เบื้องหลังการเจรจาระหว่างไพร่กับทาสอำมาตย์ มีอะไรซ่อนอยู่ในนั้น..??

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เบื้องหลังการเจรจาระหว่างไพร่กับทาสอำมาตย์ มีอะไรซ่อนอยู่ในนั้น..??

ตั้งหัวข้อ  Neo on Mon Apr 05, 2010 10:40 am

เบื้องหลังการเจรจาระหว่างไพร่กับทาสอำมาตย์ มีอะไรซ่อนอยู่ในนั้น
โดย : อ่างขาง


วันแรกของการเจรจา แซงแซ่ กระจองอแงไปด้วยผู้คนทั้งสองฝั่ง ที่เป็นกองเชียร์
กองเชียร์ชาวไพร่หลายคนกลับบ้าน เพราะรับไม่ได้กับการเจรจาในวันนั้น เหตุเพราะความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะเอามาร์คให้อยู่หมัด ให้ตายคาเวทีประชุม บางคนบ่นออกมาดังๆ “ให้กูไปเจรจาเองยังดีกว่านี้”
กองเชียร์ฝ่ายทาสอำมาตย์ หลายคนก็สุดทนเหมือนกัน ทีวีช่องเหลืองร้อนผ่าวในวันต่อมา ต่อมแต๋วแตกกันเป็นแถว ด้วยคาดหวังที่จะให้มาร์คเชือดเฉือน ชาวไพร่ ให้ตายคาเวทีแต่ทำไม่ได้ จนถึงขนาด นายประพันธ์ คูณมี ประกาศว่า ถ้าวันนี้ นายกฯยังไปร่วมเจรจาอีกเขาจะยกพวกไปประท้วงเพื่อให้การเจรจาในครั้งนี้ไม่เกิดขึ้น
มาดูเหตุผล ความที่พวกเขาทั้งสองฝั่งไม่พอใจมีอะไรกันบ้าง

ฝ่ายกองเชียร์ชาวไพร่มองเห็นว่า
1.ผู้นำการเจรจาคุณวีระ อ่อนเกินไป ดีเกินไป รอมชอมมากเกินไป
2.อาการของคุณวีระเมื่อมุมกล้องจับภาพแต่ละครั้งหมดราศี เหมือนตาแก่ มานั่งฟังพระเทศน์อะไรปานนั้น สีหน้าก็หม่นหมองเหลือเกินแถมยังเอาสองมือจับไม้เท้า เหมือนกับการน้อมคารวะในการฟัง มาร์คพูด มาร์คเองแสดงอาการเยาะเย้ยด้วยการยิ้มเยาะด้วยมุมปากทุกครั้งที่ฝ่ายไพร่พูด แถมในบางครั้งยังนั่งไขว่ห้างแบบเหนือชั้นอีกด้วย
3.หมอเหวง พูดเร็วมากน้ำลายแตกฟอง ไม่น่าเชื่อถือคนดูทางบ้านฟังไม่เข้าใจ
4.คุณจตุพร พอทำเนา เอาหัวใจชาวไพร่มาใส่ในตัว ตอบสนองสิ่งเร้าได้ดี แทงใจดำมาร์คทุกคำพูดที่ออกจากปากไป แต่ได้โอกาสพูดน้อยมาก

ส่วนฝ่ายกองเชียร์ทาสอำมาตย์มองเห็นว่า
1.นายกฯ มีเกียรติมากกว่าตัวแทนของชาวไพร่ไม่สมควรไปเจรจาด้วยตนเอง (ในตัวตนที่แสดงออกถึงการแยกชนชั้นอย่างชัดเจน)
2.เนื้อหาที่หมอเหวงออกมาพูด นายกฯหลงกลหมอเหวง เออออห่อหมกไปด้วยหลายครั้ง ถึงขนาดยอมรับว่ารัฐธรรมนูญปี50นั้นไม่ดีจริงๆ เอารัฐธรรมนูญมาร่วมกันข่มขืนต่อหน้าสาธารณะ(เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนั้น เป็นรัฐธรรมนูญที่ฟันดำร่างมาใครจะแตะต้องมิได้)
3.มองว่าเป็นเกมที่นายกฯหลงกล ให้ชาวไพร่แสดงตัวตนออกมาอย่างเสแสร้งเรียกศรัทธาจากคนกรุงเทพฯเพิ่มขึ้นได้
4.ผู้ช่วยของนายกฯสองคนไม่รู้ไปนั่งเป็นสากกะเบือทำไม

สรุปวันแรกของการเจรจา ติดลบทั้งสองฝั่ง คือไม่ได้คะแนนจากกองเชียร์ตนเองทั้งคู่ แถมยังเป็นการทำร้ายมวลชนของตนเองอีกต่างหาก

วันที่สองของการเจรจา ทุกคนรู้ข้อบกพร่องของตนเอง ต่างคนต่างทำการบ้านมาอย่างดี ผลงานจึงออกมาอย่างเป็นที่พอใจของกองเชียร์ทั้งสองฝั่ง

ฝ่ายกองเชียร์ไพร่มองเห็นว่า
1.ทุกท่านทำดีแล้วได้ใจทุกคน
2.คุณจตุพรเปิดประเด็นแฝงได้ดี หลอกด่ามาร์คในเงื่อนไขการยุบสภาฯได้สะใจ
3.หมอเหวง แหลมคม หาจังหวะทำลายความเชื่อมั่นของมาร์คลงได้เยอะและเป็นครั้งแรกที่มาร์คต้องเสียหน้าอย่างเห็นได้ชัด ถึงขนาดโกรธจนหน้าแดงและหน้าซีดในที่สุดควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
4.ภาพรวม ได้ตามวัตถุประสงค์ คือเอามัน เนื้อหารู้คำตอบตั้งแต่ก่อนเริ่มเจรจาไปแล้ว

ส่วนฝ่ายกองเชียร์ทาสอำมาตย์มองเห็นว่า
1.นายกฯตอบคำถามในประเด็นได้ดี ตอบโต้เคลียร์ในข้อสงสัยในอดีตได้หมด
2.คุณกอบศักดิ์ โต้กลับในตอนสุดท้ายได้ดีเพราะไม่มีใครแก้ต่างให้นายกฯในตอนแรกได้ หลังจากโดนหมอเหวงสั่งสอนไปแบบเต็มๆเสียรางวัดไปเยอะมาก
3.คุณชำนิ มีความเก๋าพอที่จะเบรกเกมเสริฟของไพร่ได้แบบ นิ่มและชัวร์
4.ภาพรวม ได้ตามวัตถุประสงค์แสดงได้ดี คือแสดงออกว่านายกฯยินดีแก้ไขข้อเรียกร้องให้แต่ต้องใช้เวลาบ้างเท่านั้น แต่ม็อบรับไม่ได้เอง สังคมยังพอให้อภัยเพราะได้ พยายามแล้ว

สรุปวันที่สองของการเจรจา บวกทั้งสองฝั่ง ได้คะแนนกองเชียร์ตนเองทั้งคู่
avatar
Neo

จำนวนข้อความ : 213
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบื้องหลังการเจรจาระหว่างไพร่กับทาสอำมาตย์ มีอะไรซ่อนอยู่ในนั้น..??

ตั้งหัวข้อ  Neo on Mon Apr 05, 2010 10:41 am

ย้อนกลับมาแอบดูเบื้องหลังการถ่ายทำกันบ้าง เบื้องหลังเป็นอย่างไรกัน เกมนี้ใครเขียนให้เดินแท้จริงการเจรจาครั้งนี้หวังผลอะไรกัน
ประเด็นฝ่ายคนเสื้อแดงเรียกร้องคำเดียว “ยุบสภาฯ”
แต่..แค่คำเดียวนี้มันถูกตั้งคำถามอีกมากมายของฝ่ายอำมาตย์

หลังยุบสภาฯจะเกิดอะไรขึ้น?

เพราะที่แน่ๆ ถ้ามีการเลือกตั้งในเวลานี้ฝ่ายคนเสื้อแดงชนะการเลือกตั้งแน่นอน แล้วจะแก้เกมกันอย่างไรที่จะไม่ให้ฝ่ายที่คุณทักษิณสนับสนุนกลับเข้ามามีอำนาจได้อีก ถ้าแก้เกมไม่สำเร็จจะเกิดอะไรขึ้น
อำนาจทหารถูกเปลี่ยนมือ คราวนี้ยุ่งกันแน่ ทั้งโขยงอาจมีติดคุกกันหลายคนด้วยหลายข้อหา ป๋าเปรมจะอยู่ได้ไหม หรือว่าครั้งนี้ จบสิ้นระบบอำมาตย์แน่แล้ว


คำถาม..ทำไมถึงคิดกันอยู่ในวงแคบๆแค่นี้ถึงสาเหตุที่เปิดการเจรจา เฉพาะเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารแค่นั้นเอง เรื่องอื่นไม่มีอีกหรือ เช่นงบประมาณปลายปี ผลประโยชน์ของนักการเมืองที่ยังตกค้างอยู่
คำตอบ..เรื่องอื่นนั้นมันเป็นแค่ผลพวงของการแต่งตั้งโยกย้ายทหารใหญ่ครั้งนี้ทั้งสิ้น ถ้าการแต่งตั้งโยกย้ายทหารเป็นไปตามแผนทุกอย่าง เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึงเข้าล็อกทั้งหมดอยู่แล้ว เพราะทั้งหมดเล่นกันเป็นทีม “ทหารคือผู้บันดาลอะไรได้ทุกอย่าง”

คำถาม..ถ้าอย่างนั้นทำไมทหารไม่ออกเผด็จศึกกันให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปเลย
คำตอบ..เพราะยังมีทหารอีกกลุ่มหนึ่งเป็นอย่างน้อย ที่คอยจ้องจะสวมรอยอยู่แล้ว ถ้าทหารใช้กำลังออกมาปราบปรามประชาชน บอกได้เลยว่า แพ้ทันที เพราะทหารกลุ่มที่ว่านี้จะออกมาสู้เคียงข้างกับประชาชนพร้อมจะสวมบทเป็นฮีโร และทันทีที่ออกมา แน่นอนมีประชาชนอีกล้านคนเป็นกำแพงให้ มีหรือจะแพ้ และกลุ่มฮีโรกลุ่มใหม่นี้จะได้รับการปูนบำเหน็จ จากประชาชนหลังจากเสร็จศึกแล้วเป็นที่แน่นอน ตำแหน่งสูงสุดในกองทัพจะไปไหนเสีย ส่วนป๋าเปรมไม่ต้องพูดถึงถ้าไม่มีทหารชุดนี้อยู่ ป๋าเองก็ไม่รอดเหมือนกัน

ดังนั้นเกมการ “เจรจา” จึงต้องเกิดขึ้น ด้วยคำสั่งจากอำนาจกองทัพในปัจจุบัน อย่างไรก็ต้องเจรจา จะสั่งให้ทหารออกมาปะทะกับประชาชนเหมือนครั้งก่อนไม่ได้แน่

แต่การเจรจาในครั้งนี้ก็แค่เป็นพิธีเท่านั้น ไม่ได้จริงจังกับเนื้อหามาก ผลที่หวังจริงๆในการเจรจาครั้งนี้ก็คือ การยืดเวลาออกไปให้ถึงเวลาการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารเท่านั้น เพื่อเอาคนของฝ่ายตนขึ้นมาคุมอำนาจในกองทัพให้สำเร็จก่อน ยึดกำลังกองทัพไว้ในมือตนให้ได้แค่นั้นและเวลาที่หวังผลจริงๆก็คือเดือนสิงหาคม เป็นอย่างน้อย

สรุป คือทหารเป็นผู้เขียนบทให้คุณอภิสิทธิ์เดิน ตัวคุณอภิสิทธิ์เองเป็นผู้แสดงที่เก่งอยู่แล้ว ครั้งนี้รับบทหนักมากและต้องทำให้สำเร็จด้วย ไม่สำเร็จไม่ได้ ถ้าแพ้ทุกกระบวนการพังทุกคน แม้แต่ชีวิตของคุณอภิสิทธิ์เองก็อาจไม่รอด ชะตากรรมคงไม่ต่างกับคุณทักษิณ และตรงข้ามตัวคุณทักษิณเองจะกลับมานั่งแทนที่คุณอภิสิทธิ์ในฐานะทหารอุ้มอีกด้วย
เกมนี้เมื่อทหารเป็นผู้เขียนบทให้คุณอภิสิทธิ์แสดง คนที่รู้เกมนี้และคิดแก้ให้กับฝ่ายคนเสื้อแดงจะเป็นใครไปไม่ได้ก็ต้องเป็นทหารด้วยกันอีกเหมือนกัน

คนเสื้อแดงเล่นเกมนี้ตามคำชี้แนะของทหารท่านหนึ่งที่ไม่ต้องเขียนบทมาก่อน แต่กำกับการแสดงอยู่หลังเวทีการเจรจากันเลยแบบสดสด การหักมุมในตอนจบจึงมีให้เห็นในการเจรจาในวันที่สองแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เพียงแค่คุณนัฐวุฒิโทรไปสั่งแค่นั้น ทุกอย่างก็ยุติ “ให้เวลายุบสภาฯแค่15วัน เป็นอย่างอื่นไม่เอาทั้งสิ้น” ล้มโต๊ะการเจรจา
avatar
Neo

จำนวนข้อความ : 213
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เบื้องหลังการเจรจาระหว่างไพร่กับทาสอำมาตย์ มีอะไรซ่อนอยู่ในนั้น..??

ตั้งหัวข้อ  Neo on Mon Apr 05, 2010 10:42 am

ข้อสนับสนุนในความเห็นข้างต้นทั้งหมด ในทางเปิดเผย

1.ใครสังเกตคำพูดของคุณอภิสิทธิ์บ้างในการเจรจาทั้งสองวัน ได้หลุดคำพูดอย่างหนึ่งออกมาทั้งสองวัน คือ
1.1 ในวันแรกกล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า “ผมไม่อยากให้ มีประชาชนสองฝ่ายออกมาปะทะกัน แล้วจะเป็นข้ออ้างให้ทำการปฏิวัติได้อีก”
1.2 ในวันที่สองกล่าวก่อนจบคล้ายแบบนี้ซึ่งผมจำเนื้อหาได้ไม่หมด “สาเหตุที่ทหารทำการปฏิวัติในครั้งที่แล้วอยู่ในช่วงที่ มีพระราชกฤษฎีกาลงมาให้มีการเลือกตั้ง ทั้งที่ยังไม่พร้อมประชาชนยังแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย”
ซึ่งในคำพูดของคุณอภิสิทธิ์ทั้งสองวันนี้ ถ้าจับประเด็นให้ดีจะรู้ว่าคุณอภิสิทธิ์ขู่อะไรไว้ นั่นคือถ้ายุบสภาฯแล้วจัดให้มีการเลือกตั้งในเวลาที่ไม่เหมาะสม ทหารอาจจะออกมาปฏิวัติอีกก็เป็นได้
นัยเรื่องนี้ คุณอภิสิทธิ์ เพียงอยากจะบอกว่า ทหารไม่ยอมแน่ถ้าแม้ว่าพวกเขาไม่ได้รับประกันว่า การดำรงตำแหน่งที่จะสืบทอดต่อไปจะไม่เป็นปัญหา

2.ในคำพูดของคุณทักษิณเองที่โฟนอินเข้ามา หลังจากจบการเจรจาทั้งสองวันแล้ว มีข้อความที่บอกอะไรบางอย่างเหมือนกัน
2.1 ในวันแรก ท่านเองเอ่ยถึงเพื่อนที่เป็นผบ.ทบ. เป็นนัยว่า “ให้เลิกอุ้มอำมาตย์เสียที่เถอะ” ด้วยอารมณ์ดีพูดไปหัวเราะไป
2.2ในวันที่สอง ท่านพูดไว้แบบนี้ “ผมให้อภัยทุกคนครับ ไม่โกรธใครทั้งนั้น ผมปลงทุกวัน ทุกวันนี้ก็หวังแต่ไปจะไปตอบแทนบุญคุณพ่อแม่พี่น้องเท่านั้น ที่เสียสละกันให้กับผมมากเหลือเกิน” ในช่วงนี้คล้ายมีน้ำตาคลอเบ้าด้วย ในอารมณ์เหมือนกับว่า ซาบซึ้งในบุญคุณประชาชนอย่างล้นปรี่และกำลังจะประสพชัยชนะ แบบนั้น

ซึ่งในคำพูดของคุณทักษิณ ทั้งสองวันนี้จับใจความได้ว่า ท่านได้สื่อสารไปยังผู้มีอำนาจตัวจริงกับเพื่อนรักที่เป็นผบ.ทบ.ของท่าน เหมือนให้รู้ว่าอย่าดื้อรั้นเลยฝ่ายที่สนับสนุนในตัวท่านชนะอยู่แล้ว ตัวท่านเองไม่ได้อาฆาตแค้นใดๆทั้งสิ้นให้อภัยทั้งหมดกลับมาสันติเหมือนเดิมกันดีกว่า และอดไม่ได้ที่จะแสดงออกถึงการขอบคุณในความมีน้ำใจของประชาชนที่มีให้กับท่าน อย่างจริงใจที่สุด

ในเวลาต่อมา บนเวทีคนเสื้อแดงคุณจตุพร ได้ออกมาพูดไว้ตอนหนึ่งว่า ถ้าแม้ว่ารัฐบาลยุบสภาฯแล้วพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล พวกเขาจะไม่ไปก้าวก่ายกระบวนการโยกย้ายตำแหน่งของข้าราชการประจำแน่ แต่ถ้าใช้กำลังปราบปรามประชาชน อย่าว่าแต่จะดำรงตำแหน่งอยู่ต่อไปได้ แม้ชีวิตก็จะไม่เหลืออยู่ด้วยโทษประหารชีวิต ระบุชื่อชัดคนคนนั้นคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ประเทศนี้มักจะมีอะไรที่เราคาดไม่ถึงเสมอ “ทหาร” ที่ผมกล่าวถึงจะออกมาช่วยประชาชนนั้นเป็นทหารกลุ่มไหนกันแน่ ทำไมถึงเก่งขนาดนั้น แล้วเมื่อก่อนไปอยู่ที่ไหนมาจึงได้เงียบไปถึง3ปีเต็ม คำตอบที่เขาปิดกันจนดังไปทั่วทั้งประเทศแม้แต่หนังสือพิมพ์บางฉบับก็เขียนถึง ทหารกลุ่มนั้นไม่ได้เก่งกาจอะไรนักหนาเพียงแต่ว่า พวกเขารวมตัวกันได้มากกว่า และ เอือมระอาเต็มทนกับสองมาตรฐาน นิ่งเงียบอยู่เฉยๆก็พอได้ แต่ถ้าเข่นฆ่าประชาชนอีก พวกเขาไม่ยอมแน่ และเรื่องนี้รับรู้กันไปทั้งกองทัพ พล.อ.อนุพงศ์เองรับรู้เรื่องนี้ดีเพราะคนที่พูดก็พูดกันต่อหน้าไม่ได้ปิดบังอะไรกันเลย ท่านเองจึงได้ยืนยันตั้งแต่ต้นว่า ทหารจะไม่ใช้อาวุธกับประชาชนอย่างแน่นอน

แพ้หรือชนะในเกมนี้ ที่สุดมันก็ตกอยู่ที่ความอึดของประชาชนเท่านั้น
avatar
Neo

จำนวนข้อความ : 213
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ