บทเรียนการสิ้นชาติเขมรสำหรับประเทศไทย

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

บทเรียนการสิ้นชาติเขมรสำหรับประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Apr 09, 2010 8:40 pm

บทเรียนการสิ้นชาติเขมรสำหรับประเทศไทย

ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@thaiappraisal.org)

เขมรมีคำทำนายว่า วันหนึ่งประเทศไทยจะต้องบ้านแตกสาแหรกขาดยิ่งกว่าที่พวกเขาเคยประสบมาเสียอีก นี่อาจเป็นแค่คำทำนาย คำสาป คำขู่ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ผมไม่ได้เชื่อไสยศาสตร์ที่ผู้คนมักนำมาข่มขู่ว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” ผมมักจะตอกกลับคนเหล่านั้นว่า “ไม่รู้จริง ก็อย่างมงาย” (นักเลยครับ)

ผมไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ ผมเป็นเพียงที่ปรึกษากระทรวงการคลัง รัฐบาลเวียดนาม และได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลัง ราชอาณาจักรกัมพูชาให้ไปบรรยายหรือร่วมกันจัดงานประชุม-สัมมนาเป็นระยะ ๆ จึงได้รับรู้เรื่องราวและเห็นร่องรอยของบทเรียนการสิ้นชาติเขมร ซึ่งคนไทยควรได้รับทราบ

ผมจำได้ว่าเมื่อครั้งที่เขมรสิ้นชาติเมื่อ 30 ปีก่อนนั้น ประชาชนย้ายหนีตายมาตามตะเข็บชายแดนไทย พวกที่พอมีฐานะต้องเอาทองมาแลกข้าวประทังชีวิต อาคารบ้านเรือน ไร่นาสาโทที่ตัวเองเคยเป็นเจ้าของก็ล้วนไร้ค่า

ชาวเขมรในกรุงพนมเปญเล่าให้ผมฟังเมื่อสัปดาห์ก่อนตอนที่ผมไปสอนหนังสือที่เขมรว่า หลังยุคเขมรแดงแล้ว จึงปรากฏว่ามีชาวเขมรอพยพกลับเข้าไปอยู่ในกรุงพนมเปญอีกครั้งหนึ่ง เมื่อย้ายเข้ามาใหม่ ๆ ราคาบ้านและที่ดินในกรุงพนมเปญแทบไม่มีค่า ประชาชนต่างมาจับจองอาคารตึกแถวที่ถูกทิ้งร้างไว้ในใจกลางเมืองโดยเจ้าของเดิมคงตายหรือไม่ก็ย้ายไปประเทศอื่นแล้ว ครอบครัวที่กลับมาก่อน จะอาศัยอยู่ชั้นบนสุดของตึกแถว 3-4 ชั้น ทั้งนี้เพราะมักมีการปล้นชิงทรัพย์สินอยู่เสมอ การอยู่อาศัยในชั้นบนสุดย่อมปลอดภัยกว่า

ครอบครัวที่ครอบครองตึกแถวร้างอยู่ มักจะเชิญชวนแกมขอร้องครอบครัวที่กลับมาจากชนบทในภายหลังให้มาอยู่ชั้นล่างจากตน เผื่อมีโจรมาปล้น ก็จะต้องผ่านครอบครัวที่มาภายหลังและอยู่ชั้นล่าง ๆ ก่อน ครอบครัวที่มาหลังสุดจะได้ครอบครองชั้นล่างสุดที่มีความเสี่ยงในการถูกปล้นสูงสุด

จะเห็นได้ว่าในสภาพบ้านแตกสาแหรกขาดนั้น ไม่มีใครเห็นอนาคต ไม่มีใครสามารถจะเชื่อได้ว่าบ้านเมืองจะกลับมาสงบสุขอีกครั้งหนึ่งเช่นทุกวันนี้ ที่สำคัญในห้วงเวลานั้นมูลค่าของที่ดินและอาคารแทบจะไม่มีเหลือต่างจากที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสมบัติสุดล้ำค่า แต่พอบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ มูลค่าของทรัพย์สินจึงกลับคืนมาใหม่ พวกที่อยู่ชั้นล่างสุดของตึกแถวกลับโชคดีเพราะเป็นทำเลดีมีราคามากกว่า

เขมรสิ้นชาติเพราะอะไร คงต้องไปถามผู้รู้ทางประวัติศาสตร์ แต่ก็อีกนั่นแหละ ข้อสรุปของแต่ละคนก็คงเป็นแบบ “สองคนยลตามช่อง” แล้วแต่มุมมอง อาจเกี่ยวเนื่องตั้งแต่จักรวรรดินิยม คอมมิวนิสต์ สงครามเย็น สงครามตัวแทน ฯลฯ

แต่ที่แน่ ๆ ก็คือเขมรสิ้นชาติเพราะการต่อสู้ของผู้นำประเทศ จนหญ้าแพรกแหลกลาญ ฝ่ายแพ้ก็หนีตายไปอยู่ประเทศลูกพี่คือสหรัฐอเมริกา ผู้นำประเทศไม่เห็นหัวชาวบ้านอยู่แล้ว เขาพร้อมที่จะกำจัดฝ่ายตรงข้ามให้ได้ แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของชาวบ้านตาดำ ๆ นับหมื่นนับแสนก็ตาม

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: บทเรียนการสิ้นชาติเขมรสำหรับประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  sunny on Fri Apr 09, 2010 8:41 pm

ชาวเขมรที่รวย ๆ หรือพอมีฐานะและเป็นพวกที่มีวิชาความรู้ก็กลายสภาพเป็นเขมรอพยพได้รับการคัดให้ไปอยู่ไปยุโรปและอเมริกา แต่หลายคนที่มีคุณสมบัติต่ำกว่าหรือมีโอกาสน้อยกว่าก็ตายไปในแผ่นดินเขมรหรือไม่ก็ตายกลางทะเลในฐานะมนุษย์เรือผู้อพยพที่หนีไม่รอดนั่นเอง
ส่วนชาวบ้านชาวช่อง ตาสีตาสา คนธรรมดา สามัญชนก็ต้องอยู่เผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายร่วมกับประเทศชาติในภาวะตกต่ำสุดขีด แต่คนเหล่านี้แหละคือผู้สร้างชาติตัวจริง เขมรที่ฟื้นตัวขึ้นมาใหม่ อาจเป็นเพราะผู้นำส่วนหนึ่ง แต่ทรัพยากรสำคัญก็คือพวก “ฝุ่นเมือง” หรือพวก “ไพร่” ที่ไร้ที่ไปนั่นเอง พอพวกเขาได้มีโอกาสทำมาหากินตามปกติสุข เศรษฐกิจก็เดินหน้าต่อไป

นอกจากนี้เขมรยังมีทรัพยากรมากมาย มีประชากรจำนวนมากพอที่จะกลายเป็นแรงงานราคาถูกให้กับนายทุนข้ามชาติที่มาลงทุน จึงทำให้ประเทศเจริญขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด และเมื่อฝุ่นจางลงแล้ว เหล่าชาวเขมรปัญญาชน-กฎุมพีที่ตอนนี้กลายเป็นอเมริกันชนไปแล้ว ก็ได้ทีกลับมาทำมาหากินในประเทศเกิดอีกครั้งหนึ่ง

กฎุมพีเขมรเหล่านี้ก็คือ พวกชนชั้นสูงที่มีฐานะดี ผู้มีการศึกษาที่ดี รวมทั้งชนชั้นกลางที่มีโอกาสดีกว่าคนอื่น อาจกล่าวได้ว่าคนเหล่านี้จำนวนมากได้วีซ่า ได้กรีนการ์ด หรือแม้แต่ได้สัญชาติอเมริกัน ก่อนเขมรแตกจริง ๆ เสียอีก พวกนี้ไม่ได้มีส่วนสร้างชาติใด ๆ เลย อย่างไรก็ตามก็ยังมีกฎุมพีปัญญาชนส่วนหนึ่งที่มีส่วนสร้างชาติ พวกนี้คงเป็นพวกผู้มีอุดมการณ์อันแรงกล้าที่อยู่กับกลุ่มผู้นำที่ชนะจนถึงวันนี้ และไม่ได้หนีไปไหน แต่ก็ถือเป็นกฎุมพีส่วนน้อยนิด

ผมจำได้ว่าสมัยที่ผมเรียนปี 1 อยู่ธรรมศาสตร์เมื่อปี 2519 ก็ได้ข่าวว่านายแบงค์ เจ้าของกิจการใหญ่โตก็ทำวีซาเตรียมตัวหนีไปต่างประเทศเช่นกัน โชคดีที่ประเทศไทยไม่ได้ประสบชะตากรรมเลวร้ายเช่นประเทศอื่นในคาบสมุทรอินโดจีนนี้

ถ้าวันหน้าประเทศไทยเกิดสงครามกลางเมือง ผมว่าพวกกฎุมพีไทยก็คงเริ่มผ่องถ่ายขายทรัพย์สินเพื่อเตรียมตัวไปตั้งหลักแห่งอยู่เมืองนอกกันตั้งแต่เริ่มมีเค้าลางร้ายแล้ว จนเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะ ประชาชนก็จะมาร่วมกันสร้างชาติขึ้นมาใหม่บนซากปรักหักพังของประเทศ

แม้ชาติจะยืนขึ้นมาใหม่ได้อย่างแน่นอน แต่ก็เสียเวลาไปอย่างน่าเสียดาย ทุกวันนี้กว่าประเทศลาว เขมร เวียดนาม พม่า จะมีระดับรายได้ประชาชาติต่อหัวเท่ากับไทย ก็คงยังกินเวลาอีกหลายปี โดยเฉพาะพม่า ที่บ้านเมืองยุ่งเหยิงก็เพราะพวกผู้ปกครองโดยแท้ ส่วนเวียดนามคงจะมีโอกาส “หายใจรดต้นคอ” ไทยในไม่ช้าเพราะความเข้มแข็งทางการเมือง ความกลมเกลียวของคนในชาติ และคุณสมบัติที่ขยัน อดทนของประชาชนนั่นเอง

ในท้ายที่สุดนี้ ผมสังหรณ์ว่าคำทำนายเขมรอาจเป็นจริง เพราะสมัยก่อนเราขัดแย้งเรื่องลัทธิการเมือง ก็ยังไม่เกิดความแตกแยกในสังคมมากเช่นทุกวันนี้ที่มีการตอกลิ่ม ใส่ร้ายป้ายสีกันมาตั้งแต่ปี 2547 จนทำให้ประชาชที่เชื่อต่างกันรู้สึกจะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้แล้วอีกต่อไปแล้ว การแตกแยกเช่นนี้เมื่อทำให้ไทยล้าหลังลง วันหนึ่งแผ่นดินไทยก็อาจถูกแบ่งแยก เหมือนภาคใต้ที่หากวันนี้มาเลเซียยังด้อยกว่าไทยเช่นพม่าคู่อาฆาตในประวัติศาสตร์ ก็คงไม่มีปัญหา 3 จังหวัดชายแดน แต่อาจมีปัญหาการทะลักของแรงงานราคาถูกเช่นกรณีพม่าก็ได้

อย่าให้ไทยต้องเข้าสู่กลียุคเพราะสงครามกลางเมืองเลย พวกชนชั้นนำอย่ามัวเข่นฆ่าทำลายกันจนลืมคิดถึงประโยชน์ของประเทศชาติเลยครับ พวกคุณล้วนไม่ใช่เจ้าของประเทศหรือผู้สร้างชาติตัวจริง

_________________
ท้องทะเลและมหาสมุทร ไม่เคยปราศจากคลื่นฉันใด
มนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน โดยความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ฉันนั้น

sunny

จำนวนข้อความ : 3511
Registration date : 28/06/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: บทเรียนการสิ้นชาติเขมรสำหรับประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Apr 09, 2010 10:18 pm

http://www.youtube.com/watch?v=8b0K5Vt7TRQ

Uncle Sam (CIA) and Pol Pot Connection (Secret Of CIA)




เขมรแดง

ส่วนหนึ่งของกะโหลกศีรษะของเหยื่อที่เสียชีวิตจากการกระทำของเขมรแดง

เขมรแดง (เขมร : ខ្មែរក្រហម; แขฺมรกฺรหม ; อ่านว่า คแมร์กรอฮอม /ฝรั่งเศสและ
อังกฤษ : Khmer Rouge[1]) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “กองทัพแห่งชาติกัมพูชาประชาธิปไตย”
(Armée nationale du Kampuchéa démocratique)

http://www.thairath.co.th/people/view/pol/3829
พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ


พิ่งทำนายล่วงหน้า คดียึดทรัพย์ 76,000 ล้าน อดีตนายกฯทักษิณจะถูกยึด-อายัดบางส่วน
ทำให้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ต้องออกมาแถลงปฏิเสธรับตำแหน่ง
ผบ.สส. กองทัพประชาชนแห่งชาติฯ สำหรับข้อเสนอของ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี
อดีตรองผอ.รมน. สมาชิกพรรคเพื่อไทย ตามยุทธการ"ผูกมิตรทหารกล้า ต่อต้านขี้ข้าอำมาตย์"


http://www.thirdworldtraveler.com/US_ThirdWorld/US_PolPot.html

On the Side of Pol Pot: U.S. Supports Khmer Rouge


by Jack Colhoun

Covert Action Quarterly magazine, Summer 1990


http://www.moreorless.au.com/killers/pot.html

1968 - The Khmer Rouge establish the Revolutionary Army of Kampuchea in January.
Aided by the US, the army launches a small and ineffectual insurgency campaign.


1969 - In March the US begins secret bombing raids on Vietnamese communist
sanctuaries and supply routes inside Cambodia
(dubbed the 'Menu Series').
Authorised by the newly installed US President,
Richard M. Nixon, and directed by
his national security adviser,
Henry Kissinger, the raids are illegal, as the US has not
officially declared war on Cambodia. In 14 months, 110,000 tons of bombs are dropped.
When news of the raids is leaked Kissinger orders surveillance and
phone tapping of suspects to uncover the source.
US bombing raids into
Cambodia will continue until 1973. All told 539,129 tons of ordnance
will be dropped on the country
, much of it in indiscriminate B-52 carpet-bombing raids.
The tonnage is about three and a half times more than that (153,000 tons)
dropped on Japan
during the Second World War.
Up to 600,000 Cambodians die
but the raids are militarily ineffective. The Central Intelligence Agency (CIA)
reports that the bombing raids are serving to increase the popularity of
the Khmer Rouge among the affected Cambodian population.

1979
- Three days after the fall of Phnom Penh the Vietnamese occupying forces establish
the People's Republic of Kampuchea (PRK), governed by the KPRP and headed by Heng Samrin,
a former Khmer Rouge military commander.
Already at war with the Khmer Rouge, the PRK faces
further resistance from two new insurgent movements - the noncommunist Khmer People's
National Liberation Front (KPNLF) headed by Son Sann, and the National United Front for
an Independent, Neutral, Peaceful, and Cooperative Cambodia (FUNCINPEC) headed by
Norodom Sihanouk.

China also enters the dispute, launching a limited invasion of Vietnam in February and March
in retaliation for Vietnam's incursion into Cambodia. China is, however, primarily concerned by
the improving relations between Vietnam and the Soviet Union.
ASEAN (the Association of
Southeast Asian Nations) shares China's concerns about the spread of Soviet-backed communism
in the region. Its member nations play a key role in ensuring that the
United Nations (UN)
continues to recognise Pol Pot's Democratic Kampuchea as the legal representative of Cambodia.
The UN also withholds development aid from the KPRP government.

In August a Phnom Penh "people's revolutionary tribunal" tries Pol Pot in absentia for genocide
and sentences him to death. In December Pol Pot is replaced as prime minister of the Khmer Rouge
"government" by Khieu Samphan. Pol Pot remains as leader of the KCP and the Khmer Rouge armed forces.

It is reported that the Khmer Rouge are receiving military backing from China and the US.
It is also reported that a former deputy director of the CIA visits Pol Pot's
operational base in November 1980. During 1980 the World Food Program
supplies the Khmer Rouge with food worth US$12 million.


http://www.periclespress.com/Cambodia_Khmer.html

The UN vote in November 1979 was the culmination of a year of strange occurrences.
As Vietnamese troops entered Phnom Penh on the morning of January 7, 1979,
two helicopters took off for Thailand. Pol Pot was one of the passengers.

Pol would set up a new headquarters, Office 131, in July of 1979, at Mount Thom,
twenty miles from the Thai town of Trat.
The Thai General Chaovalit was ordered to provide protection for the headquarters.
He created Unit 838, a Thai Special Forces group. [5] Unit 838 would be assigned
to guard Pol again in 1985
, when a Vietnamese offensive overran nearly all the Khmer bases.
The pro-Western government of Thailand had already made the decision to side with Pol.
Chinese Vice-Premier Geng Biao flew to Thailand and met with Thailand's Prime Minister,
General Kriangsak, on January 15th. Geng Biao got an agreement which would allow China
to ship aid to the Khmers Rouges through Thailand. Sino-Thai merchants in Bangkok would
also be allowed to sell arms to the Khmers. [6] The Chinese would take a more active role on
behalf of the Khmer Rouge when they invaded Vietnam in February. Publicly, Deng Xiaoping,
wanted to teach the Vietnamese a 'limited lesson.' The lesson was severe. Vietnamese casualties
included 10,000 killed, although the Chinese themselves lost 20,000 killed and wounded.
The Chinese incursion however failed to relieve pressure on the Cambodians. The Vietnamese
would order another offensive in Cambodia in March. The withdrawal of the Chinese force
from Vietnam after only a month did not end Chinese support for the Cambodian war effort.
During the next ten years, Chinese military aid to the Khmers Rouges would total a billion dollars. [7]

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-100.htm

เปิดรายชื่อ"เพื่อนฮุน เซน"

เห็นพูดกันนักว่าทักษิณมาอยู่ในกัมพูชา ขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่เคยมา แต่ตอนนี้ขอประกาศชัดๆ
เลยว่าจะเชิญมาปาฐกถาเรื่องเศรษฐกิจให้ข้าราชการและนักธุรกิจระดับสูงของ กัมพูชาประมาณ 300 คน
ได้รับฟัง ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 ช่วง 8 โมงเช้า ที่กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังกัมพูชา

ขอประกาศชัดๆ ให้คนกัมพูชาทุกคนทราบว่า ทักษิณ ชวลิต (พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ)
สมชาย (นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์) คนเหล่านี้เคยเป็นนายกรัฐมนตรีไทยทั้งนั้น และเป็นเพื่อนของฮุน เซน
แห่งกัมพูชา จึงขอให้ทุกคนช่วยอำนวยความสะดวกแก่บุคคลเหล่านี้ และขอร้องให้พี่น้อง ประชาชน-
ตำรวจ-ทหารไทย ทราบว่าคนที่คุณๆ ทั้งหลายต่อว่าอยู่นั้นเป็นผู้ที่ชนะการเลือกตั้งมาแล้วทั้งนั้น
ผมเคารพอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมจึงช่วยเขา มีแต่อภิสิทธิ์เท่านั้นที่จงเกลียดจงชังคนเหล่านั้น


http://www.crma.ac.th/library/library%20main/m-sulayod.html
กองทัพบกได้มอบความรับผิดชอบการปฏิบัติการในพื้่นที่ระวังป้องกันให้กับหน่วยรบพิเศษ โดยกรมรบพิเศษที่ 1
รับผิดชอบการปฏิบัติงานในทิศทางด้านกัมพูชา ในขณะนั้นได้เกิดสถานการณ์การ สู้รบในประเทศกัมพูชา
และตลอดแนวชายแดนไทย

-กัมพูชาโดยทหารเวียดนามใช้กำลังผสมเหล่าขนาดใหญ่เข้ากวาดล้างกองกำลังผู้่รักชาติชาวกัมพูชาบริเวณพื้นที่
ตามแนวชายแดนระหว่างประเทศกัมพูชากับประเทศไทยพันเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่
ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ 838 ตั้งแต่ 2มกราคม 2527 ถึง 1 ตุลาคม 2529 รวมเป็นระยะเวลา 2 ปี 9 เดือน

http://www.the-thainews.com/misc/journal/jn251146_1.htm


http://www.rta.mi.th/26112u/pawat%20neid.htm
การปฏิบัติงานที่สำคัญของหน่วย

- เมื่อ 1 พ.ย.27 – 31 พ.ค.28 จัดกำลังพล สนับสนุน กกล.สุรนารี ตามแผนไทยเสรี ของ นสศ. “ ยุทธการบ้านตาตุม ”

- จัดกำลังพลปฏิบัติราชการพิเศษ ตามโครงการของ ศปก.ทบ.ส่วน โครงการ 315 โครงการ 506 ( นปพ.838 )
ตั้งแต่ มี.ค.26 – 1 ต.ค.38
รายนามผู้ดำรงตำแหน่ง

ผบ.รพศ.1 พัน.2


1.

พ.ท.สนธิ

บุญยรัตกลิน

ตั้งแต่

12 เม.ย.26

-

20 ก.พ.30

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: บทเรียนการสิ้นชาติเขมรสำหรับประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  hacksecret on Fri Apr 09, 2010 10:54 pm

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t721-50.htm



หลาน "อภิสิทธิ์" ค้ำถ่อ ขึ้น ผบ.พัน คุมกำลังรถถังปฏิวัติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าคนไม่ดีไม่สามารถสำนึกได้จะมีอะไรดลใจได้หรือไม่ พล.อ. เปรมกล่าวว่า
เรื่องนี้หวังไม่ได้ที่จะให้คนไทยเป็นคนดีทั้งหมด แต่อย่างน้อยจะให้คนไม่ดีมีน้อยที่สุด
และขออย่าให้เขามายุ่งกับเรื่องของชาติบ้านเมือง เขาจะไปไม่ดีที่ไหนก็แล้วแต่เขา แต่อย่าให้มาดูแลชาติบ้านเมือง
อะไรทำนองนั้น มันหวังไม่ได้ที่คนไทยทั้ง 66 ล้านคนจะเป็นคนดีทั้งหมด ไม่มีทางเป็นไปได้
ประเทศที่เจริญอย่างสหรัฐฯ ก็มีคนไม่ดีเป็นล้าน

ถูกต้อง

hacksecret

จำนวนข้อความ : 1111
Registration date : 02/03/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ