น้ำโขงแห้งขอด! สื่อแฉจีนกักน้ำใช้ปั่นไฟฟ้า

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

น้ำโขงแห้งขอด! สื่อแฉจีนกักน้ำใช้ปั่นไฟฟ้า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Mon Feb 22, 2010 10:32 am




_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: น้ำโขงแห้งขอด! สื่อแฉจีนกักน้ำใช้ปั่นไฟฟ้า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Mon Feb 22, 2010 10:35 am

น้ำโขงแห้งขอด! สื่อแฉจีนกักน้ำใช้ปั่นไฟฟ้า ไทย-ลาวเดือดร้อนหนักเดินเรือไม่ได้ หวั่นขนยาเล็ดลอด

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 22:31:44 น. มติชนออนไลน์

น.ส.พ.จีนรายงานมณฑลยูนานแล้งสุดรอบ 60 ปี ทำให้ต้องกักน้ำในเขื่อนไว้ปั่นไฟ ส่งผลน้ำโขงแห้งขอด คนริมโขงไทย-ลาวเดือดร้อนหนัก สัญจรทางเรือไม่ได้ กระทบเกษตรกรรม เผยพระธาตุโผล่กลางลำโขงฝั่งลาว "นอภ.-ตร."อำนาจเจริญตั้งด่านตรวจเข้มหวั่นลอบขนยาเสพติดข้ามแดน

สถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดต่ำลงที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ลาวในหลายด้าน โดยเฉพาะ การเดินเรือค้าขาย การอุปโภคบริโภค และการเกษตรกรรม สาเหตุหลักมาสาธารณรัฐประชาชนจีนได้กักเก็บน้ำเอาไว้ในอ่างเหนือเขื่อนขนาดใหญ่ 4 แห่งที่พาดกั้นแม่น้ำโขงในดินแดนของตน และมีแนวโน้มว่าจะไม่ปล่อยน้ำลงมาใต้เขื่อน เนื่องจากเกรงว่าปริมาณน้ำในอ่างจะไม่พอผลิตกระแสไฟฟ้า

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ว่า หนังสือพิมพ์ไชน่าเดลี่ รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า นับตั้งแต่ปลายปี 2552 เกิดความแห้งแล้งในพื้นที่มณฑลยูนนานร้ายแรงที่สุดในรอบ 60 ปี เจ้าหน้าที่บริษัทหัวเหนิงลานชางไฮโดรพาวเวอร์ บริษัทบริหารจัดการเขื่อนบนแม่น้ำโขงทั้ง 4 แห่งระบุว่า ภัยแล้งที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานส่งผลให้ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ ของเขื่อนลดลงและกระทบต่อการผลิตกระแสไฟฟ้า

ขณะที่หนังสือพิมพ์หนานฟ่างเดลี่รายงานเช่นกันว่า ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากเขื่อนบนแม่น้ำโขง 4 แห่งขึ้นอยู่กับระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อน "เสี่ยวหวาน" เขื่อนแห่งนี้ต้องบริหารจัดการระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำเพื่อให้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เพียงพอคือวันละประมาณ 70 กิโลวัตต์ แต่ขณะนี้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลดลงอย่างมาก ทำให้กระแสไฟฟ้าในยูนนานลดลง

ทั้งนี้ เขื่อนเสี่ยวหวานมีขนาดใหญ่ที่สุด เป็นเขื่อนที่ตั้งอยู่ทางตอนบนสุดของแม่น้ำโขงในจีน ถัดมา ได้แก่ เขื่อนมันวานผลิตไฟ 1,500 เมกะวัตต์ เขื่อนต้าเฉาชาน 1,350 เมกะวัตต์ และเขื่อนจิงหง1,500 เมกะวัตต์ ปริมาณความจุอ่างเก็บน้ำของเขื่อนทั้ง 4 แห่ง รวม 17,603 ล้านลูกบาศก์เมตร

ทางด้านนายมิติ ยาประสิทธิ์ ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์เชียงแสน เปิดเผยว่า ทหารเรือบอกว่าระดับน้ำโขงลดลงมากกว่าปี 2540 ซึ่งตอนนั้นจีนปิดเขื่อนแห่งแรก มีผลให้บ่อน้ำบาดาลแห้งไปด้วย แม้กระทั่งน้ำประปาเองก็เริ่มมีปัญหา ช่วงนี้ไม่มีการปล่อยน้ำมาเลย เพราะเรือขนสินค้าจากจีนจอดอยู่ที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงรายหลายวันแล้ว แต่มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นคือมีพระธาตุเก่าแก่โผล่ขึ้นกลางแม่น้ำโขงในฝั่งลาวที่เกาะดอนแท่น ตรงนั้นเป็นวัดเก่า มีพระพุทธรูปเก่าแก่อยู่ และทางการลาวกำลังสำรวจอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ว่า ปริมาณน้ำที่ลดลงในแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบต่อการจราจรทางน้ำอย่างหนัก ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากเดือดร้อน หลายชุมชนมีเพียงเส้นทางเรือเท่านั้นที่เข้าถึงหมู่บ้าน ขณะนี้เรือโดยสารและเรือขนส่งสินค้าต่างจอดสนิท การขนส่งทางเรือระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์ และเมืองปากลาย แขวงไชยบุรี ต้องหยุดลง ขณะที่แม่น้ำสาขาที่ไหลลงแม่น้ำโขงต่างแห้งเช่นกัน ส่งผลกระทบต่อการทำการเกษตรอย่างหนัก

ด้านนายนิรันดร์ บุญสิงห์ หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (หน.ปภ.) จ.อำนาจเจริญ เปิดเผยว่า ปีนี้จะแล้งหนักกว่าปีที่ผ่านๆ มา เพราะขณะนี้ในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มนำใช้กันแล้ว ที่สำคัญในช่วงนี้แม่น้ำโขงแห้งขอดลงมาก โดยเฉพาะในเขตบ้านคันสูง ต.โคกสาร อ.ชานุมาน ระดับลดลงต่ำมากจนเดินข้ามไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน(ลาว) ขณะเดียวกันมีประชาชนไปทอดแหตกปลา และยังมีเด็กๆ นักเรียนลงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวไปชมความงามของแก่งหินต่างๆ วันละจำนวนมาก

"ทางอำเภอและทางตำรวจตั้งด่านเฉพาะกิจตรวจเข้ม เพราะเกรงจะมีการขนย้ายยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังฝั่งไทย" นายนิรันดร์กล่าว

นายบุญสนอง บุญมี ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ทางจังหวัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเร่งให้ผู้รับผิดชอบออกสำรวจภาชนะเก็บกักน้ำตามหมู่บ้านต่างๆ ทุกหมู่บ้าน โดยเฉพาะหมู่บ้านที่ประสบภัยแล้งซ้ำซาก คาดว่าทางจังหวัดจะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติในเร็วๆ นี้

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: น้ำโขงแห้งขอด! สื่อแฉจีนกักน้ำใช้ปั่นไฟฟ้า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Feb 24, 2010 9:27 am




วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 20:19:49 น. มติชนออนไลน์

ซัด"จีน"กักแม่น้ำโขง ท้าเปิดปท.ให้ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกตรวจสอบเขื่อน จี้รบ.ไทยออกโรงเจรจา

ส.ส.-ส.ว.อัดจีนกักน้ำโขง แนะ"มาร์ค-บัวแก้ว"ออกโรงเป็นผู้นำเพื่อนบ้านเร่งเจรจา เชื่อปท.ท้ายน้ำร่วม "ไกรศักดิ์"เตรียมส่ง จ.ม.จี้นายกฯแสดงท่าที

นายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา และประธานอนุกรรมการศึกษาและตรวจสอบการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึงสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงลดน้อยลงอย่างมากจนอยู่ในขั้นวิกฤตว่า เป็นผลพวงของประเทศใหญ่รังแกประเทศเล็ก โดยยึดถือเอาอาณาเขตตัวเองเป็นหลักและไม่สนใจประเทศท้ายน้ำ กลายเป็นปัญหาเดือดร้อนกันทั่วไป ประเทศท้ายน้ำทั้ง 5 ต่างตั้งคำถามกับสาธารณรัฐประชาชนจีน หากจีนบริสุทธิ์ใจควรเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเข้าไปตรวจสอบเขื่อนต่างๆ เพื่อดูการเปิด-ปิดน้ำว่ามีผลต่อลำน้ำโขงอย่างไรเพราะเป็นชะตากรรมของประเทศท้ายน้ำซึ่งจีนไม่สนใจไม่ได้

นายประสารกล่าวว่า รัฐบาลไทยควรแสดงออกอย่างเป็นทางการเพื่อให้การอยู่ร่วมกันในภูมิเอเชียเป็นไปอย่างสงบสุข โดยต้องคำนึงถึงอกเขาอกเรา หากรัฐบาลไทยส่งเสียงขึ้นมาก่อนเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากประเทศท้ายน้ำอื่นๆ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศควรสื่อสารกับรัฐบาลจีนให้ใส่ใจผลกระทบต่อความลำบากประเทศท้ายน้ำ เรื่องนี้ควรเจรจาเพื่อให้จีนเข้าใจและยอมรับความเป็นจริง จีนควรใจกว้าง ไม่ใช่ถือความเป็นประเทศใหญ่เป็นตัวตั้ง

นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า วันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ จะให้นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการเพื่อวิเคราะห์ความเป็นจริงเรื่องเขื่อนจีนสร้างปัญหามากให้กับประชาชนท้ายน้ำนับล้านๆ คน ไทยเคยเตือนมานับสิบปีแล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แต่จีนไม่ยอมฟังประเทศเพื่อนบ้าน และไม่ยอมเข้ามาเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) ทำให้ไม่มีเวทีพูดคุยกัน และหลายประเทศต่างรู้สึกเกรงใจจีนเพราะเห็นเป็นพี่ใหญ่

"หลังจากประชุมแล้ว เราจะจดหมายถึงรัฐบาล เพื่อเสนอแนะในเรื่องนี้ ผมคิดว่าเมื่อไทยเดือดร้อนมากขนาดนี้ ไทยน่าจะเป็นผู้นำในการออกมาพูดจากับจีน" นายไกรศักดิ์กล่าว และว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านั้น จีนควรเร่งปล่อยน้ำออกมา

นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ (ประเทศไทย) กล่าวถึงกรณีนักวิชาการและกรมทรัพยากรน้ำชี้แจงแม่น้ำโขงแห้งไม่ได้เกิดจากสาเหตุที่จีนปิดเขื่อนกั้นน้ำ แต่เป็นเพราะปัญหาโลกร้อนว่า ปีนี้น้ำในแม่น้ำโขงลดลงมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ชาวบ้านและเครือข่ายพบข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในจีนเพิ่งสร้างเขื่อนเศรษฐกิจแห่งใหม่ที่ใหญ่กว่าทุกเขื่อนที่สร้างมา ชื่อเขื่อน เสี้ยวหวาน จุน้ำประมาณ 14,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เหตุการณ์โขงแห้งนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2537 เมื่อจีนสร้างเขื่อนแห่งแรกเสร็จ แต่มีขนาดเล็กกว่านี้หลายเท่า จะปล่อยน้ำลงมาก็ต่อเมื่อผลิตไฟฟ้าเท่านั้น ฉะนั้น ภาวะโลกร้อนจึงไม่น่าจะมีผลกระทบต่อน้ำในแม่น้ำโขงที่หายไปขนาดนี้ ทราบว่าเอ็มอาร์ซีกำลังจะประชุมหาทางไม่ให้จีนกักเก็บน้ำให้เต็มเขื่อนใน 1 ปี หรือ 2 ปี แต่ควรทยอยกักเก็บน้ำ อีกทั้งรัฐบาลควรเจรจากับจีนเพื่อไม่ให้ปิดเขื่อนเด็ดขาด

นายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ยังไม่ควรกล่าวหาจีนว่าไม่ยอมปล่อยน้ำออกจากเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง เพราะจากข้อมูลเรื่องระดับน้ำในแม่น้ำโขงตามสถานีต่างๆ ที่ไทยมีอยู่ในขณะนี้ เปรียบเทียบกับทุกปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาใกล้ๆ กัน ถือว่ายังไม่แตกต่างกันมากนัก ถ้าเปรียบเทียบแม่น้ำโขงทั้งสาย คือ 100% มาจากประเทศไทย 18% ลาว 35% พม่า 2% เขมร 18% เวียดนาม 11% และจากจีน 16% เส้นทางการไหลผ่านหลายพื้นที่มาก แต่ละพื้นที่มีระบบการจัดการน้ำของตัวเอง ดังนั้นการจะไปบอกว่าน้ำในแม่น้ำโขงลดระดับลงในขณะนี้เป็นเพราะจีนปิดเขื่อน จึงยังไม่ชัดเจน
"ผมให้เจ้าหน้าที่ค้นข้อมูลระดับน้ำในแม่น้ำโขงบริเวณ อ.เชียง จ.เชียงราย ตั้งแต่ปี 2505 สมัยที่แม่น้ำโขงยังไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆ และไม่มีเขื่อนกั้นน้ำ จนถึงวันนี้ คือวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 พบว่า ระดับน้ำในปัจจุบันต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยก็จริง แต่ก็ยังสูงกว่าระดับน้ำต่ำสุดที่เราเคยบันทึกเอาไว้อย่างเป็นทางการ" นายเกษมสันต์กล่าว และว่า ปัจจัยที่ทำให้ระดับน้ำลดลงมากกว่าปกติมาจากหลายเรื่อง เช่น ปีนี้ปริมาณน้ำฝนจะน้อยกว่าปีที่ผ่านมาถึง 6% น้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ถูกใช้ทำการเกษตรมากกว่า 60% เป็นต้น

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: น้ำโขงแห้งขอด! สื่อแฉจีนกักน้ำใช้ปั่นไฟฟ้า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Feb 24, 2010 9:58 am

พบพระธาตุโบราณ กลางน้ำโขง ไทย-ลาวแห่สักการะ



อัศจรรย์ พบพระธาตุโบราณ โผล่ขึ้นกลางลำน้ำโขง ชาวไทย - ลาว แห่กราบไหว้บูชาเนืองแน่น นักวิชาการเชื่ออายุมากว่า 600 - 700 ปี สมัยเชียงแสน ...

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 23 ก.พ. 2553 ได้มีชาวบ้านทั้งฝั่งไทยและฝั่งประเทศลาว ได้นั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง ไปยังเกาะทรายกลางแม่น้ำโขง ในเขตบ้านดอนสวรรค์ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ประเทศ สปป.ลาว ตรงข้ามกับ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย หลังจากมีข่าวแพร่สะพัดออกไปว่า มีการพบซากพระธาตุโบราณ โผล่ขึ้นมาเหนือเกาะทราย จนที่สุด ทางชาวบ้านดอนสวรรค์ได้ทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญขึ้น

ผู้สื่อข่าว จึงได้เดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นเกาะทรายขนาดใหญ่อยู่ห่างจากฝั่งประเทศลาว ประมาณ 100 เมตร พบว่ามีการกางเต็นท์ มีชาวบ้านทำการขุดกลางเกาะทรายเป็นบริเวณกว้าง มีผู้คนที่สนใจเดินทางมาดูการขุดจำนวนมาก

นายคำเผย วรจักร ผู้ใหญ่บ้าน บ้านดอนสวรรค์ ได้เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 52 ได้พบพระธาตุโผล่กลางเกาะทราย จึงได้แจ้งให้ทางการเมืองต้นผึ้งทราย ประเทศลาวได้รับทราบ จากนั้นได้มีการประสานกับบริษัทงิ้วคำ นำรถเครนจำนวน 2 คัน พร้อมรถแม็คโคร มาทำการขุดและดึงพระธาตุขึ้น พบว่าเป็นส่วนของกลางองค์พระธาตุขนาดใหญ่ สูงประมาณ 3 เมตร ฐานพระประธานโบราณกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร บริเวณใกล้เคียงยังพบซากต้นไม้ขนาดใหญ่จมอยู่ในกองทราย และพระบูชาสิงห์หนึ่ง 1 องค์หน้าตัก 9 นิ้ว สิงห์สอง 1 องค์ หน้าตัก 5 นิ้ว สิงห์สาม 6 องค์ หน้าตัก 5 นิ้ว และพระปรกโพธิ์ ซึ่งเป็นพระเครื่องอีก จำนวน 15 องค์

จากนั้นทางคณะกรรมการหมู่บ้านดอนสวรรค์ได้ใช้รถเครน ยกเอาพระธาตุ กับต้นไม้ขนาดใหญ่ไปเก็บรักษาไว้ที่วัดดอนสวรรค์ โดยมีชาวบ้านทั้งฝั่งไทยและประเทศลาว แห่กันติดตามไปกราบไหว้ที่วัดดอนสวรรค์ จนเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ส่วนบริเวณที่ขุดพบพระธาตุมีการตั้งเต็นท์รับบริจาค และทำการขุดค้นต่อไป เพราะเชื่อว่าอีกน่าจะพบพระพุทธรูปองค์ใหญ่ หรือพระประธานก็เป็นได้

นายนิกร เหล่าวานิช ประธานชมรมรักษ์เชียงแสน ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับประวัติพระของเชียงแสน ได้เปิดเผยว่าจากรูปลักษณ์ที่ขุดพบในครั้งนี้ น่าจะเป็นพระสมัยเชียงแสนมีอายุประมาณ 600 - 700 ปี โดยไม่ใช่ฝีมือช่างหลวง และบริเวณดังกล่าวน่าจะเป็นวัดพระแก้ว ในสมัยอดีตกาล ส่วนองค์พระธาตุที่ขุดพบมีลักษณะคล้ายองค์พระธาตุวัดกู่เต้า ที่ตั้งอยู่ในเขตตำบลโยนก อ.เชียงแสน

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: น้ำโขงแห้งขอด! สื่อแฉจีนกักน้ำใช้ปั่นไฟฟ้า

ตั้งหัวข้อ  eye in the sky on Wed Feb 24, 2010 4:06 pm

http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9530000025793

ทุนจีนหนุนเขมรผลิตข้าวส่งออก ให้กู้ $300 ล้านจัดน้ำเข้านา

23 กุมภาพันธ์ 2553 06:09 น.


ภาพถ่ายวันที่ 25 พ.ย.2552 ถ่ายจากรถัสโดยสาร จะเห็นผืนนาใน จ.แก๊บ (Kep) กว้างไกลสุดสายตา ขณะที่ชาวนา
เริ่มเก็บเกี่ยวข้าวนาปี ที่นี่อยู่ห่างจากจากชายแดนเวียดนามเพียง 20 กม.เศษ กัมพูชายังมีพื้นที่สำหรับปลูกข้าวอีกมากมาย
รอเพียงระบบชลประทานที่ทันสมัย ประเทศนี้ประกาศจะเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่เทียมบ่าประเทศเพื่อนบ้านภายในปี 2558 นี้

ผู้จัดการ360องศารายสัปดาห์—ด้วยเงินกู้จากจีนกับเงินกู้จากแหล่งอื่นอีก จำนวนหนึ่งรวมประมาณ 300 ล้านดอลลาร์
กัมพูชากำลังจะสร้างขยายระบบชลประทานอย่างกว้างขวาง เพื่อให้ครอบคลุม 70% ของผืนนาใน 2 ปีข้างหน้านี้
ซึ่งจะช่วยให้ผลิตข้าวได้มากขึ้นอีกหลายเท่า และ หมายถึงส่งออกได้มากขึ้นด้วย


นายกรัฐมนตรีกัมพูชาฮุนเซนประกาศเรื่องนี้ในสัปดาห์ต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ระหว่างทำพิธีเปิดใช้ระบบชลประทานโครงการหนึ่ง
ใน จ.พระตะบอง จังหวัดใหญ่อันดับ 2 ซึ่งเป็นเขตอู่ข้าวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศ

"เรากำลังจะเปลี่ยนสนามรบในอดีต ให้เป็นแหล่งเพาะปลูกอันกว้างขวาง" ฮุนเซนประกาศผ่านสถานีโทรทัศน์กัมพูชา (TVK)
ที่รับชมได้ในกรุงเทพฯ โดยจานดาวเทียม

ตามตัวเลขของกระทรวงเกษตรกัมพูชา ปัจจุบันทั้งประเทศมีพื้นที่นาข้าว 2.6 ล้านเฮกตาร์ (1 เฮกตาร์= 6.25 ไร่)
รัฐบาลจะเพิ่มให้เป็น 3 ล้านเฮกตาร์ภายในปี 2558 การชลประทานที่ทั่วถึง จะทำให้เพิ่มผลิตจาก 2.6 ตัน (ข้าวเปลือก)
ให้เป็น 3 ตันต่อเฮกตาร์ได้ และหากเป็นไปตามนี้ กัมพูชาก็จะผลิตข้าวได้ 12.25 ล้านตันต่อปี

"มีพื้นที่เพาะปลูกมากขึ้น ได้ผลผลิตต่อเฮกตาร์มากขึ้น และทำนาสองฤดู วันนั้นกัมพูชาจะผลิตข้าวได้ถึง 15 ล้านตันต่อปี"
ดร.จัน สะรุน รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรกล่าวผ่าน TVK ในงานเดียวกัน

รัฐมนตรีผู้นี้กล่าวอีกว่า รัฐบาลกำลังหาทางขยายพื้นที่การเกษตรอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตสมรภูมิเก่า
ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับทางตะวันตกของประเทศ โดยไม่ต้องรอให้เก็บกู้ระเบิดแล้วเสร็จเสียก่อน

ส่วนพื้นที่รอบๆ ทะเลสาบใหญ่ (Tonle Sap) ยังขยายพื้นที่นาข้าวได้อีกราว 800,000 เฮกตาร์
บริเวณนี้ผืนดินอุดมที่สุดให้ผลผลิตสูงสุด

การสร้างถนนหนทางและขยายระบบชลประทานอย่างกว้างขวางในช่วงหลายปีมานี้ เป็นผลงานสำคัญที่ทำให้ชาวกัมพูชา
เลือกพรรครัฐบาลเข้ารัฐสภาจนได้เสียงข้างมากอันเด็ดขาดในการเลือกตั้งปี 2551

นโยบายเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ เป็นที่ประทับใจของผู้คนในเขตชนบาท ซึ่งเกือบร้อยละ 90 ประกอบอาชีพเป็นชาวนา
และเกษตรกรแขนงต่างๆ

นโยบายเพิ่มผลผลิตข้าวของกัมพูชา ไม่เพียงแต่สร้างความสนใจให้แก่จีนเท่านั้น รัฐบาลคูเวตกับกาตาร์
ซึ่งเป็นเศรษฐีน้ำมันในตะวันออกกลาง ได้ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าออกกัมพูชาหลายครั้งไม่กี่ปีมานี้
ศึกษาโอกาสในการลงทุนผลิตข้าว


ปี 2551 รัฐบาลคูเวตได้เงินกู้กัมพูชา 546 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างระบบชลประทาน กับเขื่อนเอนกประสงค์อีก 1 แห่ง
และทำถนนเข้าสู่ผืนนา ใน จ.กัมปงจาม และ พระตะบอง คูเวตยังมีแผนจะเข้าลงทุนอีกราว 200 ล้านดอลลาร์
ปลูกข้าวในกัมพูชาโดยตรง หนังสือพิมพ์ของคูเวตรายงานปลายปีที่แล้ว


ในเดือน ธ.ค.2552 กัมพูชาได้เซ็นสัญญาเงินกู้กับจีนรวม 850 ล้านดอลลาร์ นับเป็นเงินกู้ก้อนใหญ่ที่สุด
ตั้งแต่เคยได้รับความช่วยเหลือ ในปัจจุบันจีนยังเป็นผู้ลงทุนมากที่สุดในกัมพูชา และเป็นประเทศผู้บริจาครายใหญ่ที่สุด

นอกจากนั้นจีนยังให้คำมั่นจะขยายวงเงินกู้ เพื่อช่วยกัมพูชาพัฒนาการเกษตรต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อสร้าง
ระบบชลประทานในเขตอู่ข้าวรอบๆ กรุงพนมเปญ คือ เปรย์แวง (Prey Veng) กับ จ.โพธิสัตว์ (Pursat) และ
จ.อุดรมีชัย (Oddor Meanchey) ทางตอนเหนือ


นายเกียตชนรองนายกฯ และ รัฐมนตีกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังกล่าวว่า ยังมีญี่ปุ่นกับเกาหลีอีก 2 แรง
ที่ให้เงินกู้ช่วยกัมพูชาพัฒนาการเกษตรและการผลิตข้าวส่งออก

ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีเกษตรกัมพูชาเคยประกาศจะขึ้นเป็นผู้ส่งออกข้าว รายใหญ่ของโลกในปี 2558
เทียมไหล่กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ส่งออกข้าวเบอร์หนึ่งของโลก
และ เวียดนามอันดับ 2

แต่นายสะรุนกล่าวว่า ถึงแม้จะยังไม่สามารถเป็นผู้ส่งออกลำดับต้นๆ ได้ ในปี 2558 กัมพูชาก็จะมีข้าวส่งออกอย่างเหลือเฟือ
ซึ่งก่อนหน้านั้นเคยตั้งเป้าไว้ที่ 8 ล้านตัน เป็นรองเพียงประเทศไทยเท่านั้น

อย่างไรก็ตามรายงานของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ระบุว่า ปี 2550 กัมพูชาส่งออกข้าว 450,000 ตันเป็นอันดับที่ 9 ของโลก
ปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น 500,000 ตันในปี 2551

ปีการผลิต 2552-2553 นี้ กัมพูชาผลิตข้าวได้ 7.286 ล้นตัน ซึ่งจะทำให้มีข้าวเหลือบริโภคภายในและส่งออกได้ 3.1 ล้านตัน
ยังห่างไทยกับเวียดนามอีกหลายชั้น.

http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9530000026568

น้ำโขงแห้งเร็วเวียงจันทน์ขาดน้ำหนักประปาหยดติ๋ง
24 กุมภาพันธ์ 2553 13:04 น.


ภาพจาก "เวียงจันทน์ใหม่" สัปดาห์ที่แล้ว น้ำในลำน้ำโขงลดระดับลงรวดเร็วมาก ทำให้ต้องขุดคลองในลำน้ำ
ให้น้ำไหลเข้าถึงเครื่องสูบน้ำของรัฐวิสาหกิจประปาลาว สื่อของทางการกล่าวว่าสัปดาห์นี้ที่สถานีสูบน้ำอีกแห่งหนึ่ง
จะต้องนำเครื่องสูบน้ำติดตั้งบนแพหรือเรือบาร์จ นำออกไปลอยลำกลางลำน้ำโขงที่มีความลึกพอ สามารถสูบน้ำดิบขึ้นมาทำประปาได้
การขาดแคลนอาจจะบรรเทาลงในสัปดาห์นี้


ASTVผู้จัดการรายวัน—เมืองหลวงของลาวได้รับผลกระทบจากการน้ำในลำน้ำโขงลด ที่ลงเร็วอย่างผิดปกติในปีนี้
ซึ่งทำให้รัฐวิสาหกิจประปาไม่สามารถสูบน้ำดิบ เพื่อนำไปผลิตน้ำสนองความต้องการของครัวเรือนต่างๆ
แลและทั่วทั้งสังคมให้เพียงพอเช่นในยามปกติได้ ต้องใช้รถขุดดินโกยทรายออกเป็นร่องให้น้ำเข้าถึงฝั่ง
เพื่อให้เครื่องจักรสูบน้ำดิบไปใช้ได้


วิกฤติน้ำในลำน้ำโผลกระทบต่อ ข้าวนาปรังของเกษตรกรอีกนับหมื่นเฮกตาร์ เนื่องขากไม่สามารถสูบน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานได้
สำนักข่าวของทางการกล่าว

ในบางย่านของเมืองหลวง เจ้าหน้าที่ต้องนำเครื่องสูบน้ำออกติดตั้งบนแพหรือเรือบาร์จ ลอยลำออกไปกลางแม่น้ำโขง
ที่มีน้ำพอสูบขึ้นไปผลิตประปาได้ นับเป็นวิกฤติการณ์ เกี่ยวกับธรรมชาติที่ส่งผลกระทบอย่างสำคัญอีกครั้งหนึ่ง
ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองหลวง

นายคำเผย วงสาคำผุย รองผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจน้ำประปาลาวกล่าวกับ ขปล.ว่า สถานีประปาบ้านจินายโม้
ประสบปัญหาระดับน้ำในแม่น้ำโขงแห้งลงอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถ นำน้ำดิบ ขึ้นไปผลิตน้ำประปาได้ แต่ กำลังเร่งแก้ไขปัญหา
และเชื่อว่าจะสามารถสนองน้ำได้อย่างเพียงพอในสัปดาห์ นี้

รัฐวิสาหกิจน้ำประปาลาวต้องใช้รถขุดดินลงไปโกยทรายในลำน้ำโขงออกเป็น ร่องลึกเปิดทาง ให้น้ำไหลข้าไปยังโรงจักรสูบน้ำ
สำหรับโรงกรองน้ำจินายโม้ได้ตามปกติแล้ว ในวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา

ไกลออกไปที่จุดสูบน้ำบ้านเก้าเลี้ยว ในสัปดาห์นี้วิสาหกิจประปาฯ
จะเช่าเรือแพหรือเรือบาร์จของกรมชลประทานไปติดตั้งเครื่องสูบน้ำ
ลอยลำยังกลางลำน้ำที่มีระดับน้ำลึกพอ สูบขึ้นไปใช้ได้ภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำได้ นายคำเผยกล่าว

นายอานุพาบ ตุตาลม รองเจ้าครองนครเวียงจันทน์ได้รุดไปตรวจยังแหล่งสูบน้ำ และได้รับทราบปัญหากับการแก้ไขแล้ว
เชื่อว่าจะสนองน้ำประปาในเมืองหลวงได้ตามปกติเร็วๆ นี้ แต่เจ้าหน้าที่รายงานว่าน้ำในแม่น้ำโขงช่วงที่ไหลผ่านนครเวียงจันทน์นั้น
ยังคงลดระดับลงอย่างต่อเนื่องวันละ 5-6 เซนติเมตร ขณะที่กำลังย่างเข้าฤดูร้อน


ภาพถ่ายจากรถโดยสารวันที่ 19 ก.ย.2552 เครื่องจักรเครื่องกลกำลังปรับภูมิทัศน์บริเวณสนามหลวง
เบื้องหลังเป็นถังน้ำประปาของรัฐวิสาหกิจประปาลาวที่ตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณสภาแห่งชาติกับวัดพระธาตุหลวง
สัปดาห์ที่แล้วเวียงจันทน์มีถังประปาใหม่อีกถังหนึ่งพร้อมระบบประปาที่ทันสมัยยิ่งกว่าเดิม จะสามารถสนองน้ำเพียงพอสำหรับ
20,000 ครัวเรือน สื่อของทางการกล่าว



ภาพถ่ายจากรถโดยสารวันที่ 19 ก.ย.2552 ราษฎรชาวลาวกำลังขับรถจักรยานยนต์ผ่านนาข้าว ที่ข้าวนาปีกำลังเขียวชะอุ่ม
ในท้องนาริมถนนสายท่านาแล้ง ในเขตเมือง (อำเภอ) หาดทรายฟอง นครเวียงจันทน์ น้ำในลำน้ำโขงที่ลดลงอย่างรวดเร็ว
ทำให้ไม่สามารถสูบเข้าสู่ระบบชลประทานได้ กำลังส่งผลกระทบต่อข้าวนาแซง (นาปรัง) นับหมื่นๆ ไร่ในเขตรอบนอกเมืองหลวง

ระดับที่ลดลงอย่างรวดเร็วนี้ยังส่งผลกระทบถึงข่าวนาแซง (นาปรัง) ในเขตรอบๆ เมืองหลวง ที่ปักดำแล้วเสร็จ
และส่งผลกดระทบต่อพืชผลทางเศรษฐกิจชนิดอื่นๆ ที่เกษตรกรปลูกในช่วงฤดูแล้ง รวมเป็นเนื้อที่กว่า 10,000 เฮกตาร์ (62,500 ไร่)

โรงสูบน้ำ ของกรมชลประทาน ในหลายจุด ไม่สามารถสูบน้ำจาก ลำน้ำโขง เข้าสู่ระบบได้ตามปกติ และ อาจจะต้องทำแบบเดียวกัน
กับรัฐวิสาหกิจน้ำประปาลาว เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตร ขปล.กล่าว

ทางการลาวกำลังเร่งแก้ไขปัญหาน้ำประปาในเขตเมืองหลวง เพื่อสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น เรื่อยๆ ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ
การพัฒนาระบบประปาเฟสที่ 2 เพิ่งจะแล้วเสร็จสมบูรณ์และนำเข้าใช้การได้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจะสนองน้ำอย่างเพียงพอ
สำหรับ 20,000 ครัวเรือน สำนักงานและธุรกิจต่างๆ ในนครเวียงจันทน์

การพัฒนาระบบประปาเฟสที่ 2 ได้รับการช่วยเหลือจากองค์การเพื่อการพัฒนาแห่งฝรั่งเศส "อาร์แอฟเด"
(Agence Francais de Developpement) เป็นมูลค่า 5.5 ล้านยูโร (หรือ 66.4 พันล้านกีบ) รัฐบาลลาวนำเงินงบประมาณเข้าสมทบอีก
รวมเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 83,000 ล้านกีบ ขปล.กล่าว


ภาพแฟ้มรอยเตอร์วันที่ 16 ส.ค.2551 เจ้าของร้านอาหารริมโขงในเมืองหลวงของลาว กำลังเก็บข้าวของออกจากร้าน
ที่น้ำในแม่น้ำไหลบ่าขึ้นท่วม นั่นคือช่วงเดือนที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเอ่อขึ้นสูงสุดในรอบ 40 ปี แต่ในขณะนี้น้ำในลำน้ำสายเดียวกัน
กำลังลดระดับลงอย่างรวดเร็วมาก ส่งผลกระทบต่อระบบน้ำประปาและน้ำชลประทานสำหรับนาข้าว

ระบบประปาใหม่ นี้ รวมถึงการาสร้างแท็งก์เก็บน้ำแห่งใหม่ สถานีสูบน้ำอีกหลายแห่ง และการวางท่อ
ซึ่งในปัจจุบันเวียงจันทน์มีระบบท่อประปารวมกันยาวประมาณ 105 กิโลเมตร

พิธีรับมอบโครงการจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนายสมมาด พนเสนา รัฐมนตีกระทรวงโยธาและขนส่ง
กับเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำลาว ร่วมเป็นสักขีพยานขลป.กล่าว

องค์การอนุรักษ์สภาพแวดล้อมกล่าวว่า การสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำโขงส่วนที่อยู่ในประเทศจีนได้ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำ
ช่วงที่ไหลผ่านดินแดนพม่า ไทยและลาว ลดลงทุกปี สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสภาพแวดล้อมตามลำน้ำ
ที่อยู่ใต้ลงไปและส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนหลายล้านคนในอนุภูมิภาค

อย่างไรก็ตามกำลังจะมีการสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำโขงเพื่อผลิตไฟฟ้าอีก 7-8 โครงการ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในดินแดนของลาว
อีกจำนวนหนึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างไทยและลาวที่จะสร้างกั้นลำน้ำส่วนที่ เป็นพรมแดน ธรรมชาติระหว่างสองประเทศ.

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000026629

“แม่น้ำมูล”ศรีสะเกษวิกฤตแห้งขอด – พื้นทรายโผล่เป็นทางยาว


24 กุมภาพันธ์ 2553 13:54 น.

ศรีสะเกษ –แม่น้ำมูลไหลผ่านจ.ศรีสะเกษวิกฤตแห้งขอด พื้นทรายโผล่เป็นทางยาว
พ่อค้าแม่ค้าสร้างแพเปิดร้านขายอาหารเครื่องดื่มกลางแม่น้ำ เผยส่งผลกระทบเริ่มประสบปัญหา
ขาดแคลนน้ำดิบใช้ผลิตน้ำประปาให้บริการประชาชนอย่างพอเพียง

วันนี้ ( 24 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่สะพานบ้านแก้ง ต.กุดเมืองฮาม อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบริเวณที่
แม่น้ำมูลไหลผ่าน ปรากฏว่า ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำมูลได้แห้งขอดจนสามารถมองเห็นพื้นทรายกลางแม่น้ำมูลเป็นทางยาว
ซึ่งบรรดาพ่อค้าแม่ค้าได้พากันมาสร้างแพเปิดร้านค้าจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มกลางแม่น้ำมูล
ที่มีปริมาณน้ำไหลผ่านเพียงเล็กน้อย ขณะที่ประชาชนชาวศรีสะเกษและนักท่องเที่ยว
ได้พากันมาเล่นน้ำในแม่น้ำมูลที่แห้งขอดเพื่อคลายร้อน

จากการที่แม่น้ำมูลเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงคนอีสาน รวมทั้งชาวศรีสะเกษประสบภัยแล้งจนแห้งขอด ดังกล่าว
ได้ส่งผลกระทบต่อน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้เนื่องจากเริ่มขาดแคลนน้ำดิบที่ใช้ในการผลิตน้ำประปา ประกอบกับประชาชนมีความต้องการใช้น้ำ
เพื่อการอุปโภคบริโภคเพิ่มมากขึ้นในหน้าแล้ง อีกทั้งหลายหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ต้องนำน้ำประปาไปแจกจ่ายช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ต่างๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ขณะนี้ จ.ศรีสะเกษ ได้มีการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งจังหวัดศรีสะเกษขึ้น โดย นายระพี ผ่องบุพกิจ
ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษได้สั่งการให้ทุกอำเภอได้สำรวจเขตพื้นที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิด
ซึ่งหากพบพื้นที่ใดประชาชนประสบปัญหาภัยแล้งขาดแคลนน้ำให้รีบเข้าไปดำเนินการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที


สภาพแม่น้ำมูลไหลผ่านบ้านแก้ง ต.กุดเมืองฮาม อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ
แห้งขอดพื้นทรายโผล่เป็นทางยาวพ่อค้าแม่ค้าสร้างแพเปิดร้านขายอาหารเครื่องดื่มกลางแม่น้ำ วันนี้ (24ก.พ.)











avatar
eye in the sky

จำนวนข้อความ : 141
Registration date : 18/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: น้ำโขงแห้งขอด! สื่อแฉจีนกักน้ำใช้ปั่นไฟฟ้า

ตั้งหัวข้อ  eye in the sky on Wed Feb 24, 2010 5:41 pm

"That's Impossible!" (2009)



http://khunnamob.globat.com/backup/khunnamob/www.khunnamob.info/board/show.php-Category=khunnamob&No=634&forum=6&page=75&PHPSESSID=5df051bc51e3404a3b6bdcb9f62a03ba.htm

http://www.ryt9.com/s/iq02/642830

เกาหลีใต้ประท้วงเกาหลีเหนือกรณีปล่อยน้ำจากเขื่อนจนล้นทะลักแม่น้ำอิมจิน

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 7 กันยายน 2552 11:12:41 น.

เกาหลีใต้ได้เรียกร้องให้เกาหลีเหนือวางแผนการใหม่สำหรับการปล่อยน้ำออกจากเขื่อน รวมทั้งขอคำอธิบาย
หลังจากที่เกิดเหตุการปล่อยน้ำจากเขื่อนในเกาหลีเหนือจนน้ำในแม่น้ำล้นทะลักแม่น้ำอิมจิน
ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายแดนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้พัดชาวเกาหลีใต้ที่ตั้งแคมป์อยู่บริเวณปลายน้ำสูญหายไป 6 คน
ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเด็ก ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายร้อยคนได้ลงพื้นที่เพื่อค้นหาผู้ประสบเคราะห์ดังกล่าวแล้ว
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ชุน แฮ ซุง โฆษกกระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้เปิดเผยว่า กระทรวงได้ติดต่อไปยังเกาหลีเหนือ
เพื่อแสดงให้เห็นว่า เกาหลีใต้เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้เกาหลีเหนือแจ้งเกาหลีใต้ล่วงหน้า
หากทางเกาหลีเหนือจะปล่อยน้ำออกจากเขื่อนอีก

เหตุการณ์ครั้งนี้ก่อให้เกิดความขุ่นเคืองในเกาหลีใต้เป็นอย่างยิ่ง นสพ.ดองเอ อิลโบ ได้เขียนในบทบรรณาธิการว่า
เกาหลีเหนือควรจะรู้ว่าชาวประมงและชาวเกาหลีใต้จำนวนมากมักจะมารวมตัวกัน อยู่ที่แม่น้ำอิมจินในช่วงเช้าวันอาทิตย์
ที่อากาศสดใสที่ผ่านมา เกาหลีเหนือเคยปล่อยน้ำออกจากเขื่อนซึ่งตั้งอยู่ต้นน้ำโดยไม่แจ้งล่วงหน้า สร้างความเสียหาย
ให้กับฟาร์มปลาในเกาหลีใต้ แต่เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นครั้งแรกที่มีผู้สูญหายเกิดขึ้น

--อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย สุนิตา พรรณรักษา/ปนัยดา โทร.0-2253-5050 ต่อ 323 อีเมล์: panaiyada@infoquest.co.th--

โสมขาวชี้โสมแดงจงใจปล่อยน้ำจากเขื่อน

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2552

คมชัดลึก :โซล-รัฐมนตรีโสมขาวกล่าวหาโสมแดงจงใจปล่อยน้ำจากเขื่อน ขณะที่เกาหลีเหนือฉลองก่อตั้งประเทศครบ 61 ปี

นายฮุน อิน แท็ก รัฐมนตรีกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ ได้แสดงความเห็นเมื่อวันพุธ (9 ก.ย.) กล่าวหาเกาหลีเหนือว่า
จงใจปล่อยน้ำออกจากเขื่อนลงแม่น้ำอิมจิน ซึ่งไหลจากโสมแดงเข้าโสมขาว ส่งผลให้เกิดคลื่นน้ำขนาดใหญ่กวาดชาวเกาหลีใต้
ที่ตั้งแคมป์อยู่ริมแม่น้ำสูญหาย 6 คนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกเจ้าหน้าที่ทางการโสมขาวกล่าวต่อสาธารณชนว่า
เหตุการณ์นี้เป็นการจงใจก่อเหตุของเกาหลีเหนือ คำกล่าวนี้มีขึ้นขณะนายอิน แท็ก ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า
การปล่อยน้ำครั้งนี้เป็นการจงใจหรือความผิดพลาด ซึ่งนายอินแท็กตอบว่า ตัวเองคิดว่าเกาหลีเหนือ ตั้งใจปล่อยน้ำจริงๆ
เพราะโสมแดงเป็นคนกล่าวเองว่า ตั้งใจปล่อยน้ำ ซึ่งหมายความว่า น้ำที่ปล่อยมานั้นไม่ได้เกิดเพราะอุบัติเหตุหรือความผิดพลาด
โดยรัฐบาลเกาหลีใต้กำลังศึกษาอยู่ว่าอะไรคือจุดประสงค์ของการปล่อยน้ำครั้งนี้ แต่ทางเกาหลีเหนือยังคงยืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุ
ขณะที่ล่าสุดเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบศพผู้สูญหายเพิ่มอีก 2 ศพ รวมเป็น 5 ศพ และยังสูญหายอีก 1 คน โดย 1 ใน 2 ศพ
ที่พบล่าสุดนั้นเป็นเด็กชายวัย 8 ขวบ วันเดียวกัน รัฐบาลเกาหลีเหนือ ได้ฉลองครบรอบ 61 ปีการก่อตั้งประเทศ
พร้อมประกาศว่าจะทำลายพวกจักรวรรดินิยมสหรัฐอย่างไร้ความปรานี
ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลต่างเปิดเพลงปลุกใจ
ที่มีเนื้อหาขอให้ประชาชน จงรักภักดีต่อนายคิม จอง อิล ผู้นำสูงสุดไปตลอดกาล เพื่อร่วมสร้างสวรรค์ขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลี
ส่วนหนังสือพิมพ์โรดอง สื่อชั้นนำของประเทศ ก็ลงบทบรรณาธิการที่ให้คำมั่นว่าจะเอาชนะการรุกรานของสหรัฐ
พร้อมยกย่องนโยบาย "กองทัพมาก่อน" ของนายคิมว่าทำให้เกาหลีเหนือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกองทัพขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
ราว 1.2 ล้านคน

http://koreastory.org/korea-news-2/

เกาหลีเหนือยอมรับปล่อยน้ำเขื่อนท่วมเกาหลีใต้

เกาหลีเหนือยอมรับต่อเกาหลีใต้ว่า ได้ปล่อยน้ำจากเขื่อนที่อยู่เหนือแม่น้ำบริเวณพรมแดนระหว่าง 2 ประเทศ
จนทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไหลท่วมคร่าชีวิตชาวเกาหลีใต้ไป 3 คน กระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้ เผยว่า
ได้รับแจ้งจากเกาหลีเหนือว่า ระดับน้ำในเขื่อนฮวางกางของเกาหลีเหนือได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทำให้จำเป็นต้องระบายน้ำออกจากเขื่อน จำนวน 40 ล้านตัน อย่างฉุกเฉิน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำอิมจิน
ที่ไหลผ่านชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ เพิ่มระดับสูงขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อวันอาทิตย์ ทำให้ชาวเกาหลีใต้ที่ตั้งแคมป์ตกปลา
บริเวณดังกล่าวถูกน้ำพัดพาไป 6 คน ซึ่งทราบว่าเสียชีวิตแล้ว 3 คน ส่วนอีก 3 คน ยังคงสูญหาย
ก่อนหน้านี้ ทางการเกาหลีใต้ได้เรียกร้องให้เกาหลีเหนืออธิบายสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้
เกาหลีเหนือแจ้งล่วงหน้าหากมีแผนจะปล่อยน้ำจากเขื่อนอีกในอนาคต

http://excelfanclub.lefora.com/2009/10/18/20091018165830/
เกาหลีเหนือเสียใจที่ปล่อยน้ำจากเขื่อนไหลท่วมเกาหลีใต้


เกาหลีเหนือเสียใจที่ปล่อยน้ำจากเขื่อนไหลท่วมเกาหลีใต้ สำนักข่าวยอนฮัพ รายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์
จากแหล่งข่าวด้านกิจการเกาหลีเหนือ ขณะที่โฆษกกระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้ ยังไม่สามารถยืนยันข่าวนี้ได้
โดยท่าทีของเกาหลีเหนือ มีขึ้นหลังจาก 2 ฝ่าย หารือถึงวิธีป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมตามแนวแม่น้ำที่ไหลผ่าน
พรมแดน 2 ประเทศ เมื่อเดือนก่อน เกาหลีเหนือได้ระบายน้ำหลายล้านตันออกจากเขื่อนที่ขวางแม่น้ำอิมจิน
โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทำให้เกิดน้ำท่วมพัดพาชาวเกาหลีใต้ 6 คน ที่ตั้งค่ายพักแรม และตกปลาจนเสียชีวิต
เกาหลีเหนืออ้างว่า ต้องระบายน้ำกะทันหัน เพราะระดับน้ำในเขื่อนสูงเกินไป และว่า ต่อไปหากมีการระบายน้ำที่เขื่อนอีก
จะแจ้งเตือนรัฐบาลเกาหลีใต้ทราบ.

-610 สำนักข่าวไทยอัพเดตเมื่อ 2009-10-14 13:55:14

http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9520000111597

จีนเตรียมแผน“ดัดแปลงอากาศ”ครั้งใหญ่ก่อนวันชาติ


23 กันยายน 2552 17:03 น.


ภาพจัตุรัสเทียนอันเหมินยามค่ำคืน

เอเอฟพี - พญามังกรพยายามดัดแปลงสภาพอากาศครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อป้องกันพระพิรุณ
โปรยปรายลงมาในช่วงพิธีเฉลิมฉลองก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนปีที่ 60 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคมนี้


สำนักข่าว โกลบอล ไทม์ รายงานว่า กองทัพอากาศจีนเตรียมแผนรับมือสายฝนช่วงวันชาติ โดยจะให้เครื่องบิน 18 ลำ
บินโปรยสารเคมีในชั้นบรรยากาศเพื่อกำจัดกลุ่มเมฆทั่วปักกิ่ง ขณะเดียวกันก็จะใช้ “เครื่องกำจัดหมอก” 48 เครื่อง
ซึ่งใช้เทคโนโลยีคล้ายคลึงกัน กำจัดหมอกบริเวณสนามบินทั่วเมือง


“นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์จีนที่รัฐบาลมีความพยายามในการดัดแปลงสภาพภูมิอากาศขนานใหญ่เช่นนี้”
ชุย เลี่ยนเฉียง นักอุตุนิยมวิทยาจากกองทัพอากาศเผย พร้อมเสริมว่า “สภาพอากาศยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก
บางครั้งมนุษย์ก็ไม่สามารถต่อสู้กับธรรมชาติได้...แต่เราก็พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด”

ทั้งนี้ จีนมีแผนการเดินขบวนพาเหรดกองทัพครั้งใหญ่ รวมถึงจะมีการแสดง ร้องเพลง เต้นระบำ และจุดดอกไม้ไฟ
ที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เพื่อฉลองวาระครอบรอบ 60 ปีที่ประธานเหมาเจ๋อตงได้ประกาศ
สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปี 1949

อากาศปลอดโปร่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเดินขบวนกองทัพ รวมถึงการแสดงการบินของ
เครื่องบินขับไล่สุดล้ำสมัยของประเทศด้วย

ความเคลื่อนไหวข้างต้นคล้ายคลึงกับความพยายาม “หนีฝน” ในช่วงพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิก 2008 ของปักกิ่ง
ด้วยการยิงจรวด 1,100 ลูกขึ้นไปสลายก้อนเมฆรอบๆ สนามกีฬาแห่งชาติ “รังนก”


นอกจากความพยายามของกองทัพอากาศแล้ว ทางสำนักงานดัดแปลงสภาพอากาศปักกิ่ง ก็กำลังเตรียมมาตรการสลายเมฆ
ที่คล้ายคลึงกันช่วงก่อนวันที่ 1 ตุลาคม ตลอดจนมีการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมทางไกลมาช่วยตรวจสอบการเปลี่ยนแปลง
ของสภาพอากาศ เพื่อหาทางรับมือ โดยตามสถิติอากาศชี้ว่า ในช่วงวันที่ 1 ตุลาคม ฝนมีโอกาสตกราว 30%

http://www.oknation.net/blog/keeluaey/2009/09/29/entry-1

ฝนเทียม (1) : ตู่-จตุพร พูดจริง ยิงปืนใหญ่ทำฝนเทียมได้

ส่วนหลักฐานที่พอจะสนับสนุนคำพูดว่า ตู่-จตุพร "พูดจริง" เรื่องนี้ก็คือ
ภาพจากเวบไซด์หนึ่งของจีน มีภาพเกี่ยวกับการยิงปืนใหญ่ทำฝนเทียม เห็นกันชัดเจน กับภาพประกอบนี้


เจ้าหน้าที่ของฐานปฏิบัติการปรับปรุงสภาพอากาศเซียงซาน กรุงปักกิ่ง ยืนอยู่ใกล้ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน
ที่ถูกนำมาใช้ยิงสารเคมีขึ้นท้องฟ้าเพื่อทำฝนเทียม


เจ้าหน้าที่กำลังติดตั้งกระสุนบรรจุสารเคมี เข้ากับปืนต่อสู้อากาศยาน 2 ลำกล้อง

อ้างอิงจาก science.howstuffworks.com

ถือว่าพูดจริง เรื่องปืนใหญ่ ยิงทำฝนเทียมได้ ส่วนข้อเท็จจริงว่ามีการยิงปืนใหญ่ออกมาจากสนามเป้า เป็นไปได้หรือไม่
คงต้องไปขอหลักฐานจาก ตู่-จตุพร เอาเองนะครับ

เรามาดูกันว่า การยิงปืนใหญ่หรือจรวดขนาดเล็กเพื่อทำฝนเทียมให้ตกลงมาในเมือง จะทำกันลับๆ ล่อๆ
จนผู้คนไม่รู้นั้น ทำได้หรือไม่ ขอต่อในตอนหน้าครับ


http://www.oknation.net/blog/keeluaey/2009/10/08/entry-1

ฝนเทียม (2) : ไปดูการยิงจรวดฝนเทียมจีน กับเสียงกัมปนาทที่ทำให้หายสงสัย

หลังจากได้นำเสนอตอนที่ 1 ไว้ในเอนทรี่
ฝนเทียม (1) : ตู่-จตุพร พูดจริง ยิงปืนใหญ่ทำฝนเทียมได้
http://www.oknation.net/blog/keeluaey/2009/09/29/entry-1

วันนี้มาติดตามกันต่ออีกสักนิดครับ ถ้าได้อ่านจนจบน่าจะเข้าใจได้ว่าคนเสื้อแดงโดยเฉพาะผู้นำการชุมนุม
มีความน่าเชื่อถือติดตัวอยู่บ้างหรือไม่เพียงใด และคนเหล่านี้ที่พูดเรื่องฝนเทียมเป็นตุเป็นตะ
จะมีอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่ดีพอ เพียงพอ และเหมาะสมหรือไม่ที่จะทำหน้าที่ "ตัวแทนประชาชน"

การทำฝนเทียมนั้นมีเป้าประสงค์อยู่ที่ การทำให้เมฆที่มีอยู่แล้วในท้องฟ้ารวมตัวเป็นหยดน้ำ
ตกลงมาเป็นฝนให้เร็วกว่าการรวมตัวตามธรรมชาติ โดยใช้กรรมวิธีโปรยหรือพ่นสารเคมี
เพื่อเป็นการเร่งเมฆให้กลายเป็นฝน แล้วตกลงในพื้นที่ ที่คำนวณไว้ว่าต้องการให้ฝนตก
ทั้งนี้การเร่งกระบวนการเติบโตของเม็ดน้ำฝน สามารถทำได้หลายวิธี ด้วยสารเคมีหลายชนิด
อย่างที่เราทราบกันดีก็เช่น เกลือ (โซเดียมคลอไรด์) น้ำแข็งแห้ง (Dry ice หรือ คาร์บอนไดออกไซด์แข็ง)
ไนโตรเจนเหลว และสารอีกหลายตัว รวมถึงซิลเวอร์ไอโอไดด์ (ซึ่งเป็นสารที่ในประเทศไทยเองก็นำมาใช้)
ไม่ว่าจะทำฝนเทียมด้วยเครื่องบินหรือไม่ก็ตาม โดยเป็นสารสำคัญในการ เร่งให้ละอองขนาดเล็กของฝนรวมตัวใหญ่ขึ้น
จนหนักพอที่จะตกลงพื้นได้เร็วขึ้น เพราะบางครั้ง ลมที่พัดตามธรรมชาติมักจะหอบเอาเมฆฝนไปไกลเกินพื้นที่ที่ต้องการ
จนพื้นที่นั้นๆ พลาดโอกาส ไม่ได้รับน้ำฝนจากเมฆกลุ่มนั้นไป

ในประเทศจีนเองมีสาเหตุหนึ่งที่เป็นเหตุจูงใจในความพยายามทำฝนเทียมก็คือ การเกิดความแห้งแล้งในประเทศ
อย่างเช่น ในจีนตอนเหนือ ตามหัวเมืองต่างๆ ของมณฑลชานสี ซึ่งเป็นความแห้งแล้งแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ในช่วงระยะ 50 กว่าปีที่ผ่านมา จนพืชผลเกษตรกรรมเสียหายไปมากมาย โดยเฉพาะข้าวสาลี ที่เคยเก็บเกี่ยว
ได้กว่า 970,000 ตันในปี 2551 พอล่วงมาปี 2552 สามารถเก็บ ผลผลิตข้าวสาลีได้เพียงประมาณ 400,000 ตันเท่านั้น
ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าสำนักงานผู้บรรเทาภัยแล้ง กรมอุตุนิยมวิยาผู้ปฏิบัติการปรับปรุงสภาพอากาศ
ก็หันมาให้ความสนใจกับการทำฝนเทียม โดยได้ลงมือปฏิบัติการทำฝนเทียมเมื่อ เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ด้วยการระดมทั้งเครื่องบิน รถยนต์ติดตั้งจรวดทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ในการส่งสารเคมีในการทำฝนเทียมขึ้นไปบนฟ้า
กระจายกันออกไปทำงานนี้ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ดีเท่าที่ควร เพราะฝนตกลงมาเพียงพื้นที่ไม่กว้างนัก
ส่วนใหญ่ยังคงผจญกับภาวะแห้งแล้งต่อไป



ความแห้งแล้งที่รอคอยความชุ่มชื้นจากฝนเทียม




ฐานปฏิบัติการยิงจรวดไอโอไดด์

ในปีที่แล้ว ช่วงมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่อย่างโอลิมปิกฤดูร้อนที่กรุงปักกิ่งนั้น ฝนเทียมได้มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก
ที่ทำให้พิธีเปิดในวันที่ 8 สิงหาคม 2551เป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากสภาพอากาศ ณ ช่วงเวลานั้นอยู่ในช่วงเริ่มฤดูฝน
และกรมอุตุนิยมวิทยาของจีนก็ระบุว่าจะเกิดฝนตกลงมาพอดีในระหว่างประกอบพิธีเปิดกีฬาอย่างเป็นทางการ
วิธีใดเล่าจะสามารถช่วยเหลือได้ ทางการจีนเลือกใช้การทำฝนเทียมให้เมฆฝนรวมตัวตกลงมา ก่อนที่เมฆฝน
จะเคลื่อนตัวมาปกคลุมปักกิ่งและตกใส่สนามกีฬารังนกที่ใช้ทำพิธีเปิดที่เตรียมการไว้อย่างยิ่งใหญ่
ซึ่งหากปล่อยเลยเข้าเมืองและตกลงมาจริงๆ งานใหญ่ก็อาจจะล้มไม่เป็นท่าได้ จำนวนของฐานปฏิบัติการ
ทำให้ฝนตกลงมาก่อนเข้าไปตกในเขตปักกิ่งมี 21 ฐาน กับการระดมยิงปืนและจรวดบรรจุซิลเวอร์ไอโอไดด์
กว่า 1,100 ลูกตั้งแต่ 4 โมงเย็น จนเกือบถึงเที่ยงคืนของวันนั้น จนฝนตกลงมาได้ที่นอกเมือง
งานนี้สำเร็จไปได้ด้วยดี และเราก็ได้เห็นพิธีเปิดกีฬาที่สวยงาม ยิ่งใหญ่ อย่างที่จีนต้องการให้เป็น



การยิงจรวดก่อนมีพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิก


ภาพพิธีเปิดอันสวยงามตระการตา

จากข้อมูลการทำฝนเทียมจากพื้นดินที่มีอยู่นั้น ประเทศจีนเองทำได้หลายวิธี ซึ่งปกติก็ทำไปพร้อมๆ กัน
เพื่อให้ได้ประสิทธิผลที่ดีที่สุด เช่น การเผาให้ซิลเวอร์ไอโอไดด์ เป็นกลุ่มควันลอยขึ้นไปยังก้อนเมฆ (ทำกันบนยอดเขาสูง)
หรือใช้ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ยิงเพื่อส่งกระสุนที่บรรจุสารซิลเวอร์ไอโอไดด์ไว้ภายในขึ้นไป และในแบบที่เป็นการยิงจรวด
บรรจุสารซิลเวอร์ไอโอไดด์ เมื่อยิงขึ้นไปยังกลุ่มเมฆก็จะไปแตกตัวไปทั่วทั้งบริเวณก้อนเมฆ ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยเป็นแกนกลาง
ให้ละอองฝนมาเกาะเพิ่มขนาดของละอองน้ำจนโตเป็นเม็ดฝน ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโครงการทำฝนเทียมจีน
แจ้งกับผู้เกี่ยวข้องทางด้านสิ่งแวดล้อมว่าไม่ต้องห่วงเรื่องผลกระทบของสารเคมีที่อาจตกค้างอยู่ในน้ำฝนจนอาจจะก่อให้เกิด
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะทุกๆ 1 ตารางกิโลเมตรจะใช้ซิลเวอร์ไอโอไดด์ ประมาณ 0.5 กรัมเท่านั้น ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยมาก


สารซิลเวอร์ไอโอไดด์ (Silver iodide, AgI)

จะเห็นได้ว่าการทำฝนเทียม มีทั้งที่ทำแล้วสำเร็จมีฝนตกตามต้องการ
แต่หลายครั้งฝนกลับไม่ตกมากพอดังที่คำนวณและคาดหวังไว้


กลับมาที่ประเทศไทย
กับคำถามที่เป็นข้อ(ที่ผมว่าไม่น่า)สงสัยคือ

ข้อ 1. เป็นไปได้หรือไม่ ที่มีการใช้เครื่องบินขึ้นไปโปรยหรือพ่นสารเคมีทำฝนเทียม แล้วจะไม่มีใครสังเกตเห็น
เครื่องบินเหล่านั้นเลย เพราะการทำฝนเทียมในเมืองไทย ต้องใช้เครื่องบินหลายลำปฏิบัติการเป็นขั้นเป็นตอน
กินเวลาแทบทั้งวันกว่าขบวนการทำฝนเทียมจะเสร็จสิ้นจนมีฝนตกลงมา


คำตอบของคำถามนี้คืออะไร เราไปดูวิธีการทำฝนเทียมด้วยเครื่องบินกัน



การ์ตูน วิธีการทำฝนเทียม

ข้อ 2. เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการยิงปืนใหญ่หรือจรวดทำฝนเทียมแล้วจะไม่มีใครสังเกตถึงความผิดปกติ

คำตอบของคำถามข้อ 2 นี้เราไปดูการยิงจรวดส่งสารซิลเวอร์ไอโอไดด์ขึ้นไปยังกลุ่มเมฆของจีนกันครับ
ว่าจะเป็นยังไงกันบ้าง ติดตามชมจากภาพข่าวด้านล่าง การยิงจะมีเสียงดังมากหรือไม่ มีคำตอบชัดเจน
(ช่วงครึ่งหลังจะเห็นวิธีการเผาแท่งซิลเวอร์ไอโอไดด์ ซึ่งเป็นอีกวิธีการหนึ่ง ในการจะให้มันลอยฟุ้งเข้าไปในกลุ่มเมฆ)

http://v.youku.com/v_show/id_XNzE4MDU4OTY=.html

ภาพข่าวการทำฝนเทียมครั้งหนึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้

ด้วยเสียงที่ดังกึกก้องขนาดพอๆ กับเสียงปืนใหญ่ น่าจะไม่ต้องอรรถาธิบายอะไรอีก
ในประเด็นที่อาจมีการแอบซ่อนทำจนไม่มีใครสังเกตได้

บทเรียนจากกรณี "ฝนเทียม" กับ "ความเชื่อ" ของคนไทย เท่าที่ได้สดับตรับฟังจากสื่อต่างๆ กับประสบการณ์ตรง
จากการฟังด้วยตัวเอง พอจะเข้าใจได้ว่า คนไทยมากมายที่เชื่อเรื่องฝนเทียมไล่การชุมนุม อาจเป็นความคิดส่วนตัวก็เป็นได้
ที่พอได้รับฟังข่าวสารใดๆ มักเชื่อในทันทีโดยไม่ได้ไตร่ตรองถึงหลักความจริง ว่าเรื่องนั้นๆ มีเหตุมีผลเพียงพอหรือไม่

สังเกตว่าเป็นการเชื่อถือกับสิ่งที่ "อยากจะเชื่อ" เท่านั้น หลักฐานแห่งความจริงมักจะไม่สนใจเสาะหา คงปล่อยให้บุคคลต่างๆ
มาชวนเชื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลักษณะนิสัยเช่นนี้ของคนไทย ขัดต่อหนทางที่จะนำพาประเทศไปสู่ความมั่นคง เจริญก้าวหน้า
มีศีลมีธรรม
มีความซื่อสัตย์ในการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก อีกทั้งการพัฒนาประชาธิปไตย แบบเชื่อ "ผู้นำ(ที่ไม่มีคุณสมบัติ)"
อย่างหัวปักหัวปำ ไม่ลืมหูลืมตานั้น อันตรายต่อบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง
avatar
eye in the sky

จำนวนข้อความ : 141
Registration date : 18/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: น้ำโขงแห้งขอด! สื่อแฉจีนกักน้ำใช้ปั่นไฟฟ้า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Feb 26, 2010 9:43 am

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7029 ข่าวสดรายวัน

แม่โขงแห้ง

รุ้งตัดแวง

สปาย-กลาส

ฤดูแล้งนี้ น้ำในแม่น้ำโขงเหือดแห้งมากกว่าที่เคย

ชาวไทยริมโขงถึงกับเอ่ยปากว่าตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยเห็นน้ำในแม่น้ำโขงแห้งถึงขนาดนี้ เรียกได้ว่าแห้งมากที่สุดในชั่วอายุคน

เกาะแก่งหลายแห่งที่ซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำมาตลอดก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็น เรือขนาด ใหญ่สัญจรไม่ได้

"ลาว" เพื่อนบ้านของไทยที่ใช้ชีวิตร่วมแม่น้ำโขง หรือ แม่น้ำของ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าน้ำโขงลดมากกว่าที่เคยเห็น

โครงการชลประทาน 7 แห่งที่ต้องผันน้ำจากแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านเวียงจันทน์เพื่อนำไปใช้ในการเกษตรมีน้ำไม่เพียงพอ ทุ่งนาในเมืองหาดทรายฟอง เมืองปากงึม ในแขวงเวียงจันทน์กว่า 23,000 ไร่จะขาดน้ำในไม่ช้านี้เพราะระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงอย่างรวดเร็วจนถึงระดับวิกฤต

ตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา น้ำโขงลดลงมากเป็นประวัติการณ์และยังลดลงอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำลดลง 10 เซนติเมตรทุกวัน

โครงการชลประทาน 2 แห่งที่หมู่ บ้านดอนและหมากฮิ้วในเมืองปากงึมเข้าขั้นวิกฤตแล้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายชลประทานต้องขุดร่องน้ำให้น้ำไหลเข้าสู่สถานีสูบน้ำตั้งแต่เดือนธ.ค. จนถึงตอนนี้ ส่วนโครง การชลประทานอื่นๆ ยังใช้การได้อยู่ แต่ปล่อยน้ำไม่ได้เพราะระดับน้ำต่ำเกินไป สถานีสูบน้ำบางแห่งจึงต้องขุดน้ำบาดาลมาใช้แทน

กระทรวงเกษตรและป่าไม้เสนองบประมาณ 2.5 ล้านบาทเพื่อขุดร่องน้ำแล้วปล่อยน้ำจากสถานีสูบน้ำให้ชาวบ้านใช้ในไร่นา และยังของบเพิ่มอีก 3.6 ล้านบาทเพื่อย้ายสถานีสูบน้ำเพราะระดับน้ำลดลงเรื่อยๆ และจะลดลงต่ำสุดในเดือน เม.ย. และ พ.ค. ที่ใกล้เข้ามา

คาดว่าภัยแล้งจะขยายอาณาเขตกินพื้นที่ในเมืองแสงทอง สีโคดตะบองและ สีสัตตะนากในแขวงเวียงจันทน์ ส่งผลกระทบต่อนาข้าว 57,000 ไร่และโครง การชลประทานอีก 39 แห่ง

แล้งนี้จึงหนักหนากว่าทุกปี

หน้า 7

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: น้ำโขงแห้งขอด! สื่อแฉจีนกักน้ำใช้ปั่นไฟฟ้า

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Tue Mar 02, 2010 9:18 pm

น้ำโขงวิกฤตเกษตรกรขาดแคลนน้ำรดพืชผล

2 มีค. 2553 19:27 น.

นายชูศักดิ์ สุทธิรารักษ์ สมาชิกสภา อบจ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่บริเวณ อ.เขมราฐ , นาตาล ,โพธิ์ไทร ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับลำน้ำโขงค่อนข้างหน้าเป็นห่วงมากเนื่องจากปกติเป็นพื้นที่ราบสูงอยู่แล้ว แต่ปีนี้ซ้ำร้ายระดับแม่น้ำโขงลดลงมากกว่าปกติโดยในบางพื้นที่แม่น้ำโขงลดระดับลงจนกระทั่งเกิดเนินทรายขนาดใหญ่ สามารถนำรถยนต์ลงวิ่งในลำน้ำโขงได้ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวน่าเป็นห่วงมากกว่าทุกปีเพราะปีนี้ระดับน้ำลดลงรวดเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา กระทั่งสถานีสูบน้ำจากลำน้ำโขงหลายแห่งในแถบ อ.เขมราฐ และ อ.นาตาล เช่น ต.นาแวง และ ต.พะลาน ลดระดับลงจนชาวบ้านเริ่มสูบน้ำรดพืชผลทางการเกษตรที่ทำการเพาะปลูกไม่ได้ ต่างได้รับความเดือดร้อนกันอย่างมากในขณะนี้ ขณะที่น้ำดื่มน้ำใช้ของราษฎรในพื้นที่ 3 อำเภอดังกล่าวต่างอาศัยน้ำประปาจาก ประปาส่วนภูมิภาค อ.เขมราฐ เพื่อใช้อุปโภค-บริโภค ตลอดจนการใช้ในสถานที่ราชการ เช่น โรงพยาบาล สถานีอนามัย และ อบต.ต่างๆ นำรถบรรทุกน้ำมาขอรับน้ำเพื่อไปแจกจ่ายให้ราษฎรในพื้นที่ อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงลดระดับลงเช่นนี้ต่อไปเชื่อว่าในอีกไม่ช้าน้ำโขงพื้นที่มีโอกาสแห้งขอดและจะเป็นอุปสรรคต่อการทำการเกษตรของเกษตรกรที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้แน่นอน ทำให้เดิมทีสมาชิกสภา อบจ.และผู้นำชุมชนในพื้นที่เตรียมขอให้มีการทำระบบน้ำประปาซึ่งสูบจากน้ำโขงขึ้นมาผลิต จึงอาจจะหาแนวทางใหม่โดยเบื้องต้นเตรียมล่ารายชื่อประชาชนในพื้นที่เพื่อร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลโดยตรงเพื่อขุดสระกักเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อใช้ผลิตน้ำประปาใช้ในพื้นที่ต่อไป อันจะเป็นการลดปัญหาความเดือดร้อนในระยะยาวได้

ด้าน นายเถลิง เทศวงศ์ ผู้จัดการประปาภูมิภาค สาขาเขมราฐ จ.อุบลฯ กล่าวว่า ช่วงเดือนมกราคม 2553 ที่ผ่านมา ประปา อ.เขมราฐ ได้แจกจ่ายน้ำให้กับราษฎรและหน่วยงานที่สำคัญในพื้นที่ อ. เขมราฐ , อ. นาตาล และ อ.โพธิ์ไทร ไปแล้วประมาณ 2 แสนลูกบาศก์เมตร และคาดว่าในเมษายนปีนี้มีแนวโน้มจะต้องแจกจ่ายน้ำประปาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวหรือราว 5 ล้านลิตร เนื่องจากมีประชาชนขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามต้องบอกว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงปีนี้เริ่มเข้าขั้นวิกฤติแล้วเพราะปริมาณน้ำลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับทุกๆ ปี ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ขณะนี้ประปาส่วนภูมิภาค สาขาเขมราฐ เตรียมนำเงินฉุกเฉินสำหรับแก้ไขปัญหาภัยแล้งเพื่อต่อท่อสูบน้ำโขงในบริเวณที่เป็นร่องน้ำลึกมาใช้ผลิตน้ำประปาให้แก่ราษฎรต่อไป ซึ่งลักษณะดังกล่าวไม่เคยปฏิบัติมาก่อนเนื่องจากปกติสถานการณ์น้ำโขงไม่เคยเป็นเช่นนี้ ดังนั้นจึงเตรียมการเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชน ส่วนประปาภูมิภาค สาขาเขมราฐ ปัจจุบันยกระดับเป็นประปาดื่มได้ และพร้อมให้บริการแก่ประชาชนที่ขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ต่อไปอันเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง โดยโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 045-491202

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: น้ำโขงแห้งขอด! สื่อแฉจีนกักน้ำใช้ปั่นไฟฟ้า

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Wed Mar 03, 2010 7:29 pm

น้ำโขงแห้งสุดรอบ 30 ปี เรือข้ามฟากกระทบหนัก

3 มีค. 2553 16:37 น.

สถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังรุกลามในหลายพื้นที่ทางภาคอีสาน รวมไปถึงปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงที่ปัจจุบันนี้ลดลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ธุรกิจบริการอย่างเช่นเรือขนส่งสินค้า แพขนานยนต์ทั้งไทย-ลาวได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยนางสาวสมสุข ขุทกะพันธุ์ ผู้ช่วยนายด่านศุลกากรบึงกาฬ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย เปิดเผยว่า ด่านศุลกากรบึงกาฬซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ ประเทศลาว โดยการนำเข้า-ส่งออกสินค้าบริเวณนี้จะคมนาคมโดยใช้เรือและแพขนานยนต์ แต่แม่น้ำโขงขณะนี้ระดับน้ำลดลงมากร้อยละ 20-30 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ไม่สะดวกต่อการคมนาคม ทำให้เรือขนส่งสินค้าและผู้โดยสารต้องเพิ่มเวลาเดินทางมากขึ้น จากปกติหากเป็นฤดูน้ำหลากการเดินทางไปกลับฝั่งไทย-ลาวใช้เวลา 30-45 นาที แต่ในช่วงหน้าแล้งต้องเพิ่มเป็น 2 ชั่วโมง เพราะต้องขับเรืออ้อมไกลเพื่อหลีกเลี่ยงจุดที่มีระดับน้ำตื้นเขิน ทำให้ผู้ประกอบการเรือโดยสารหรือแพขนานยนต์มีต้นทุนค่าขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น ในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า หากระดับน้ำโขงยังลดลงเช่นนี้ เชื่อว่าการขนส่งสินค้าทางน้ำคงเลิกไปเลย เพราะแพขนานยนต์จะวิ่งไม่ได้ อาจต้องใช้เรือกีบในการขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้าเบ็ดเตล็ดแทน ส่วนจะมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงเกิดขึ้นหรือไม่นั้น เรื่องจากการสร้างสะพานเป็นเรื่องระดับรัฐบาลของสองประเทศ และใช้งบประมาณมหาศาล แต่หากเกิดขึ้นได้ก็จะดี เพราะจะเป็นการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า

ส่วนที่ จ.นครพนม สภาพแม่น้ำโขงบริเวณด่านศุลกากรนครพนม เขตเทศบาลเมือง จ.นครพนม ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ระดับน้ำก็ลดลงเช่นเดียวกัน แต่เรือใหญ่ยังสามารถวิ่งให้บริการได้ เนื่องจากมีท่าเรือน้ำลึก โดยนายสถาพร เจาะจง คนขับเรือโดยสารข้ามฟาก เปิดเผยว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงไปมาก แต่เรือใหญ่ยังวิ่งได้ ต่างไปจากที่จุดผ่อนปรน อ.บ้านแพง จ.นครพนม ที่ขณะนี้ต้องใช้เรือกีบในการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคแทน ระดับน้ำที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้แพที่พักผู้โดยสารซึ่งปกติฤดูน้ำหลากจะอยู่กลางน้ำ ขณะนี้แพตั้งอยู่บนดินแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 มุกดาหาร-แขวงคำม่วน ห่างจากด่านศุลกากรประมาณ 9 กิโลเมตร เชื่อว่าในอนาคตจะเป็นช่องทางขนส่งสินค้าได้อย่างสะดวกแทนการขนส่งทางเรือ

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=435523&lang=T&cat=
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: น้ำโขงแห้งขอด! สื่อแฉจีนกักน้ำใช้ปั่นไฟฟ้า

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Wed Mar 03, 2010 7:33 pm

ภัยแล้งทางใต้จีนกระทบประชาชน 6 ล้านคน



ปักกิ่ง 3 มี.ค. - เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รายงานว่า คนงานเริ่มการเจาะส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำใต้ดิน เพื่อจ่ายให้ประชาชนเกือบ 6 ล้านคน ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี ที่มณฑลหยุนหนาน ทางใต้ของจีน

ภาวะขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงสำหรับพืชไร่และปศุสัตว์ ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นจีนต้องส่งทีมช่วยเหลือหลายสิบทีมไปยังพื้นที่ประสบภัยแล้งหลัก 6 แห่ง รอบมณฑลหยุนหนาน เพื่อสูบน้ำจากแหล่งน้ำใต้ดิน เจ้าหน้าที่จีน กล่าวว่า หากสถานการณ์ความแห้งแล้งยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปจนถึงเดือนพฤษภาคม คาดว่าจะมีผู้ได้รับผลกระทบถึง 10 ล้านคน. - สำนักข่าวไทย

http://www.mcot.net/content/27763
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: น้ำโขงแห้งขอด! สื่อแฉจีนกักน้ำใช้ปั่นไฟฟ้า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Wed Mar 03, 2010 8:51 pm

วันที่ 03 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7034 ข่าวสดรายวัน

น้ำโขงลดผิดปกติ-สงสัยจีนกัก

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 2 มี.ค. ที่รัฐสภา นายสุรจิต ชิรเวทย์ ในฐานะประธานคณะอนุ กรรมาธิการทรัพยากรน้ำ พร้อมด้วยนายประสาร มฤคพิทักษ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาคุณค่าการพัฒนาและผลกระทบในลุ่มแม่น้ำโขง ร่วมกันแถลงผลกระทบกรณีแม่น้ำโขงลดระดับลง

นายสุรจิต กล่าวว่า จากการตรวจสอบแม่น้ำโขงพบว่าขณะนี้แม่น้ำโขงลดลงผิดปกติในช่วง 24 ม.ค.53-23 ก.พ.53 เพียงเดือนเดียวสถานีวัดน้ำเชียงแสนพบว่าระดับน้ำลดลงถึง 1.5 เมตร ซึ่งมีรายงานจากสื่อของประเทศจีนว่า แม่น้ำโขงมีระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี ขณะเดียวกันจีนได้กักเก็บน้ำเหนือเขื่อนเซี่ยวหว่านให้ได้ปริมาณเพียงพอต่อการผลิตกระแสไฟฟ้า 70 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง เนื่องจากจีนประสบภัยแล้งอย่างรุนแรง

"ระดับน้ำที่ลดลงมีความสัมพันธ์กับการกักเก็บน้ำเหนือเขื่อนจีน 4 แห่งในลำน้ำโขงตอนบน ทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนแถบประเทศท้ายน้ำจำนวนนับร้อยล้านคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และผลกระทบโดยตรงกับคนไทย จำนวนถึง 5 แสนคน ภาวะเช่นนี้รัฐบาลควรเป็นผู้นำโดยอาศัยคณะกรรมการลุ่มแม่น้ำโขง หรืออาจจะจัดประชุมฉุกเฉิน 5 ประเทศท้ายน้ำโขง เพื่อร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าระดับน้ำลดลงอย่างผิดปกติเพราะเหตุผลใด ที่สำคัญจีนควรเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญจากชาติที่เป็นกลาง ไปสำรวจและตรวจสอบการจัดการเก็บกักน้ำของเขื่อนจีน เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติในภูมิภาคเอเชีย" ส.ส.สรรหากล่าว

ด้านนายประสาร กล่าวว่า จีนไม่ควรถือเอาความเป็นประเทศใหญ่ต้นน้ำโขง ที่จะเก็บกักน้ำตามอำเภอใจ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 6-7 มีนาคม ทั้ง 2 คณะอนุกรรมาธิการ จะเดินทางไปพื้นที่เชียงแสน จังหวัดเชียงราย เพื่อสำรวจในพื้นที่ดังกล่าวมีผลกระทบจากระดับน้ำที่ลดลงหรือไม่

(กรอบบ่าย)

หน้า 11

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: น้ำโขงแห้งขอด! สื่อแฉจีนกักน้ำใช้ปั่นไฟฟ้า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Mar 04, 2010 9:35 am

เกรงกระทบจีนไทยไม่ออกวีซ่าให้น้องสาว'ดาไล ลามะ'

สถานทูตไทยในกรุงนิวเดลีปฏิเสธที่จะออกวีซ่าให้ น้องสาว "ดาไล ลามะ" หวั่นกระทบความสัมพันธ์กับทางการจีน โดยเธอจะเดินทางมาร่วมการแสดงด้านวัฒนธรรมที่กรุงเทพฯจำนวน3วัน...

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 มี.ค.ว่า สถานทูตไทยในกรุงนิวเดลีปฏิเสธที่จะออกวีซ่าให้นางเจตซัน เปมา น้องสาววัย 69 ปีขององค์ดาไล ลามะ ผู้นำทางจิตวิญญานของทิเบต และสามีท่ีลี้ภัยอยู่ในอินเดียเพราะเกรงว่าจะกระทบความสัมพันธ์กับจีน และไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับการเมืองระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ นางเปมาต้องการมาร่วมการแสดงด้านวัฒนธรรม 3 วันในกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค.นี้ โดยมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์เรื่องการศึกษาพุทธศาสนาต่อชาวทิเบตพลัดถิ่นด้วย แต่ไทยเกรงว่าจะไปพาดพิงประเด็นล่อแหลมเรื่องจีนกับทิเบต.

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: น้ำโขงแห้งขอด! สื่อแฉจีนกักน้ำใช้ปั่นไฟฟ้า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Mar 04, 2010 7:19 pm

5ประเทศลุ่มน้ำโขงอ่วมแล้งหนักJCCNเจรจาจีนไม่คืบ

คมชัดลึก :5ชาติ "ไทย-พม่า-ลาว-เวียดนาม-กัมพูชา" กระทบหนักหลังจีนกักเก็บน้ำ เผยเขมรระดับน้ำในทะเลสาบใกล้เข้าสู่สภาวะวิกฤติเต็มที แถมการยื่นขอความช่วยเหลือจากเจซีซีเอ็นและจีนยังไม่มีความคืบหน้า ปภ.ประกาศภัยแล้งฉุกเฉินแล้ว 29 จังหวัด เดือดร้อนเฉียด 4 ล้านคน พืซไร่เสียหายนับแสนไร่ ระดมแจกน้ำช่วย 35 ล้านลิตร ผบ.ทบ.กำชับหน่วยขึ้นตรง ทบ.ช่วยเหลือภัยแล้งอย่างเต็มที่

(4มี.ค.) นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง เขตล้านนา เปิดเผยว่า ขณะนี้ปัญหาที่กระทบอย่างหนักต่อแม่น้ำโขงไม่ได้เป็นปัญหาที่ชาวเชียงของหรือเชียงแสน จังหวัดเชียงรายเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ทุกประเทศที่อาศัยแม่น้ำโขงในการดำรงชีวิตหรืออนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ทั้ง 5 ประเทศ "ไทย พม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชา"ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน

ผลกระทบดังกล่าวยิ่งชัดเจนมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง แม้ว่าปัญหาดังกล่าวจะเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อและกระทบมานาน แต่ในช่วงฤดูฝนก็ทำให้แม่น้ำโขงมีน้ำในการสัญจรอยู่บ้าง แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งผลกระทบกลับชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนขณะนี้ทุกประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก ตั้งแต่ต้นแม่น้ำไปจนถึงปลายสายแม่น้ำโขง

สำหรับปัญหาที่ได้รับอย่างหนักขณะนี้แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ ปัญหาตอนบนตั้งแต่ประเทศทิเบตไปถึงทะเลจีนใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนของจีนอย่างหนักเช่นกัน เพราะจีนกักเก็บน้ำเพื่อไปสร้างเขื่อนจนทำให้พื้นที่ดังกล่าวไม่มีน้ำและอยู่ในสภาวะแห้งแล้ง ซึ่งสาเหตุที่จีนไม่ยอมปล่อยน้ำ ทั้งๆที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ใกล้กับจีนมากที่สุด เนื่องจากต้องกักน้ำไว้ที่เขื่อนราวๆ 16,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้า ส่วนปัญหาระดับ 2 คือ ปัญหาตอนล่าง นั่นคือกลุ่มประเทศที่เหลือได้แก่ พม่า ลาว ไทย เวียดนามและกัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศปลายสายไกลออกมา แต่ทุกประเทศก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

โดยเฉพาะในพื้นที่ดินดอน 3 เหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ของเวียดนาม ซึ่งเป็นพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงและใช้ในการปลูกข้าว ทำการเกษตร เลี้ยงสัตว์ ทำสวนผลไม้ โดยมีความพิเศษ คือ เป็นแหล่งน้ำที่มีน้ำ 3 ชนิด คือ น้ำจืด น้ำเค็มและน้ำกร่อย ไหลมารวมกัน ซึ่งจากผลกระทบทำให้น้ำเค็มจากทะเลไหลเข้าไปในแอ่งมากเกินไป จนขณะนี้ดินดอนขนาดใหญ่ บริเวณ 3 เหลี่ยมปากแม่น้ำโขง จนปริมาณน้ำส่วนใหญ่จะกลายเป็นน้ำเค็มไปแล้ว

นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ทะเลสาบของกัมพูชาก็ได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน เพราะทะเลสาบดังกล่าวเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ของชาวกัมพูชา ที่หล่อเลี้ยงประชาชนในกัมพูชา แต่เมื่อแม่น้ำโขงซึ่งเป็นสายน้ำหลักที่สำคัญ ที่ไหลไปรวมกันเหือดแห้ง จึงส่งผลให้ขณะนี้ระดับน้ำในทะเลสาบกัมพูชาเริ่มลดลงเรื่อยๆ ซึ่งเชื่อว่าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปทะเลสาบกัมพูชาก็จะแห้งขอด

ในส่วนของไทยเองก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน ทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน ซึ่งประชาชนจำนวนไม่น้อยดำรงชีวิตด้วยการอาศัยแม่น้ำโขง ในการอุปโภค บริโภค ทำการเกษตร และการค้า ทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ นอกจากนี้แม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง ที่หล่อเลี้ยงประชาชนในพื้นที่อื่นๆ ก็แห้งขอด เป็นผลต่อเนื่องกันทั้งหมด จนทำให้ประชาชนไม่สามารถทำการเกษตรได้ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ ถือว่าเป็นผลกระทบที่ประชาชนริมน้ำโขงทุกประเทศได้รับอย่างหนัก โดยที่ประเทศจีนเองยังไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบหรือช่วยเหลือแต่อย่างใด แม้แต่น้อย

ด้านนายอภิสิทธิ์ คำภิโล ขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี จังหวัดเชียงราย กล่าวเพิ่มเติม ความคืบหน้าในการประสานไปยังคณะกรรมการตามความตกลงว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง (แม่น้ำโขง) หรือ JCCN ซึ่งเป็นหน่วยงานความร่วมมือระหว่าง 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว พม่า และจีน เพื่อขอให้ร่วมเจรจาแก้ปัญหาให้แม่น้ำโขงสามารถเดินเรือได้ตลอดทั้งปี ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของกรมเจ้าท่า ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการดำเนิน อย่างไรก็ตามเบื้องต้นจะพยายามขอความร่วมมือจากจีน ในการปล่อยน้ำลงมาบ้าง เพื่อจะช่วยการลดผลกระทบกับผู้ที่อาศัยอยู่ตามลำแม่น้ำโขงตลอดแนวของทุกประเทศ

วิกฤติน้ำโขงแห้งหนักหาดทรายทองศรีโคตรบูรขยายวงกว้าง

สถานการณ์ภัยแล้งในเขตพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะบริเวณริมน้ำโขงที่ขณะนี้พบว่ามีหาดทรายโผล่ขึ้นเป็นจำนวนมาก ไม่เว้นแม้แต่กลางลำน้ำโขง โดยเฉพาะที่ จ.นครพนม ซึ่งมีทราดทรายน้ำจืด "หาดทรายทองศรีโคตรบูร" ถือว่าเป็นหาดทรายน้ำจืดขนาดใหญ่สุดในลุ่มน้ำโขงซึ่งขณะนี้พบว่าบริเวณของหาดทรายได้ขยายวงกว้างมากขึ้น อันเนื่องมาจากปริมาณน้ำโขงที่ลดลงอย่างเร็วจนผิดปกติ ซึ่งจากอานิสงส์ดังกล่าว ส่งผลให้เกิดธุรกิจร้านอาหารริมหาดเป็นจำนวนมาก

นายสุนทร ตั้งตรงจิตร นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.นครพนม และเจ้าของร้านอาหารวิวโขง เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูแล้งจะปรากฎหาดทรายน้ำจืดขนาดใหญ่และยื่นออกไปไกลจนถึงกลางลำน้ำโขงเป็นระยะทางยาวหลายกิโลเมตร แต่จากการสังเกตพบว่าในแต่ละปีจะเกิดหาดทรายในช่วงปลายเดือน ก.พ.แต่มาปีนี้พบว่าเกิดหาดทรายตั้งแต่ในช่วงต้นเดือน และยังพบว่าปริมาณของหาดทรายเริ่มขยายวงกว้างมากขึ้น คาดว่าความกว้างของหาดใหญ่ที่ยื่นออกไปกลางลำน้ำขณะนี้น่าจะประมาณ 500-600 เมตร

ระดับน้ำที่ลดลงอย่างรวดเร็วจนผิดปกติขณะนี้ ในส่วนของผู้ประกอบการร้านอาหารริมโขงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก กลุ่มที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่จะเป็นเกษตรกร และผู้เลี้ยงปลากระชังซึ่งพบว่าการเลี้ยงปลากระชังตามริมแม่น้ำโขงเป็นจำนวนมากน่าจะได้รับผลกระทบหนักสุด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าน้ำโขงจะแห้งลงอย่างรวดเร็ว แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าบริเวณริมตลิ่งที่ถูกน้ำกัดเซาะค่อนข้างมีความชัน ซึ่งต่างไปจากปกติที่บริเวณริมตลิ่งจะมีความลาดเอียง ส่วนสาเหตุก็เพราะว่ามีการระเบิดเกาะแก่งแม่น้ำโขงตอนบนเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินเรือ ทำให้ในฤดูน้ำหลากกระแสน้ำไหลเร็วผิดปกติและเกิดการกัดเซาะริมตลิ่ง ประกอบกับประเทศจีนซึ่งทำการขั้นเขื่อน เมื่อถึงเวลาปล่อยน้ำก็จะทำให้ปริมาณน้ำไหลทะลักลงมาสู่แม่น้ำโขงตอนล่าง ซึ่งการกัดเซาะริมตลิ่งพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และจากผลของการกัดเซาะริมตลิ่งที่ค่อนข้างรุนแรง ทำให้ขณะนี้ทางเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ได้สร้างตลิ่งเพื่อป้องกันการกัดเซาะแล้ว

นายสุนทร ยังกล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนบริเวณหาดทรายทอง พบว่าขณะนี้มีผู้ประกอบการนำห่วงยางออกมาวางเรียงรายเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณมากในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหาดทรายทองจะเกิดหาดทรายเป็นบริเวณกว้าง แต่จากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวและระดับน้ำที่ลดลง อาจจะมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวที่หาดทรายทองก็เป็นได้

ด้านนางสมวน หนูนิล ผู้ประกอบการร้านอาหาร "ชายโขง" จ.หนองคาย ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากหาดจอมมณี ต.มีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย เปิดเผยว่า ระดับน้ำโขงที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ขณะนี้เกิดหาดทรายยาวไปตามริมน้ำโขงจนเกือบจะถึงครึ่งสะพานแล้ว ความยาวประมาณ 1 กม.นอกจากนี้ยังพบว่าเกิดหาดทรายกลางแม่น้ำโขงบริเวณเยื้องๆ กับร้านของตน ซึ่งหาดทรายดังกล่าวโผล่กลางลำน้ำตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากระดับน้ำที่ลดลงอย่างรวดเร็ว

"ระดับน้ำโขงในปีนี้หากวัดจากริมตลิ่งพบว่าลดลงไปประมาณ 1 เมตรเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และจากการที่เกิดหาดทรายบริเวณหอมจอมมณีจากกว่าปกติ ทำให้ขณะนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวลงไปเล่นน้ำที่หาดดังกล่าวแล้วและจะยาวไปจนถึงช่วงสงกรานต์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร ประเภทปลาเผา ส้มตำ บริเวณหาดที่มีประมาณ 20-30 ร้านได้รับอานิสงส์และมีรายได้จากการจำหน่ายอาหารมากขึ้น" นางสมวน กล่าว

ปภ.ประกาศภัยแล้งฉุกเฉินแล้ว 29จังหวัดเดือดร้อนเฉียด4ล้านคน

นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กล่าวว่า ขณะนี้มีพื้นที่ประสบภัยแล้งที่ได้ประกาศ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน(ภัยแล้ง)แล้ว จำนวน 29 จังหวัด 224 อำเภอ 1,526 ตำบล 11,000 หมู่บ้าน แยกเป็นภาคเหนือ 12 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย ตาก น่าน พะเยา แพร่ ลำปาง ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ พิจิตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี อุบลราชธานี ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และภาคใต้ 4 จังหวัด ได้แก่ ตรัง นครศรีธรรมราช ระนอง และสตูล มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 3,842,144 คน 976,935 ครัวเรือน คาดว่าพื้นที่การเกษตรจะได้รับผลกระทบ รวม 112,951 ไร่

นายอนุชากล่าวต่อว่า ส่วนการช่วยเหลือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยแล้งร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจกจ่ายน้ำอุปโภคและบริโภคจำนวน 35,997,650 ลิตร พร้อมซ่อมสร้างทำนบและฝาย 2,239 แห่ง ขุดลอกแหล่งน้ำ 475 แห่ง และติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 642 เครื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยแล้งในเบื้องต้น ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้งสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างวันที่ 8-12 มีนาคม 2553 นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมปภ จะเป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรม ฯหลักสูตรเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รุ่นที่ 1 ให้กับข้าราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 70 คน ณ ห้องกรรณิการ์ ชั้น 3 วิทยาลัยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตำบลบางพูน อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี โดยในวันจันทร์ที่ 8 มีนาคม เวลา 8.30 น.

ผบ.ทบ.กำชับหน่วยขึ้นตรง ทบ.ช่วยเหลือภัยแล้งอย่างเต็มที่

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงข่าวภายหลังการประชุมหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบกประจำเดือน มี.ค.2553 โดยที่ประชุม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบนโยบายการทำงาน และข้อห่วงใยในภารกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ ทำให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำ อุปโภค บริโภค และ มีแนวโน้มสถานการณ์จะทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ทุกหน่วยงานของกองทัพบกได้ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในบางพื้นที่ไปแล้ว

“ผู้บัญชาการทหารบกได้กำชับให้ทุกหน่วยทุ่มเททรัพยากรที่มีอยู่เพื่อเข้าให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้พ้นจากความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด และให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันให้เร่งดูแลแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งขณะนี้ได้จัดตั้งศูนย์ควบคุมไฟป่าและหมอกควัน กองทัพภาคที่ 3 เฝ้าติดตามสถานการณ์ไฟป่า พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ทหารออกรณรงค์ขอความร่วมมือจากราษฎรในพื้นที่ให้ละเว้นการเผาป่าและเศษวัชพืชเพื่อทำให้ปัญหาหมอกควันเบาบางลง” พ.อ.หญิงศิริจันทร์ ระบุ

เผยหน้าแล้งตลาดอาหารป่าน่านคึกคักหน่อไม้ไร่สินค้ายอดฮิต

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.น่านว่า เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูแล้งทำให้ชาวบ้านที่ว่างเว้นจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมไม่มีรายได้ จึงเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์พวกนก หนู กระรอก ตุ่นและหาอาหารป่ามาวางขายสร้างรายได้และเป็นอาหารของครอบครัว นำมาวางขายตลาดริมทางถนนหลวงสายน่าน-ทุ่งช้าง ซึ่งเป็นตลาดขายของป่าบ้านหาดปลาแห้ง ต.บ่อ อ.เมืองน่าน ขณะนี้เริ่มคึกคัก เพราะมีอาหารจากป่าหลายอย่างมาวางขายให้ได้เลือก
สินค้ายอดฮิตที่คนนิยมซื้อไปประกอบอาหารขณะนี้ก็คือ หน่อหุ้นไฟ หรือหน่อไม้ไร่ ที่เกิดขึ้นหลังจากป่าถูกเผาแล้วเริ่มแตกหน่อแทงออกจากดิน ซึ่งจะมีรสชาติหอมหวานอร่อยกว่าหน่อในฤดูฝนที่รสชาติจืดเพราะอมน้ำ โดยจะมีผักเครื่องเคียงใช้ใส่แกงหน่อและกินดิบๆ คือ ผักผีปู่ย่าที่มีหนามแหลมคม รสชาติเปรี้ยวเฝื่อนและมะข่วงรสชาดเหมือนมะแขว่น ใบย่านาง ผักชะอมเป็นของแถมหากซื้อหน่อในจำนวนมากๆ

นอกจากนี้มีผักจากป่าก็จะมีผักหวาน เห็ดลม เผือก มัน กอย กล้วย ดอกงิ้ว ส้มเขียวหวาน มะแขว่นป่าเครื่องเทศไส่แกง ของคนเหนือ พวกสัตว์ก็จะมีตัวอ่อนของตัวต่อและตัวผึ้ง รังผึ้ง น้ำผึ้งป่า ไข่มดแดง และปลาเล็กปลาน้อย กุ้งผา ที่กำลังตกคลักเพราะน้ำแห้ง รวมไปถึงปลาไหลที่หาได้ง่ายเพราะน้ำเริ่มแห้งจะตกคลักจำนวนมาก ส่วนคนที่ชอบทำบุญมาซื้อปลาไหลไถ่ชีวิตนำไปปล่อยครั้งละจำนวนมากโดยขายถุงละ100 บาทมีทั้งหมด9 ตัว ส่วนที่ชอบทำเป็นอาหารก็จะนำไปผัดเผ็ด และทำเปิบพิสดารชื่อเมนูต้มเปรต ที่ต้มน้ำให้เดือดใส่ตระไคร้ใบมะกรูด พริก เกลือ ต้มให้เดือดแล้วโยนปลาไหลเป็นๆใส่ลงไป ให้เนื้อแตกออกจากตัว โดยปลาไหลในฤดูแล้งนี้เชื่อว่ารสชาติหวานกว่าในฤดูอื่นๆ สัตว์ป่า อาทิ นก กบ หนูนา ตัวตุ่น

อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยดังกล่าวทำให้ขณะนี้ตลาดริมทางขายอาหารป่าและของจากป่าคึกคัก มีคนในตำบลหมู่บ้านและอำเภอใกล้เคียง รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่สัญจรผ่านไปผ่านมา จอดรถลงซื้อหาจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงที่มีอาหารป่าหายากวางขายมากชนิดขึ้น นักท่องเที่ยวบางคนก็จะบันทึกภาพของป่าที่หาดูไม่ง่ายตามตลาดสดทั่วๆ ไป

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: น้ำโขงแห้งขอด! สื่อแฉจีนกักน้ำใช้ปั่นไฟฟ้า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sun Mar 07, 2010 6:45 pm

จีนหยุดสร้างเขื่อนหวั่นแผ่นดินไหว

7 มีค. 2553 16:03 น.

ดร.ภวัต ตั้งตรงจิตร นักวิชาการจากสถาบันเอเซียศึกษาของโครงการจีนศึกษา เปิดเผยที่จังหวัดนครพนม ในงานเสวนาโครงการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจการค้าและบริการสู่ตลาดประเทศเพื่อนบ้าน รองรับการเปิดเสรีทางการค้า(อาฟต้า)และรองรับประชาคมสังคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ว่าจากกรณีหลายประเทศตามแนวลุ่มน้ำโขง เวียตนาม ลาว ไทย ฯลฯได้รับผลกระทบจากระดับน้ำโขงแห้งส่งผลให้ประชาชนสองฝั่งแม่น้ำโขงได้รับความเดือดร้อนตลอดจนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศมีปัญหาด้านการขนส่งนั้น ซึ่งส่วนใหญ่หลายประเทศจะพุ่งเป้าไปที่จีนสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำโขง

จากการได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการกับนักวิชาการจีนตามโครงการจีนศึกษาก็ได้รับการยืนยันจากนักวิชาการจีนว่าเขื่อนจีนปิดลำน้ำโขงมีการสร้างมานานหลายปีเปิดปิดน้ำในลำน้ำโขงเพื่อต้องการน้ำทำการเกษตรซึ่งแต่ละปีก็ไม่ได้ส่งผลกระทบให้แห้งมากขนาดนี้ ซึ่งสาเหตุที่น้ำโขงแห้งหนักในปีนี้มันมีหลายปัจจัย การสร้างเขื่อนจีนก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง การระเบิดหินตามแนวลุ่มน้ำโขงก็มีส่วนทำให้ขาดแนวกั้นดันน้ำให้ไหลลงสู่ทะเลที่เวียตนามช้าลงเมื่อระเบิดหินกั้นน้ำก็ทำให้น้ำไหลเร็วขึ้น แต่ที่สำคัญควรมองถึงปัจจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลกจากสิ่งแวดล้มถูกทำลายทำให้สภาพอากาศของโลกเปลี่ยนไป ซึ่งจะพบเห็นสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นเช่นฝนตกในทะเลทรายเป็นต้น

และที่สำคัญทางประเทศจีน ขณะนี้ได้ให้ความสำคัญในการก่อสร้างเขื่อนมากโดยระงับโครงการสร้างเขื่อนทั่วประเทศหลังจากผลวิจัยของนักวิชาการจีนชี้ชัดว่าการสร้างเขื่อนจะทำให้ดินอุ้มน้ำมากและส่งผลกระทบทำให้เกิดแผ่นดินไหวมากขึ้นในห่วงที่ผ่านมาทำให้รัฐบาลจีนระงับการสร้างเขื่อนทั่วทั่วประเทศในขณะนี้

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: น้ำโขงแห้งขอด! สื่อแฉจีนกักน้ำใช้ปั่นไฟฟ้า

ตั้งหัวข้อ  satan_baby on Sun Mar 07, 2010 11:34 pm

"นายกฯ"เตรียมถกจีนปล่อยน้ำแก้วิกฤติแม่น้ำโขง

7 มีค. 2553 12:25 น.


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ลดต่ำลงจนเข้าสู่ภาวะวิกฤติ ว่า ปัญหาเรื่องภัยแล้ง ที่เกิดในเวลานี้ ตนขอเรียนว่ารัฐบาล และตนได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งสถานการณ์น้ำ ทั้งปัญหาภัยแล้ง ถือว่าเป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด มาตรการความช่วยเหลือมีการติดตามอย่างใกล้ชิด ถ้าพี่น้องประชาชนมีปัญหาในเรื่องนี้ก็ขอให้แจ้งหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเข้าไปดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้มีความสนใจมากในเรื่องปัญหาระดับของแม่น้ำโขง ซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยแล้งอย่างรุนแรง แล้วก็มีข้อสงสัยอยู่ว่าจะไปเกี่ยวข้องกับประเทศจีนหรือไม่อย่างไร แต่ไม่ว่าสาเหตุจะเป็นอย่างไรก็ตาม ขณะนี้เราก็พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงนั้นลดต่ำลงมาก โดยตนได้บอกกับกระทรวงการต่างประเทศไปแล้ว และในวันนี้พรุ่งนี้ที่จะมีโอกาสพูดคุยกับตัวแทนของประเทศจีน ก็จะได้เน้นย้ำ ว่าจะขอให้จีนนั้นได้ให้ความร่วมมือในการบริหารจัดการน้ำ ไม่ให้ประเทศที่ปลายน้ำที่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมทั้งประเทศไทย และประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงนั้นได้รับผลกระทบ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ รัฐบาล ไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะดำเนินการในทุกวิถีทางในการที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจากภัยแล้ง แต่ก็ต้องขอความร่วมมืออีกครั้งหนึ่งว่าเราได้ไปทำประชาคมกับกลุ่มผู้ใช้น้ำต่าง ๆ ก็ขอความร่วมมือในเรื่องของการปลูกข้าวนาปรัง และในเรื่องของการใช้น้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งจะต้องร่วมกันบริหารจัดการ เพราะว่าที่สำคัญที่สุดคือเราต้องมีน้ำใช้เพียงพอสำหรับข้าวนาปี ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=436149&lang=T&cat=
avatar
satan_baby

จำนวนข้อความ : 192
Registration date : 08/02/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: น้ำโขงแห้งขอด! สื่อแฉจีนกักน้ำใช้ปั่นไฟฟ้า

ตั้งหัวข้อ  sunny on Tue Mar 09, 2010 9:53 pm

ระดับน้ำโขงกระเตื้อง คาดจีนปล่อยน้ำให้เรือแล่นกลับ

9 มีค. 2553 18:53 น.

นายอภิสิทธิ์ คำภิโล ขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จากการสำรวจระดับน้ำในแม่น้ำโขงของกรมอุตุนิยมวิทยา ก่อนหน้านี้พบว่าระดับน้ำโขงลดต่ำเหลือเพียง 0.90 เมตรเท่านั้น แต่ล่าสุดจากการสำรวจระดับน้ำ ภายหลังการเจรจาและได้คำตอบจากทางการจีนว่าไม่สามารถปล่อยน้ำลงมาช่วยเหลือได้ แต่เช้าวันนี้ (10) พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 50 เซนติเมตร อยู่ที่ 1.4 เมตร ส่งผลให้ขณะนี้เรือจีนที่ตกค้างอยู่ฝั่งไทยเริ่มทยอยเดินทางออกจากท่าเรือเชียงแสนเพื่อกลับฝั่งจีนแล้ว ซึ่งสาเหตุที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น อาจมาจากฝนตกบริเวณต้นแม่น้ำ หรือเพราะจีนปล่อยน้ำลงมาจากเขื่อน ซึ่งเหตุผลข้อหลังคงเป็นไปได้สูงกว่า เนื่องจากลักษณะน้ำที่เพิ่มขึ้นไม่ขุ่นข้นเหมือนน้ำฝน อีกทั้งช่วงนี้เป็นฤดูแล้ง จึงเป็นไปได้ยากที่ฝนจะตก ทั้งนี้เหตุผลที่แท้จริงยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน เพราะก่อนหน้านี้จีนตอบปฏิเสธปล่อยน้ำไปแล้ว ซึ่งคงต้องรอดูกันไปว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นกว่านี้หรือไม่ เพราะยังมีข้อสงสัยว่าการที่จีนปล่อยน้ำมาครั้งนี้เป็นเพราะสาเหตุใด จีนต้องการปล่อยน้ำมาช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน หรือเพื่อช่วยเหลือเรือสินค้าของจีนกันแน่

ด้าน นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง เขตล้านนา กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ถือว่าชัดเจนแล้ว หากจะบอกว่าประเทศจีนเป็นต้นเหตุหลักที่ส่งผลให้ระดับน้ำโขงเปลี่ยนแปลง สังเกตจากการระดับน้ำโขง 2-3 วันที่ผ่านมา เมื่อจีนปล่อยน้ำลงมา พบว่าระดับน้ำกลับเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมที่มีไม่ถึงถึง 1 เมตร แต่ตอนนี้ระดับน้ำเพิ่มเป็น 1.4 เมตรแล้ว แม้ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นไม่มากก็ตาม แต่ก็ส่งผลให้เรือจีนแล่นกลับฝั่งจีนได้แล้ว อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูสถานการณ์ไปเรื่อยๆว่าเรือสินค้าจีนที่แล่นกลับนั้นจะแล่นกลับมาที่อำเภอเชียงแสนอีกครั้งหรือไม่ เพราะหากเรือจีนไม่แล่นกลับมา นั่นหมายถึงจีนพร้อมกักเก็บน้ำอย่างถาวรแล้วเช่นกัน ทั้งนี้ต้องรอดูในสัปดาห์นี้ หากระดับน้ำสูงขึ้นอีก คงทำให้ผู้ประกอบการค้าส่งกลับมาใช้เส้นทางแม่น้ำโขงได้อีกครั้ง แต่สิ่งสำคัญขณะนี้ อยากให้รัฐบาลจีนกับไทยตกลงกันอย่างเป็นทางการในการกำหนดเงื่อนไขการเปิด-ปิดเขื่อน หรือการบริหารจัดการน้ำโขงอย่างเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ เพื่อไม่ให้ประเทศอื่นๆในกลุ่ม GMS ถูกเอาเปรียบจากการควบคุมแม่น้ำโขงจากจีนเพียงฝ่ายเดียว

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น
avatar
sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ