วิบากกรรม...ของกองทัพ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

วิบากกรรม...ของกองทัพ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Mar 06, 2010 10:27 am

เอกซเรย์เรือเหาะ350 ล."ต้นไม้-เมฆ-ฝน"อุปสรรคในพื้นที่จริง!



คมชัดลึก : วิบากกรรมของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ยังคงกระหน่ำซ้ำเติมอย่างต่อเนื่อง ไล่เรียงมาตั้งแต่จีที 200 เรื่อยมาจนถึงรถหุ้มเกราะยูเครน

ล่าสุด หวยมาออกที่เรือเหาะ 350 ล้านบาทที่มีข้อครหาถึงขั้นว่า ลำเรือรั่วซึมจนบินไม่ได้ กล้องก็เจ๊ง แถมกรรมการที่ตรวจรับก็ลาออกไปถึง 2 คน เพราะกลัวติดร่างแหไปด้วย!!

ข่าวยังโจมตีถึงขั้นว่า พล.อ.อนุพงษ์พยายามสั่งการให้เร่งตรวจรับเรือเหาะให้ทันวันศุกร์ที่ 5 มีนาคม ให้ได้ เพราะกลัวว่ายิ่งทอดเวลาออกไปก็ยิ่งจะถูกโจมตีว่า ซื้อของแพง แต่ไม่มีประสิทธิภาพเหมือนจีที 200 อีก

ทว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านเรือเหาะ กลับปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ว่า การลงมาตรวจรับเรือเหาะเป็นไปตามกำหนดการเดิม ขณะที่กรรมการตรวจรับ 2 คนที่เป็นข่าวก็ยังลงพื้นที่ด้วย ไม่ได้ลาออก

โดยกรรมการได้ลงมาตรวจสอบประสิทธิภาพของ ฮ.ตรวจการณ์ 3 ลำ และเรือเหาะ ว่าสามารถทำการบินได้หรือไม่ โดยเน้นทดสอบการบินของเรือเหาะ และทดสอบประสิทธิภาพของกล้องเป็นหลัก

หลักเกณฑ์ในการตรวจรับมีข้อแม้ว่า เรือเหาะจะต้องบินในเพดานบินตั้งแต่ 3,000 ฟุตขึ้นไป กล้องที่ติดบนเรือเหาะจะต้องสามารถซูมเห็นภาพเบื้องล่างได้ชัดเจน

นอกจากนี้ ยังจะต้องทดสอบการเชื่อมต่อสัญญาณไปยังกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) 3 จุด รวมทั้ง 26 หน่วยเฉพาะกิจ เพื่อดูว่า ภาพชัดเจนแค่ไหน สัญญาณขาดๆ หายๆ หรือไม่

ส่วนข้อกล่าวหาเริ่มตั้งแต่ลำเรือที่มีการรั่วซึมจนไม่สามารถขึ้นบินได้นั้น เรือเหาะยังขึ้นบินได้ตามปกติ โดยได้ขึ้นบินไปแล้ว 5 เที่ยวบิน ส่วนเรื่องการรั่วซึมก็เป็นเรื่องปกติของเรือเหาะ แต่ไม่กระทบต่อความปลอดภัย

ทั้งนี้ข้อกังขาว่าเรือเหาะไม่สามาถบินขึ้นสูงถึง 1 หมื่นฟุต ซึ่งอาจถูกซุ่มยิงได้นั้น เขาก็ยอมรับว่า เรือเหาะมีเพดานบิน 3,000-5,000 ฟุตเท่านั้น แต่ก็ยืนยืนว่าจะปลอดภัยแน่นอน

"ตามปกติระยะหวังผลของอาวุธปืนเล็กยาว เช่น เอ็ม 16 หรืออาก้า จะมีระยะหวังผลที่ 1,800 ฟุต หรือ 500 เมตร ซึ่งเพดานบินของเรือเหาะจะพ้นรัศมีปืนเล็กแน่นอน ยกเว้นปืนขนาดใหญ่ เช่น ปืนต่อสู้อากาศยาน" ผู้เชี่ยวชาญคนเดิมกล่าว
ส่วนผลการตรวจรับเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ว่าได้ทดสอบการบินของ ฮ.ตรวจการณ์ 3 ลำ และเรือเหาะพร้อมทดสอบการทำงานของกล้อง รวมทั้งการเชื่อมต่อไปยังจุดอื่นๆ

แต่ปัญหาที่พบในขณะนี้ คือ การเชื่อมต่อสัญญาณจากจานรับสัญญาณภาพที่เขาปกโยะมายังค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี ซึ่งสัญญาณภาพที่ยิงขึ้นดาวเทียม และส่งไปยังจุดอื่นยังขาดๆ หายๆ เป็นบางช่วง แต่ก็กำลังปรับแก้อยู่

ส่วนสัญญาณที่ถ่ายทอดโดยตรงจากเรือเหาะมายังรถบังคับการไม่มีปัญหา สามารถซูมภาพบุคคล และรถบนพื้นดินได้ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการไปหลบใต้ต้นไม้จะไม่สามารถจับภาพได้ หรือกรณีที่ฝนตกก็จะไม่สามารถจับภาพได้เช่นกัน

ส่วนข้อกังวลที่ว่า เรือเหาะเคลื่อนตัวได้ช้า และยังมีขนาดใหญ่ คนร้ายสามารถพบเห็น และหนีไปซ่อนตัวได้ง่ายนั้น เขายอมรับว่า แม้จะเดินทางได้ช้าก็จริง แต่ข้อดีของเรือเหาะ คือ เสียงเครื่องยนต์ที่เงียบ แต่ถ้าฝ่ายตรงข้ามพบเห็น และหนีไปหลบซ่อนตัวอีกก็ไม่เป็นไร เพราะอย่างน้อยก็ถือว่า บรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างหนึ่ง คือ การ "ข่มขวัญ" เพื่อป้องปรามไม่ให้ก่อเหตุ
กระนั้น แม้จะชี้ถึงข้อดีของเรือเหาะมากมาย แต่จุดอ่อนที่ต้องยอมรับคือ คนร้ายสามารถหนีไปซ่อนตามที่กำบังเพื่อหลบกล้องได้ง่าย และหากฝนตกลงมา จะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเรือเหาะได้เลย

คำถามก็คือ ด้วยภูมิประเทศจริงที่เต็มไปด้วยสวนยางและป่าเขา ยังมีฝนตกชุกแทบจะทั้งปี การใช้งบประมาณกว่า 350 ล้านจะคุ้มค่าจริงหรือ

ขณะที่ผลการตรวจรับของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุที่ พล.อ.อนุพงษ์ แต่งตั้งให้ พ.ท.รัช สุกิจ เป็นประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุคนใหม่ลงไปตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเครื่อง โดยเฉพาะกล้องที่ยังไม่สามารถถ่ายทอดสัญญาณมายังสถานีรับสัญญาณได้

มีรายงานว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นการลงไปตรวจรับเครื่องแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการทดสอบทางเทคนิคเท่านั้น
คณะกรรมการชุดนี้จะรายงานผลการทดสอบต่อ พล.ต.ศุภกร สงวนชาติศรไกร เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบก ก่อนจะส่งให้คณะกรรมการกําหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์กองทัพบก (กมย.) เพื่อพิจารณารับมอบเรือเหาะจากบริษัทแอเรียร์ ของสหรัฐอเมริกา

ขณะที่ประเด็นการส่งมอบที่เลื่อนจากวันที่ 25 สิงหาคม 2552 เป็น 5 มีนาคม 2553 กองทัพก็ระบุว่า สาเหตุที่ไม่ได้ปรับบริษัทเนื่องจากการส่งมอบไม่ได้ล่าช้า แต่เป็นเพราะกองทัพต้องการเพิ่มประสิทธิภาพเข้าไปอีก

จากที่สเปกเดิมจะถ่ายภาพลงมาที่รถบังคับการก็ปรับปรุงให้มีการลิงก์สัญญาณไปยัง บก.ทบ. และ 26 ฉก.ด้วย จึงไม่ถือว่าบริษัททำผิดสัญญาแต่อย่างใด

แม้กองทัพจะย้ำว่า เรือเหาะมีประสิทธิภาพจริง แต่ก็เกิดคำถามขึ้นอีกว่า ในการบินทดสอบเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่สนามบินบ่อทอง จ.ปัตตานี เหตุใดจึงไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปถ่ายภาพด้วย

นำมาสู่ข้อกังขาว่า ถ้ามั่นใจว่าของดีมีคุณภาพจริง ทำไมถึงไม่กล้าพอให้สื่อเข้าไปพิสูจน์ให้รู้ดำรู้แดงไปเลย

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วิบากกรรม...ของกองทัพ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Mar 06, 2010 10:27 am


_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วิบากกรรม...ของกองทัพ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Sat Mar 06, 2010 10:30 am


_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วิบากกรรม...ของกองทัพ

ตั้งหัวข้อ  Neo on Sat Mar 06, 2010 3:13 pm

โจรใต้ เจอเรือเหาะตรวจการ ไม่คิดเหรอว่าเค้าจะใช้อะไรสอยลงมาครับ แค่อาร์พีจี ไม่ก็โดนบั้งไฟสอยซักลูก สองสูก ก็คงสอยลงมาแล้วครับ วัตถุลอยฟ้าสองร้อยล้าน
เอ่อ ส่วนมากเท่าที่ผมทราบเรือเหาะพวกนี้เค้าใช้แค่ไม่กี่ประเทศและส่วนมากจะใช้กับทะเลทรายนะครับ

คิดได้ไงครับ

Neo

จำนวนข้อความ : 213
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วิบากกรรม...ของกองทัพ

ตั้งหัวข้อ  Neo on Thu Jun 03, 2010 2:53 pm

กมธ.ทหารแฉพิรุธเรือเหาะแพงเกินจริง

3 มิย. 2553 14:10 น.

พ.ต.ท. สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นประธานคณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯได้มีการตรวจสอบการจัดซื้อเรือเหาะ Sky Dragon จากสหรัฐอเมริกา ของกองทัพบก ราคา 340 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีการเบิกจ่ายเงินให้กับบริษัทไปแล้วถึง 70% หรือคิดเป็นเงินมูลค่า 270 ล้านบาท โดยจากการสอบถามรองเจ้ากรมขนส่งทหารบกพบว่ามีการเซ็นรับเรือเหาะไปแล้วแต่ไม่ทั้งหมด ซึ่งตรงนี้ก็เป็นที่น่าแปลกใจเพราะมีการเซ็นรับแล้วบางส่วนทั้งที่รู้ว่า อุปกรณ์ต่างๆ ของเรือเหาะ ไม่สมบูรณ์และราคาสูงเกินจริง อีกทั้งมีข้อบกพร่องที่เห็นชัดเจนว่าน่าจะผิดสเปกและไม่สามารถลอยตัวสูงเกิน 10,000 ฟุต หรือประมาณ 1 กิโลเมตร

ที่สำคัญคือทางกรรมาธิการฯได้เชิญเจ้าหน้าที่ศุลกากรมาชี้แจงปรากฎว่าราคาที่ตรวจเช็คอยู่ที่ราคาลำละ 54 ล้านบาท ทั้งที่พล.อ.ประยุทธ จันทรโอชา รองผู้บัญชาการทหารบกได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการป.ป.ช.ลงเลขที่ กห. 0404 / 705 แจ้งว่า ราคาเรือเหาะอยู่ที่ลำละ 112 ล้านบาท และตัวแทนจากกระทรวงกลาโหมก็มาชี้แจงที่กรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าเรือเหาะลำละ 102 ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ชี้ให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากล แต่ที่ตนยังไม่นำเรื่องนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ เนื่องจากต้องการให้โอกาสกองทัพได้ชี้แจง แล้วขณะนี้การส่งมอบเรือเหาะเกินไป 251 วันแล้วแต่เหตุใดทางกองทัพถึงไม่มีการดำเนินการใดๆกับบริษัทดังกล่าว

Neo

จำนวนข้อความ : 213
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วิบากกรรม...ของกองทัพ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Jun 17, 2010 2:00 pm

กมธ.เชิญ'ผบ.ทอ.'แจงซื้อ'กริพเพน'สูงเกินจริง

คมชัดลึก :ประธานกรรมาธิการทหาร สภา ฯ เรียกผู้บัญชาการทหารอากาศ ชี้แจงซื้อเครื่องบินกริพเพนสูงเกินจริง พร้อมทำหนังสือให้นายกรัฐมนตรี ทบทวน

(17มิ.ย.) เวลา 09.30 น. คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร จะประชุมเพื่อพิจารณาการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพน จากประเทศสวีเดน ของกองทัพอากาศ ซึ่งได้จัดซื้อครั้งล่าสุดจำนวน 6 ลำ โดยเชิญผู้บัญชาการทหารอากาศ เข้าชี้แจง

พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในนามประธานคณะกรรมาธิการการทหาร จะทำหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ทบทวนการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพนจำนวน 6 ลำ เนื่องจากมีราคาสูงมาก แตกต่างจากประเทศอื่นที่ซื้อได้ราคาต่ำกว่าไทย อีกทั้งยังเป็นเพียงตัวเครื่องบินเปล่า ไม่ได้ติดอาวุธรวมอยู่ด้วย ทางกรรมาธิการจึงเห็นว่าเป็นการ
จัดซื้อสินค้าที่สมรรถนะและประสิทธิภาพไม่สมประโยชน์กับเม็ดเงิน

นอกจากนี้ ที่ประชุมกรรมาธิการทหาร ยังมีระเบียบวาระพิจารณาการจัดซื้อรถยานเกราะ จากประเทศยูเครน ของกองทัพบกมูลค่า 3,898 ล้านบาท ที่ขณะนี้กองทัพจ่ายเงินไปแล้ว 596 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้รับส่งมอบรถหุ้มเกราะจากยูเครนแม้แต่คันเดียว ทั้งที่ความจริงรถหุ้มเกราะส่วนแรก ต้องมาถึงเมืองไทยแล้ว

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วิบากกรรม...ของกองทัพ

ตั้งหัวข้อ  ฅนไท on Wed Jul 14, 2010 2:07 pm



พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าววันที่ 13 กรกฎาคม ถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพนของไทยราคาแพงกว่าประเทศโรมาเนีย ราคาลำละกว่า 1,200 ล้านบาทว่า เรื่องนี้เคยชี้แจงมาตั้งแต่ปี 2550 กองทัพอากาศได้รับการอนุมัติจัดซื้อเครื่องบินกริพเพนประมาณเดือนตุลาคม 2550 ต่อมาเดือนพฤศจิกายน 2550 มีนิตยสารเสนอว่ากองทัพอากาศเสนอซื้อเครื่องบินกริพเพนราคาแพงกว่าปกติ ซึ่งกองทัพอากาศได้ให้สถานทูตสวีเดนทำหนังสือชี้แจงยืนยันราคากริพเพนมาให้ เพื่อชี้แจงรายละเอียด โครงการจัดซื้อกริพเพนที่ผ่านมามีประเทศแอฟริกาใต้จัดซื้อ 28 เครื่อง โดยจัดซื้อโดยตรง ส่วนฮังการี 14 เครื่อง เป็นการเช่าซื้อระยะเวลา 10 ปี สาธารณรัฐเซ็ก ซื้อ 14 เครื่อง ด้วยการเช่าเวลา 10 ปี แต่กองทัพอากาศไทยไม่ใช่ซื้อเครื่องบินกริพเพนอย่างเดียว แต่รัฐบาลสวีเดนมีข้อเสนอพิเศษ พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ค่อนข้างมากทั้งเครื่องบินควบคุมแจ้งเตือนทางอากาศ

“ปกติกองทัพอากาศต้องการเครื่องบิน 12 เครื่อง แต่กรอบงบประมาณผูกพันได้เพียง 5 ปี การจัดซื้อเฟสแรก วงเงิน 19,600 ล้านบาท จัดซื้อได้เพียง 6 ลำ ทั้งนี้ การจัดซื้อจะแพงหรือไม่ขึ้นอยู่กับรายละเอียดว่าในแต่ละประเทศมีการจัดหา และความต้องการของเขามีมากน้อยเพียงใด เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นข่าวออกมา ซึ่งมีการระบุเป็นประเทศโรมาเนีย และประเทศนี้มีความสนใจเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา แต่ทางเอกอัครราชทูตได้มีหนังสือ โดยแจ้งว่าในช่วงนั้นประเทศโรมาเนีย ขอข้อเสนออย่างเดียว และยังไม่มีการจัดซื้อจัดหาเลย รวมถึงครั้งนี้ด้วย”พล.อ.อ.อิทธพร กล่าว

พล.อ.อิทธิพร กล่าวว่า ประเทศโรมาเนีย ยังไม่ได้มีการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพน เพราะฉะนั้นตัวเลขที่ออกมาว่าเป็นจำนวนเงินเท่านั้นเท่านั้นข้อเท็จจริงควงจะต้องไปดูในรายละเอียดก่อนที่จะมาสรุปว่า กองทัพอากาศซื้อแพง ตนขอยกตัวอย่างเช่นดูจากรถยนต์คัมรี่ ถ้าถูกที่สุดเครื่องยนต์อยู่ที่ประมาณ 2.0 ราคาประมาณ 1.2 ล้านบาท แต่เป็นแคมรี่ 3.5 ราคาอยู่ที่ประมาณเกือบ 3 ล้านบาท ดังนั้นข้อแตกต่างจะต้องดูด้วยว่าอุปกรณ์มีอ็อพชั่นเพิ่มเติมหรือไม่ ทั้งนี้ กองทัพอากาศยึดถือภารกิจและผลประโยชน์เป็นหลัก สิ่งที่เราได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องได้ชี้แจงให้กับคณะกรรมการที่สอบถามมา ซึ่งท่านก็เข้าใจ

ส่วนขั้นตอนการจัดซื้อเป็นลักษณะเดียวกับเฟส 1 ซึ่งเป็นการอนุมัติในหลักการ กองทัพอากาศก็จะต้องไปดำเนินการเจรจา เรามีข้อมูลเบื้องต้นว่าเราต้องการ 12 เครื่อง และสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่ตัวเครื่องบินอย่างเดียว แต่เป็นระบบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติการทางทหาร คือระบบบัญชาการ และการควบคุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือน ซึ่งจะให้ข้อมูลระหว่างเครื่องกริพเพนเอง และเรดาห์ภาคพื้นของภาคใต้ทั้งหมดจะได้รับการปรับปรุงให้มีความสามารถในการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องบินกริพเพน เครื่องบินแอร์บอร์นเออรี่เวิร์นนิ่ง และในระยะต่อไป เราจะโครงการที่เชื่อมต่อกับกองทัพเรือด้วย กองทัพอากาศคำนึงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จะต้องมีความทันสมัย และทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งเหล่านี้ดำเนินการตามภารกิจ เราปฏิบัติตามรัฐธรรมนูนมาตรา 77 ว่ารัฐจะต้องจัดให้มีกำลังทหารเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และยุทโธปกรณ์โดยเน้นว่าจะต้องมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยตามความจำเป็นและเพียงพอ การจัดหายุทโธปกรณ์ต้องให้ทันสมัยไม่ด้อยกว่าเพื่อบ้าน

เมื่อถามว่า คณะกรรมาธิการทหารระบุว่าการซื้อกริพเพนเพียงแค่ตัวเครื่องบินอย่างเดียวแต่ไม่ซื้ออาวุธด้วย ซึ่งต้องเสนองบเพิ่มในการซื้ออาวุธ พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า เราแจงกรรมาธิการทหารแล้ว 4 ครั้ง ซึ่งเฟส 2 เราได้พิจารณาจัดหาจรวดต่อต้านโจมตีเรืออาร์วีเอส 15 จำนวนหนึ่ง และบางสื่อระบุว่าไม่สามารถใช้กับอาวุธของตะวันตกได้ไม่จริง เครื่องบินกริพเพนออกแบบมาสามารถใช้อาวุธของนาโต้ได้ทุกชนิด ดังนั้น อาวุธทุกอย่างที่กองทัพอากาศมีสามารถใช้ได้หมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราจะได้รับการจัดหาอากาศจรวดนำวิถีในเจเนอเรชั่นที่ 5 ซึ่งจะทันสมัยที่สุดในภูมิภาค

“กองทัพอากาศต้องมีความอดทน ซึ่งเราอดทนมาตลอดว่ามีข้อสงสัยก็พร้อมชี้แจงตลอด เราอยากให้ประชาชนและคนไทยที่รักชาติต้องให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องยุทโธปกรณ์ วันที่ 13 กรกฎาคมนี้เป็นวันสำคัญ เพราะเป็นวันวิกฤติการณ์ รศ.112 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เราเสียดินแดน ดังนั้น อยากให้คนไทยนึกถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2436 ว่าหมู่เรือรบเพียง 3 ลำ เรือนำล่อง 1 ลำ แต่เรือปืนของฝรั่งเศส 2 ลำ สามารถบุกรุกเข้ามาผ่านสันดอนแม่น้ำเจ้าพระยา เวลานั้นกองทัพเรือสู่เต็มที่ แต่ด้วยอำนาจการยิงและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ไม่สามารถต้านทานเรือรบที่ทันสมัยได้ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เรือรบฝรั่งเศสเข้ามาจอดที่สถานทูตฝรั่งเศส และข่มขู่รัฐบาลไทยให้ยินยอมสูญเสียดินแดนแม่น้ำโขงฝั่งซ้าย อยากให้เห็นว่ายุทโธปกรณ์ที่ไม่ทันสมัย เมื่อเกิดวิกฤติข้อขัดแย้งเราจะไม่สามารถรักษาอธิปไตยเราได้”

มติชน

ฅนไท

จำนวนข้อความ : 193
Registration date : 04/11/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วิบากกรรม...ของกองทัพ

ตั้งหัวข้อ  sunny on Thu Jul 15, 2010 11:05 am

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 09:13:27 น. มติชนออนไลน์


ชำแหละฝูงบิน"กริพเพน" เทียบ 5ประเทศ"ไทย"ซื้อแพงสุด?

ถ้านายเจอร์รี่ ลินเบิร์จ (Jerry Lindbergh) ตัวแทนของรัฐบาลสวีเดนไม่ออกมาประกาศเสนอขายเครื่องบินขับไล่ "ยาส 39 ซี/ดี กริพเพน" ให้กับรัฐบาลโรมาเนีย ในราคาชนิดทั้งแจกทั้งแถมออพชั่นพิเศษ 24 ลำ รวม 1,000 ล้านยูโร หรือเทียบเท่า 40,000 ล้านบาท

ข่าว"กริพเพน"คงไม่มีโอกาสถูกนำมาเสนอในหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ "มติชน" อีกครั้งเพราะเหตุว่า โครงการจัดซื้อ "กริพเพน" ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับที่สวีเดนเสนอขายให้กับ "โรมาเนีย" รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้อนุมัติจัดซื้อล็อตแรก 6 ลำไปนานแล้วตั้งแต่ปี 2551

แม้มีเสียงทักท้วงตั้งแต่แรกว่า การซื้อ"กริพเพน" แพงกว่าที่ประเทศอื่นๆ

แต่กระนั้นรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ ผลักดันซื้อเป็นผลสำเร็จด้วยเงินงบประมาณงวดแรกรวมทั้งสิ้น 19,000 ล้านบาท

ล็อตที่สอง รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไฟเขียวให้ซื้อด้วยเงินงบประมาณ 16,000 ล้านบาท ตั้งแต่เดือนมกราคม 2553

ห้วงเวลาที่ผ่านมาเนิ่นนาน เพียงพอที่ทำให้ข่าว "กริพเพน"หลุดจากกระแสความสนใจ บังเอิญมีผู้หวังดีนำข้อมูลที่เผยแพร่ในสื่อต่างๆ ของสวีเดนและโรมาเนียมาให้ "มติชน" พร้อมตั้งคำถามว่า ทำไมรัฐบาลไทยจึงซื้อเครื่องบินขับไล่ "กริพเพน" แพงกว่าประเทศอื่นๆ ทั้งๆ ที่ข้อเสนอซื้อจากรัฐบาลสวีเดนที่มีให้กับรัฐบาลไทย แทบไม่แตกต่างกันเท่าไหร่

เครื่องบินขับไล่"กริพเพน" ผลิตโดยบริษัทซาบ แห่งสวีเดน มีประเทศต่างๆ ในโลกซื้อเข้าประจำการรวมทั้งสิ้น 5 ประเทศ ได้แก่ สวีเดน,ฮังการี,สาธารณรัฐเช็ก,แอฟริกาใต้ และล่าสุดคือประเทศไทย ส่วนประเทศโรมาเนีย ยังอยู่ระหว่างเสนอลดราคา

รัฐบาลสวีเดนต้องการซื้อเครื่องบิน"กริพเพน" 200 ลำ แต่ประสบภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ จึงลดเหลือเพียง 100ลำ โดย 31 ลำเป็นรุ่น เอ/บี นำมาปรับปรุงใหม่ให้เป็นรุ่น ซี/ดี ที่เหลือเอาไปขายให้ประเทศอื่นๆ



รัฐบาลฮังการี ทำสัญญาเช่าและจัดซื้อเครื่องบิน รุ่นซี/ดี เมื่อปี 2546 จำนวน 14ลำ มูลค่า1,000ล้านเหรียญ(ราว 40,000 ล้านบาท-ค่าเงิน 1 เหรียญ/40 บาท) รัฐบาลสวีเดนจัดระบบวางแผนการรบ ระบบเติมน้ำมันกลางอากาศ ระบบเอวิโอนิกส์

การเจรจาระหว่างรัฐบาลฮังการีกับสวีเดน ใช้เวลานานถึง 4 ปี กว่าสวีเดนจะยินยอมในข้อเสนอว่าด้วยผลตอบแทนทางเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลฮังการี โดยเฉพาะการปรับปรุงทักษะคุณภาพแรงงานของฮังการี

ปี 2548 รัฐบาลเช็ก ต้องการเช่า "กริพเพน" เป็นระยะเวลา 10 ปี คิดเป็นเงินงบประมาณทั้งสิ้น 800 ล้านเหรียญสหรัฐ ราว 32,000 ล้านบาท (เทียบค่าเงิน 1 เหรียญเท่ากับ 40 บาท) ทางรัฐบาลสวีเดน จัดให้ตามความต้องการ ได้แก่กริพเพนรุ่น ซี/ดี 14 ลำ เครื่องจำลองการบิน ระบบวางแผนการรบ ระบบสนับสนุน การฝึกนักบินและเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน นอกจากนี้รัฐบาลสวีเดนยังยินยอมให้ข้อเสนอการตอบแทนทางอุตสาหกรรม หรือ Industrial offsetแก่สาธารณรัฐเช็ก เป็นเวลา 10 ปี คิดเป็นมูลค่า 130 เปอร์เซ็นต์ของสัญญาเช่าเครื่องบิน

นอกจากนี้แล้ว รัฐบาลสวีเดน ยังยินยอมในข้อเสนอผลตอบแทนแก่ "เช็ก" (offset agreement) ประกอบด้วยผลตอบแทนโดยตรง (direct offset) เทียบเท่า 20 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าการสนับสนุนและการพัฒนาอุตสาหกรรมอากาศยานและการป้องกัน ในกลางปี 2551 สวีเดนจัด 28 โครงการเพื่อสนับสนุนการส่งออกสินค้าของ"เช็ก"

แอฟริกาใต้ จัดซื้อ "กริพเพน" ซี/ดี จำนวน 26 ลำ เมื่อปี 2551 ทางรัฐบาลสวีเดนจัดตั้งศูนย์ฝึกบิน และโรงประกอบเครื่องบินของซาบ พร้อมกับถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการบินให้แก่ชาวแอฟริกาใต้ จำนวนกว่า 200คน นอกจากนั้นรัฐบาลสวีเดนยังให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจผ่านออฟเซ็ตโปรแกรม เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศแอฟริกาใต้ คิดเป็นมูลค่า 5.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งทางด้านการส่งออก การเข้าไปมีส่วนร่วมของอุตสาหกรรมต่างๆ รวมกว่า 100 กิจการทั้งด้านเหมืองแร่ การสนับสนุนด้านวิจัยการแพทย์ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมไม้แปรรูป อุตสาหกรรมเกษตร สนับสนุนภาคบริการและการส่งออก



"การจัดซื้อกริพเพนครั้งนี้ จะช่วยสร้างเสริมอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ และเศรษฐกิจให้แอฟริกาใต้เกิดความแข็งแกร่งอีกด้วย" เอกสารของ "กริพเพน" ระบุ

ส่วนข้อเสนอที่รัฐบาลสวีเดนให้กับไทย ในการจัดซื้อ "กริพเพน"12 ลำ ได้แก่ ความช่วยเหลือในประเทศ (ไม่มีรายละเอียด) การถ่ายโอนเทคโนโลยีด้านการบินการอวกาศและการป้องกันให้กับไทย โดยจะวางรากฐานของภาคอุตสาหกรรมท้องถิ่นของไทยในโครงการพัฒนาในอนาคตรวมถึงโครงการกริพเพน แต่ไม่มีการแจกแจงรายละเอียด

รัฐบาลสวีเดน มอบเครื่องบินให้ 2 ลำ ได้แก่เครื่องบินซาบ 340 พร้อมระบบควบคุมเตือนภัยล่วงหน้ากลางอากาศ หรือ Erieye เครื่องบินซาบ 340 สำหรับการฝึกและขนส่งทางอากาศ

ขณะที่รัฐบาลสวีเดน เสนอขายเครื่องบินกริพเพน 24 ลำให้โรมาเนีย ในราคาหั่นแหลกแข่งกับเครื่องมือสอง เอฟ-16 ของสหรัฐ แค่ 40,000 ล้านบาท พร้อมกับเงื่อนไขล่อใจอย่างมาก อาทิ การชำระหนี้ 15 ปี ฝึกนักบินให้30คน เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินอีก 60 คน แถมออฟเซ็ต ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจกับประเทศโรมาเนีย 100 เปอร์เซ็นต์ โดยจะสร้างงานให้ชาวโรมาเนียอย่างต่ำ 5 พันตำแหน่ง

ข้อเสนอต่างๆ ที่รัฐบาลสวีเดนจัดให้ประเทศต่างๆ นั้น หากเปรียบเทียบกับไทยแล้วจะเห็นได้ว่า รัฐบาลไทยซื้อในราคาแพง

แม้ว่าตัดออพชั่นเครื่องบินที่เป็นของแถมได้แก่ ซาบ 340 ติดตั้งระบบอีรีอาย และซาบ 340 สำหรับการฝึกออกไป ราคาก็ยังแพงกว่าอยู่ดี

เนื่องจากซาบ 340 ติดตั้งระบบอีรีอาย รัฐบาลสวีเดนเพิ่งขายให้กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 ลำในราคา 148.3 ล้านยูโร หรือประมาณ 6 พันล้านบาท ตกลำละ 3,000 ล้านบาท

เมื่อมองย้อนไปหลังในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

กองทัพอากาศพยายามผลักดันเสนอซื้อ "กริพเพน" โดยผ่านทาง พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา ผู้บัญชาการทหารอากาศในสมัยนั้น

ถ้าพลิกย้อนข่าวเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2547 พล.อ.อ.คงศักดิ์ ให้สัมภาษณ์โครงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ กริพเพน รุ่น ยาส-39 ดังนี้

"รัฐบาลสวีเดนยินดีขายกริพเพนให้กับกองทัพอากาศไทยในราคามิตรภาพ ตกราคาลำละประมาณ 600 ล้านบาท กองทัพอากาศมีความสนใจในเครื่องบินขับไล่รุ่นนี้เช่นกัน เพราะเป็นเครื่องบินรบที่มีศักยภาพสูงและเป็นที่นิยมใช้ในหลายประเทศ ทั้งนี้กองทัพอากาศมีแผนที่จะจัดหาอากาศยานที่มีศักยภาพสูงและราคาไม่แพงมากนักจำนวน 1 ฝูง หรือ 16 ลำนำมาใช้ประจำการเพื่อปฏิบัติงานในภารกิจต่างๆ ทดแทนเครื่องบินขับไล่แบบโอวี-เท็น (นอ-10) ที่กองทัพได้ปลดประจำการไปแล้ว รวมทั้งเครื่องบินขับไล่แบบ เอฟ-ห้า อีเอฟ (F-5 EF ) ที่กำลังจะปลดประจำการในเร็วๆ นี้"

พล.อ.อ.คงศักดิ์ยังบอกอีกว่า การจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ฝูงใหม่นี้ จะใช้วิธีการแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรแทนการจ่ายเงิน เนื่องจากรัฐบาลไม่ต้องการให้ขาดดุลเงินบัญชีเดินสะพัดระหว่างประเทศ เลยใช้วิธีการแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรแทน

เวลาห่างกันเพียง 4 ปีเศษ ราคา "กริพเพน" 39 ซี/ดี ที่รัฐบาลสวีเดนขายให้ไทย มีราคาขยับพุ่งเป็นลำละ 2,866 ล้านบาท ทั้งๆ ที่เมื่อรวมออพชั่นที่ไม่ต่างจากประเทศอื่นเท่าไหร่ แต่กระนั้นรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ อนุมัติจัดซื้ออย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ!


**ที่มาหนังสือพิมพ์มติชน**

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ