Although no reason for the PSRD action has been given, Burma lodged a protest with Thailand in early July over the construction of a dyke along the Thai side of the Moei River [Thaung Yin in Burmese], which forms the Thai-Burmese border. Trade across the river was stopped.

The Thai news agency Mass Communication Organization of Thailand reported that Burma's military regime claimed the dyke would change the river current and cause soil erosion on the Burmese side.

The disruption of trade is costing Thai traders up to 100 million baht (US $3,125,000) daily, according to Thai news agencies.

Before the closure of the bridge, Burma was exporting goods worth about 300 million kyat ($306,000) to Thailand every month across the river border, while Thailand's monthly exports to Burma totaled 30 billion kyat ($30,600,000).

Thailand's Prime Minister Abhisit Vejjajiva planned a visit to Burma in August but postponed the trip. A spokesperson for the Thai government said the postponement was not related to border tension between the two countries.

A Myanmar Post reporter said Burma's censorship board possibly suppressed news of the bridge closure because the action had led to higher prices for imported goods.

“We can't even report about the rise in commodity prices, which we could do before,” the reporter said.

He said authorities are checking in Rangoon's markets whether imported essentials were on sale. Shop keepers were nervous about selling them, leading to shortages and higher prices, he said.

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Aug 01, 2010 12:14 am

Thai Minister's Statement Spreads Fear in Camps
By ALEX ELLGEE

MAE SOT—Sitting on a mat in his small, well-decorated bamboo hut, Aung Htet talks about his life and what forced his family to flee to Thailand for safety.

Like many refugees in the Burmese section at the refugee camp here, he was sentenced to one of Burma’s notorious prisons as punishment for his involvement in Burma’s democracy movement.

Released and re-arrested several times, he saw no future for his family. Constantly harassed by the authorities, they finally fled to the border with hope of resettling in a third country.

Until last month, Aung Htet, who spoke on condition his real name was not used, felt relatively safe. His family had created a way of life in the camp, built relationships with neighbors and found a way to endure resettlement delays that cast a shadow over daily camp life.

However, their fragile existence was turned upside down when they recently heard comments made by Thailand’s foreign minister, who was quoted by the Bangkok Post as saying that Burmese refugees should return home after the elections.

“Before, we had some kind of hope that we can resettle and give a future to our children,” Aung Htet told The Irrawaddy. “Now, we are not only worried about being resettled, but we are more worried that we could be forced to go back to Burma.”

Since minister Kasit Piromya made the remarks, a degree of fear has spread among refugees from Burma, and there is an increased sense of unease about the future.

Asked what would happen if he was sent back, Aung Htet said: “We cannot go back. It is not an option with this regime.” He said political refugees are well known by Burma’s military intelligence, and they are on blacklists.

“If we are sent back, they will just send us back to prisons for decades and our children will have no future,” he said.
According to the Assistance Association for Political Prisoners-Burma, there are more than 2,100 political prisoners in Burma. Some observers have said that after the election, a general amnesty for political refugees will be issued so that they can return home without persecution. Sitting around a hut in Umpium camp, a group of refugees told The Irrawaddy that they did not believe in such an amnesty and expected to face punishment if they returned.

Saw Htoo's family had the same fears. When their village was suspected of supporting the Karen National Liberation Army (KNLA), their house was burnt to the ground, and they fled to Thailand to find safety.

Sitting on a small stool, Saw Htoo said his family did not want to go to a third country and wanted to stay in the camp until it is safe to go back to their village.

“The elections will not bring peace to Karen State,” he said. “It will not do anything to help the Karen people. If they try to send us back, we will beg them not to.”

Recent news that elements of the Democratic Karen Buddhist Army (DKBA) had rejected the regime's border guard force order has only confirmed Saw Htoo’s concerns. Reports were entering the camps of heavy artillery fire in Burma, directed at DKBA elements that rejected the order.

“If the SPDC attacks DKBA 907 battalion this week, then we will see all-out fighting up and down the border. It is not going to be safe to return for a long time,” he said.

Around the same time in what was deemed an isolated event, Burmese troops burned a village in northern Karen State close to the KNLA 5th Brigade. According to sources on the border, Burmese troop displaced more than 500 villagers and killed one medic.

A KNU statement said: “SPDC (State Peace and Development Council) troops continue widespread human rights violations against the civilians in Karen State and other Karen areas. This month, the human rights violations by the SPDC troops are on the increase in Papun (Mu-draw), Kawkareik (Doo-pla-ya), Toungoo (Taw-oo), Thaton (Doo-tha-htoo) and Nyaunglaybin (Kler-lwee-htu) Districts.”

The concerns of the international community would not deter Thailand from forcing refugees to return home, said refugees. One Karen refugee said he believed Thailand would do what it wanted in spite of opposition.

“If the Burmese government makes the elections, then this will give Thailand an excuse to send us back,” he said. “They will find ways to break up the groups and pressure us back. They are very clever.”

It would not be the first time Thailand has sent refugees back across the border in the face of international criticism. In 2009, Thai authorities pushed endangered Burmese Muslim Rohingya back out to sea, after they sought safety in Thai waters. In January, more than 4,000 Hmong refugees were sent back to Laos against their will, including 158 UNHCR registered refugees who had been invited by third countries for resettlement.

Also this year, more than 3,000 Karen refugees said they had no choice but to return to Karen State despite their fears of landmines and the DKBA. Many refugees said they could not take any more pressure from Thai security forces who urged them to return home.

Another vulnerable group in the refugee camps is SPDC deserters. One refugee who once held a senior position in the Burmese army said he was terrified that Thailand would send him back.

“In their eyes [the junta], deserting from the army is the worst thing,” he said. “If I was sent back, they would definitely give me a long prison term or the death sentence.

Many refugees saw repatriation as a “death sentence.” one group recalled a refugee who could not take the stress of camp life and returned home. They said he was immediately seized by Burmese intelligence and sentenced to more than 15 years imprisonment.

A local refugee worker recently said that he did not believe the camps would be open in 3 to 5 years, confirming many people's fears.

“We are now referring to this period as the end game,” he said. “If the refugees are empowered to look after themselves then this doesn’t have to be a bad thing, but the danger is funding will leave too quickly. We are already seeing projects being withdrawn.”

One refugee said if they were allowed to go outside the camp and to work in Thailand, it would make their lives much easier, and they would not have to rely on international donors.

“In the camp now, we have no dignity. We exchange our dignity for rations,” said one woman. “But we can only go back when free and fair elections have been held.”

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: จับตาดูประเด็น ไทย-พม่า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Aug 05, 2010 2:46 am

Did Than Shwe Order the Thai Border Closed?
By WAI MOE

The closing of the Thai-Burmese border check point between Mae Sot and Myawaddy since July 17 was directly ordered by junta leader Snr-Gen Than Shwe with political motives in mind, according to military sources.

“He [Than Shwe] ordered to closure of the border intentionally to avoid the Thai Prime Minister’s possible negotiation for more inclusiveness in the coming election,” said a military source who spoke on condition of anonymity. “There is a rumor among military officials in Naypyidaw that the West pressures Thailand to get involved with the junta more proactively on issues such as the election.”

He added if there is not good relations between Napyidaw and Bangkok, Thai Prime Minister Abhisit Vejjajiva could not speak out on Burmese politics during his trip to the neighboring country.


Three days after the border closure by the Burmese junta on July 20, Thai Prime Minister Abhisit canceled his scheduled visit to Burma in August ahead of the Burmese polls later this year. According to Thai government spokesman Panitan Wattanayangorn, the trip was untimely as both leaders were not available due to their demanding schedules.

An official from the Thai Ministry of Foreign Affairs told The Irrawaddy on Wednesday that Abhisit’s trip to Burma has not been rescheduled yet.

The border closure has cost Thailand an estimated US $2.7 million per day.

In fact, the border closure has not only affected border trade between the two countries, but also the pockets of Burmese commanders who profit from the cross-border trade, said the source.

Others said Than Shwe might have had other reasons.

I don't think the junta is concerned about Thailand’s involvement in Burmese politics. Snr-Gen Than Shwe does not care anything about the Thai government as well as Asean [the Association of Southeast Asian Nations,” said Aung Lynn Htut, a former Military Intelligence official who defected to the United States in 2005.

But he added that one reason Than Shwe might have order the closure the border was to shock the Democrat-led government of Thailand.

Actually, he [Than Shwe] does not like the Democrat government in Thailand. In late 1990s, he had problems with the Thai government led by Prime Minister Chuan Leekpai. On the other hand, he is very friendly with Thaksin Shinawatra and Chavalit Yongchaiyudh,” said the former officer.

“He often told us when I served under the regime that he can control Thai politics by using the border business,” he said. “And I think when the Sino-Burmese gas pipeline is finished, he will play Thai politics using Burma’s gas pipeline to Thailand.” According to Thai statistics, 20 percent of Thailand's energy use is imported from Burma.

He said Than Shwe had also ordered the National Defense College, the top military academy in Burma, to organize war games against Thai forces.

Meanwhile, the current closure of border checkpoints along the Moei River since July 17 came amid junta pressure on the Karen cease-fire group, the Democratic Karen Buddhist Army (DKBA), which depends on border crossings and trade for much of its income.

Some reports from Mae Sot suggested that Naypyidaw closed the border in protest against a Thai construction project that affected the flow of the Moei River. In recent days, Thai businessmen and officials have sent trucks full of construction equipment to the Burmese side of the river to build embankment structures to correct the flow of the river current.

Than Shwe's last visit to Thailand was in April 2003 for an Asean meeting on SARS in Bangkok. Thaksin Shinawatra was prime minister and Chavalit Yougchiayudh was deputy prime minister.

According to a report in The New Light of Myanmar at the time, Than Shwe met with Thaksin, Chavalit other other Asean leaders as well as Chinese Premier Wen Jiabao, but the junta head did not meet Thai King Bhumibol Adulyadej.

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ