แนวคิดในการก่อความไม่สงบ เรื่องที่คนไทยทุกคนควรรู้

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

แนวคิดในการก่อความไม่สงบ เรื่องที่คนไทยทุกคนควรรู้

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Fri Oct 10, 2008 3:12 pm

..... รูปแบบปฎิบัติการสมัยใหม่ของพวกบ่อนทำลายชาตินั้นต่างก้อมีแนวคิดจากสมัยก่อนที่ได้รับการปรับปรุงมาให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป .........

ประชาชนที่ล่อแหลม (Vulnerable Population):
สำหรับประชาชนที่ล่อแหลมนั้น รส.100-20 พ.ศ.2540 ได้ให้ความหมายไว้ว่า “เป็นประชาชนที่ไม่พอใจต่อสถานภาพทาง สังคม เศรษฐกิจ และการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน” โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่กำลังพัฒนา เพราะความแตกต่างระหว่างชนชั้นมียังมีอยู่มาก และการดูแลที่ไม่ทั่วถึงของรัฐบาล เพราะรัฐบาลของประเทศพัฒนามุ่งเน้นไปในเรื่องของการพัฒนาประเทศ และด้วยข้อจำกัดนานาประการที่ประเทศกำลังพัฒนานั้น ๆ ส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจ กระจายอย่างไม่ทั่งถึง นอกจากนี้ยังมีเรื่องของกระแสการไหลบ่าของวัฒนธรรมที่เป็นสากล หรืออาจจะกล่าวได้ว่าเป็นกระแสของโลกาภิวัฒน์ (Globalization) ส่งผลให้รัฐบาลของประเทศนั้น ดำเนินโยบายที่อาจจะส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มชน หรือ เผ่าพันธุ์ที่เรียกได้ว่า เป็นชนกลุ่มน้อย หรือ Minority ซึ่งประชาชนที่ล่อแหลมนี้เองที่เป็นเป้าหมายของขบวนการก่อความไม่สงบมีความต้องการที่จะแย่งชิงให้มาเป็นพวกตน เพื่อจะได้ให้การสนับสนุนการก่อความไม่สงบในพื้นที่ที่ต้องการ

การนำและชี้นำ (Direction and Leadership):
สำหรับประชาชนที่ล่อแหลมนั้น โดยธรรมชาติแล้วจะไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เพื่อก่อความไม่สงบ ถึงแม้ประชาชนที่ล่อแหลมบางกลุ่มอาจจะมีระดับของความไม่พอใจที่สูง แต่กระนั้นประชาชนที่ล่อแหลมอาจมีการรวมตัวกันขึ้นถ้ามีการดำเนินการที่เรียกว่า “การนำและชี้นำ” โดยขบวนการก่อความไม่สงบ อย่างไรก็ดีการก่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นโดยประชาชนที่ล่อแหลมส่วนใหญ่แล้วยังมีระดับความคิดที่ไปไม่ถึงการก่อความไม่สงบเพื่อล้มล้างอำนาจรัฐบาล สำหรับการดำเนินการนำและชี้นำที่กระทำนั้น โดยส่วนใหญ่มีความไม่พอใจในระดับที่สูงจะมีพื้นฐานมาจากการที่ประชาชนล่อแหลมรู้สึกว่าตัวเองถูกเบียดบังผลประโยชน์ (Relative Deprivation) เพราะผลประโยชน์ที่ถูกเบียดบังนั้นสามารถใช้เป็นเรื่องที่ชี้นำทางความคิดได้ และ เรื่องของการถูกเบียดเบียนผลประโยชน์ เป็นเรื่องที่ถูกนำมาใช้เป็นพื้นฐานสำคัญของการปฏิวัติทางการเมืองตามแนวทางของ คาร์ล มาร์ค (Karl Marx) เฟรดริช เองเกลส์ (Friedrich Engels) และต่อมา วลาดิเมียร์ เลนิน (Vladimir Lenin) และ เหมาเซตุง (Mao Tsa-Tung) นำมาประยุกต์ ใช้ในการชี้นำเพื่อให้ประชาชนเข้าร่วมสู้เพื่อล้มอำนาจการปกครองของรัฐบาล

รัฐบาลขาดการควบคุม (Lack of Government Control):
ประเทศใดที่รัฐบาลขาดการควบคุมดูแลปล่อยปละละเลย หรือ ดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดนั้น ขบวนการก่อความไม่สงบอาจจะฉวยโอกาสเข้าทำการเคลื่อนไหว โดยเป็นการนำหรือชี้นำเพื่อสนับสนุนการก่อความไม่สงบ เพราะรัฐบาลดูแลได้ไม่ทั่วถึง และถ้ารัฐบาลสามารถควบคุมดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ขบวนการก่อความไม่สงบก็จะยากที่จะเคลื่อนไหวใด ๆ ในทำนองกลับกัน ถ้ารัฐบาลมีการควบคุมอย่างเข้มงวด และดำเนินนโยบายที่เหมาะสมแล้ว การดำเนินการต่าง ๆ ของขบวนการก่อการร้ายจะกระทำได้ยาก


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecrets เมื่อ Mon Jun 28, 2010 12:18 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แนวคิดในการก่อความไม่สงบ เรื่องที่คนไทยทุกคนควรรู้

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Fri Oct 10, 2008 3:14 pm

นอกเหนือจากปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่อการเกิดการก่อความไม่สงบเป็นสิ่งที่ต้องทำการศึกษาแล้วนั้น รูปแบบของการก่อความไม่สงบก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันรูปแบบของการก่อความไม่สงบ รูปแบบดังนี้

1. การก่อความไม่สงบโดยการบ่อนทำลาย (Subversion Insurgency):
ลักษณะของการก่อความไม่สงบประเภทนี้ฝ่ายก่อความไม่สงบจะทำการแทรกซึมเข้าไปฝังตัวในโครงสร้างทางการเมืองของประเทศ องค์กรทางสังคมต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อหาทางการควบคุมโครงสร้างขององค์กรต่าง ๆ เหล่านั้น และใช้การโฆษณาชวนเชื่อทำการยุยงให้ องค์กรต่าง ๆ เกิดความขัดแย้ง และในบางองค์กรอาจก่อความไม่สงบขึ้น รวมถึงการชักจูงให้บุคคลระดับสูงขององค์กรเหล่านั้นให้มาเป็นพวก และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายแนวร่วมให้มากขึ้น เมื่อใดก็ตามที่ฝ่ายก่อความสงบที่ฐานการสนับสนุนทางการเมืองที่มั่นคงแล้ว จะเริ่มดำเนินการเรียกร้องต่อรัฐบาลในลักษณะที่ทางฝ่ายรัฐบาลไม่สามารถตอบสนองได้ จึงส่งผลให้การดำเนินการต่าง ๆ ของรัฐบาลมีความวุ่นวาย ไม่สามารถดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ การก่อความไม่สงบในรูปแบบนี้มักจะหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงโดยเปิดเผย ส่วนใหญ่แล้วสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการก่อความไม่สงบในลักษณะนี้ได้แก่ สภาพแวดล้อมที่มีเสรีในการดำเนินการทางการเมือง การก่อความไม่สงบโดยการบ่อนทำลายสามารถยกระดับเป็นการก่อความไม่สงบโดยใช้แกนนำปฏิวัติ (Critical-Cell Insurgency) ได้อย่างรวดเร็วเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย ดังตัวอย่างของการขึ้นสู่อำนาจของฮิตเลอร์ และการเคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์ในยุโรป การป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบลักษณะนี้เป็นหน้าที่หลักของหน่วยข่าวกรอง และตำรวจ ส่วนกำลังทหารจะมีบทบาทในการให้การสนับสนุนเท่านั้น

2. การก่อความไม่สงบโดยใช้แกนนำปฏิวัติ (Critical-Cell Insurgency):
การก่อความไม่สงบรูปแบบนี้ฝ่ายก่อความไม่สงบจะแทรกซึมไปในสถาบันต่าง ๆ ของรัฐบาลเพื่อทำลายโครงสร้างการบริหารภายในระบบ ทั้งในทางลับและเปิดเผย เพื่อสร้างเงื่อนไขการปฏิวัติให้เกิดขึ้น โดยดำเนินการบ่อนทำลายในทางทั้งในทางลับและเปิดเผย และใช้ความรุนแรงดำเนินการในทางลับ และเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย (รัฐบาลอ่อนแอและฝ่ายก่อความไม่สงบมีความเข้มแข็ง) ฝ่ายก่อความไม่สงบจะเข้าทำการยึดอำนาจโดยกำลังติดอาวุธ นอกจากนี้การก่อความไม่สงบลักษณะนี้มีการดำเนินงานออกได้ 2 ลักษณะคือ

2.1 การก่อความไม่สงบโดยใช้กลุ่มก่อความไม่สงบเล็ก ๆ (cell) ที่ผ่านการฝึกอบรมเป็นอย่างดีเข้าไปในกลุ่มประชาชนที่ล่อแหลม เพื่อทำการปลุกระดมประชาชนให้ออกมาเคลื่อนไหวต่อสู้กับรัฐบาล และเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยกลุ่มก่อความไม่สงบเล็ก ๆ ดังกล่าวจะกลายเป็นแกนนำในการปฏิวัติยึดอำนาจรัฐบาล และเมื่อยึดอำนาจได้ ฝ่ายก่อความไม่สงบจะออกมาชี้นำในการสถาปนาการปกครองใหม่ การปฏิวัติลักษณะนี้มักจะนิยมปฏิบัติการในเมือง ดังตัวอย่างการปฏิวัติในรัสเซีย

2.2 การก่อความไม่สงบโดยใช้ยุทธศาสตร์ของโฟโก้ (Foco) หรือ คิวบา โดยการส่งกำลังติดอาวุธขนาดเล็กเข้าไปเคลื่อนไหวในพื้นที่ที่ประชาชนมีความไม่พอใจรัฐบาล เพื่อเป็นแกนนำในการต่อต้านจัดตั้งเป็นกลุ่มกองโจรขึ้น และเมื่อกองโจรที่จัดตั้งขึ้นมีความเข้มแข็งก็จะเข้าทำการยึดอำนาจรัฐบาลด้วยการปฏิวัติ ความเข้มแข็งของกลุ่มก่อความไม่สงบเล็ก ๆ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินการตามยุทธศาสตร์โฟโก การก่อความไม่สงบรูปแบบนี้จะประสบความสำเร็จเมื่อรัฐบาลมีความอ่อนแอ ส่วนหน้าที่หลักในการป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบจะเป็นหน้าที่ของ ตำรวจ และหน่วยข่าวกรอง ส่วนทหารจะเป็นหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน แต่อาจจะมีกรณีของการก่อความไม่สงบโดยใช้ยุทธศาสตร์ของโฟโก ที่อาจต้องใช้กำลังทหารเข้าปฏิบัติการต่อกองโจรที่มีขนาดใหญ่


แก้ไขล่าสุดโดย hacksecrets เมื่อ Fri Oct 10, 2008 3:19 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แนวคิดในการก่อความไม่สงบ เรื่องที่คนไทยทุกคนควรรู้

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Fri Oct 10, 2008 3:16 pm

3. การก่อความไม่สงบโดยมุ่งเน้นมวลชน (Mass-Oriented Insurgency):
การก่อความไม่สงบรูปแบบนี้เป็นการสร้างความขัดแย้งที่ยาวนานกับฝ่ายรัฐบาล โดยการจัดตั้งองค์กรมวลชนจากประชาชนส่วนใหญ่ ให้สนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มก่อความไม่สงบ การจัดตั้งองค์กรมวลชนของการก่อความไม่สงบรูปแบบนี้จะมีโครงสร้างที่สลับซับซ้อน เพราะจะมีส่วนที่เป็นกองโจรติดอาวุธ และองค์กรมวลชนที่ใช้ในการต่อสู้กับรัฐบาล และมีการนำโดยการจัดตั้งรัฐบาลซ้อนขึ้นมา เพื่อพร้อมที่จะเข้าเป็นรัฐบาลแทนรัฐบาลในปัจจุบัน ตังอย่างของการก่อความไม่สงบรูปแบบนี้ได้แก่ สงครามปฏิวัติในจีน การก่อความไม่สงบรูปแบบนี้เพื่อให้มีกรอบของการกำหนดมาตรการที่เหมาะสมจะมีการดำเนินการ 3 ขั้นตอน คือ

3.1 ขั้นที่ 1 ระยะซ่อนเร้น (Latent and Incipient): ในขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนเริ่มแรกของการเริ่มการก่อความไม่สงบ เพราะฉะนั้นการดำเนินการต่าง ๆ จะต้องปกปิดเป็นความลับ การดำเนินการส่วนใหญ่แล้วจะใช้การบ่อนทำลายเป็นหลัก เมื่อเริ่มมีความเข้มแข็งก็จะทำการยกระดับการดำเนินการบ่อนทำลายให้เป็นไปในทิศทางที่ต้องการและมีการดำเนินการที่บ่อยครั้งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการก่อความไม่สงบในขั้นตอนนี้จะไม่ใช้ความรุนแรงในการปฏิบัติการขนาดใหญ่ เพราะยากต่อการควบคุมทิศทาง การดำเนินการในขั้นนี้จะมีการดำเนินการที่หลากหลาย เช่นการปฏิบัติการจิตวิทยาเพื่อขยายฐานของความไม่พอใจที่มีต่อฝ่ายรัฐบาล เริ่มมีการจัดตั้งรัฐบาลเงา (Shadow Government) และเมื่อมีความเข้มแข็งขึ้นก็จะขยายการดำเนินการ ด้วยการเริ่มโจมตีต่อกำลังตำรวจ เพื่อสร้างอิทธิพลในการจูงใจต่อประชาชน เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนทั้งทางด้านอาวุธและด้านอื่น ๆ นอกจากนี้ยังวางรากฐานเพื่อรองรับการสนับสนุนจากภายนอกประเทศในอนาคต

3.2 ขั้นที่ 2 สงครามกองโจร (Guerrilla Warfare): การดำเนินการในขั้นนี้จะเริ่มหลังจากได้รับการสนับสนุนทั้งจากประชาชนและจากภายนอกประเทศอย่างเพียงพอ โดยมีการดำเนินการต่าง ๆ ดังนี้ ยังดำรงการดำเนินการในขั้นตอนที่ 1 อย่างต่อเนื่องโดยขยายขอบเขตการดำเนินการให้กว้างขึ้น นอกจากนี้ยังดำเนินการรุกโดยใช้สงครามกองโจรอย่างกว้างขวาง เมื่อสถานการณ์ต่าง ๆ เอื้ออำนวยให้จัดตั้งรัฐบาลเงาขึ้นอยู่ในพื้นที่ที่ควบคุม และในพื้นที่ที่ยังไม่ได้ควบคุม กลุ่มก่อความไม่สงบจะพยายามดำเนินการเพื่อขยายการควบคุมออกไป เป้าหมายหลักของการดำเนินการขั้นนี้คือการขยายพื้นที่ควบคุมให้เพิ่มมากที่สุด เพื่อให้ฝ่ายรัฐบาลทุ่มเททรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ในการป้องกันให้มากที่สุด

3.3 ขั้นที่ 3 สงครามขบวนการ (War of Movement): การดำเนินการขั้นนี้จะเริ่มเมื่อฝ่ายก่อความไม่สงบมีความเข้มแข็ง สามารถทำสงครามขบวนการ โดยการใช้กำลังกองโจรเข้าต่อสู้กับฝ่ายรัฐบาลโดยตรง โดยมีการดำเนินการต่าง ๆ ดังนี้ ยังดำรงการดำเนินการนั้นขั้นตอนที่ 1 และ ขั้นตอนที่ 2 อย่างต่อเนื่อง โดยขายขอบเขตการดำเนินการให้ให้กว้างขวางมากขึ้น มีการใช่กำลังกองโจรขนาดใหญ่เข้าทำการต่อสู้กับกำลังฝ่ายรัฐบาลโดยตรงเพื่อทำการยึดที่หมายทางสำคัญทางยุทธศาสตร์ และเมื่อกลุ่มก่อความไม่สงบบรรลุเป้าหมายด้วยการล้มล้างรัฐบาลได้แล้ว ก็จะดำเนินการเสริมความมั่นคงด้วยการกำจัดบุคคลที่อาจจะเป็นฝ่ายตรงข้ามได้ พร้อมกับกำหนดกลไกต่าง ๆ ที่จะฟื้นฟูประเทศใหม่

สำหรับโครงสร้างของฝ่ายก่อความไม่สงบประเภทนี้โดยทั่วไปจะประกอบไปด้วย

(1) พรรค ซึ่งทำหน้าที่เป็นส่วนการนำหรือส่วนควบคุม ดำเนินการในเรื่องของการกำหนดนโยบาย โดยมีหน่วยงานย่อย หรือที่เรียกว่า cell เป็นแกนกลางพื้นฐานของพรรค

(2) องค์กรมมวลชน ทำหน้าที่เชื่อมโยงประชากรเข้ากับพรรค โดยที่พรรคสามารถควบคุมหรือรับการสนับสนุนผ่านองค์กรมวลชน

(3) ส่วนกำลังติดอาวุธแบบเปิดเผยหรือลับ ทำหน้าที่ปฏิบัติการทางทหารต่อเป้าหายที่เลือกขึ้นซึ่งอาจจะเป็นบุคคล เอกสาร หรือสถานที่ก็ได้

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แนวคิดในการก่อความไม่สงบ เรื่องที่คนไทยทุกคนควรรู้

ตั้งหัวข้อ  hacksecrets on Fri Oct 10, 2008 3:18 pm

ชุมนุมใหญ่เพื่อ ๓ เป้าหมายใหญ่


๑. ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยเพื่อก้าวไปสู่ระบอบ "ประธานประเทศ" หรือถ้าทำไม่ได้ให้เป็นระบอบ "ประธานาธิบดี" ไปก่อน

๑.๑ ตั้งแต่ประเทศไทยจัดงานประชุม "เอเปก" เป็นต้นมาประเทศไทยได้รับความชื่นชมจากประเทศต่าง ๆ เป็นอย่างมาก แผนงานต่าง ๆ ของระบอบทักษิณมีแนวโน้มว่าจะขึ้นเป็นผู้นำกลุ่ม "ประเทศอาเซียน" และ มีความเป็นไปใด้ว่าจะทำให้กลุ่มประเทศเหล่านี้รวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น ถ้าปล่อยเอาไว้จะเกิดกลุ่มประเทศที่มีอำนาจการต่อรองขึ้นมาอีกกลุ่มหนึ่ง นอกเหนือจากกลุ่มประเทศมหาอำนาจที่มีอยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้หลายประเทศเหล่านั้นเสียผลประโยชน์เป็นอย่างมาก

คำสั่ง: ทำอย่างไรก็ใด้ให้ประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่เลวร้ายมากที่สุดจนไม่สามารถกลับมายืนผงาดบน "เวที่โลก" ได้อีก


๒. "หักด้ามขวานทองของไทย" ให้เป็นสองส่วนแบ่งแยกให้เป็นเหนือ-ใต้

๒.๒ ประเทศไทยกว้างใหญ่เกินไป มีความเป็นอยู่ที่ "สุขสบาย" เกินไป ถ้าไม่ทำลายเสียตอนนี้ก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว

คำสั่ง: ในประเทศไทยมีนักการเมืองที่โลภมาก และ โง่อยู่อีกมากมาย ให้ใช้นักการเมืองเหล่านั้นเป็นเครื่องมือโดยเอาตำแหน่ง และ เงินเข้าล่อ


๓. ทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้เกิดความ "แตกแยก" ระหว่างชนชั้นในสังคมไทยให้มากที่สุดเพื่อง่ายต่อการ "ควบคุม" ในภายภาคหน้า

๓.๓ ในสังคมไทยยังมีชนชั้นอยู่อีกชนชั้นหนึ่งที่ไม่เคยพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมี เห็นแก่ตัว และ ชอบดูถูกชนชั้นที่ต่ำกว่า คนพวกนี้ชอบเสพข้อมูลข่าวสารแบบไม่มีที่สิ้นสุด และ ไม่รูจักการย่อยสลายข้อมูลว่า ข่าวไหนจริง ข่าวไหนเท็จ ขอเพียงแต่ให้มีทิศทาง มีกระแสสังคม คนพวกนี้ก็พร้อมจะตามแห่ไปกับกระแสต่าง ๆ เหล่านั้น

คำสั่ง: ให้รู้จักใช้คนที่นึกว่าตัวเองฉลาดกว่าคนอื่นเพราะความจริงแล้วคนพวกนี้โง่ สามารถใส่ข้อมูลอะไรลงไปก็ได้ที่เป็นกระแสสังคม และ เป็นทิศทางเดียวกับพวกเค้า


ยืนยันคำสั่ง: ปฏิบัติการครั้งนี้ต้องสำเร็จเพราะถ้าไม่สำเร็จพวกท่านจะไม่มีแผ่นดินอยู่ และ ลูกหลานของพวกท่านจะต้องถูกประณามสาปแช่งจากสังคมไทยไปอีกหลายชั่วอายุคน

ref: http://topicstock.pantip.com/rajdumnern/topicstock/2006/04/P4262508/P4262508.html

_________________
ความระแวง และสงสัย ก่อให้เกิดการค้นคว้าหาความเป็นจริง
avatar
hacksecrets

จำนวนข้อความ : 765
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ